การแข่งขันฟุตบอลไทย เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายกันแล้ว โดยในศึกไทยลีก1 เหลือโปรแกรมอีก 4 เกมสุดท้าย แต่ละทีมยังคงขับเคี่ยวกันอย่างสนุก ทั้งในกลุ่มลุ้นแชมป์ และโซนหนีตาย

ขณะที่ฟุตบอลถ้วยรายการ ช้าง เอฟเอคัพ ก็ใกล้จะได้บทสรุปเข้าไปทุกที กลางสัปดาห์นี้(18 ก.ย. 62) แฟนฟุตบอลไทยจะได้ทราบกันแล้วว่าคู่ชิงชนะเลิศประจำฤดูกาลนี้จะเป็นสโมสรไหน

โดยในการแข่งขันนัดรองชนะเลิศ ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 มี 4 ทีมที่หลุดเข้ามาถึงรอบนี้ ซึ่งมีการประกบคู่กันออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยทางฝั่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะดวลกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ส่วน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จะฟัดกับ การท่าเรือ เอฟซี

เราจะพาคอบอลไทยไปเช็กสภาพความพร้อมของแต่ละสโมสรก่อนชิงชัยในรอบตัดเชือก ว่าทีมไหนจะมีภาษีดีกว่ากัน

 

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มีนบุรี เวลา 19.00 น.
ถ่ายทอดสดทาง ทรูสปอร์ต เอชดี1 / ทรูสปอร์ต6

เริ่มต้นกันที่คู่แรก ทัพ"ราชันมังกร" ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่หลุดเข้ามาถึงรอบนี้อีกครั้ง หลังจากในการแข่งขันรอบที่แล้วเปิดบ้านเอาชนะ ไทยฮอนด้า เอฟซี 3-1 ทำให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่2 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร หลังจากเคยทำได้เมื่อปี2016 ซึ่งครั้งนั้นพวกเขาคว้าแชมป์ร่วมกันกับอีก 3 สโมสร ประกอบไปด้วย สุโขทัย เอฟซี, ชัยนาท ฮอร์นบิล และ ชลบุรี เอฟซี

ภายใต้การคุมทัพของ "โค้ชเจี๊ยบ" สมชาย ไม้วิลัย ที่รับไม้ผลัดต่อจาก มาร์โก ซิโมเน่ ถือว่ากำลังพาทีมเดินหน้าสานต่อฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ในศึกไทยลีก1 ทำให้พวกเขาเองก็ไม่ต้องเป็นกังวลอะไรแล้ว เพราะดูจากแต้มในตารางคะแนนแทบจะการันตีการอยู่รอดปลอดภัยในฤดูกาลนี้

ในส่วนของสภาพความพร้อมจะเจอปัญหาสำคัญเนื่องจากหมดสิทธิ์ใช้งาน จักรพันธ์ พรใส แนวรุกจอมแอสซิสต์ที่ติดคัพไท เพราะเจ้าตัวเคยลงเล่นรายการนี้ในสีเสื้อ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด มาแล้ว อีกทั้งยังจะไม่มีชื่อของ ฮาเวียร์ ปาติญโญ กองหน้าตัวเก่งที่ติดสัญญายืมตัวมาจากบุรีรัมย์ฯ ทำให้พวกเขาจะต้องปรับทัพพอสมควร

รายชื่อ 11 คนแรกที่คาดของ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี
ผู้รักษาประตูส่ง กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก เฝ้าเสา กองหลังมี ฟิลิป โรลเลอร์, ปวีร์ ตัณฑะเตย์มี, ยู จุนซู, เอกลักษณ์ ทองกริต, จิรวัฒน์ ทองแสงพราว แดนกลางใช้ ลอสเซมี่ คาราบูเอ้, กฤษณนน ศรีสุวรรณ, ปฐมชัย เสือสกุล กองหน้าส่ง สตีเฟ่น ลองจิล จับคู่กับ ยานนิค โบลี

ขณะที่ทางฝั่งทัพ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นทีมเดียวที่ยังอยู่ในเส้นทางลุ้น 3 แชมป์ในฤดูกาลนี้ หลังจากการแข่งขันรอบที่แล้วสามารถบุกไปเอาชนะ จุดโทษ ตราด เอฟซี มาได้ แน่นอนว่าพวกเขาต้องหมายมั่นปั้นมือที่จะเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยเป็นรายการที่2ของปีนี้ให้ได้

ภายใต้การคุมทัพของ โบซิดาร์ บันโดวิช ที่ออกอาการหัวเสียไม่น้อยจากผลงานในเกมลีกนัดล่าสุดที่บุกไปพ่าย เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-3 ส่งผลให้พวกเขาเพิ่งจะเสียบัลลังก์จ่าฝูงไปหมาดๆ แน่นอนว่าเกมนี้พวกเขาหวังที่จะกลับคืนฟอร์มเก่งและเข้าชิงชนะเลิศให้ได้ เป็นการปลอบใจแฟนบอล

ในส่วนของสภาพทีมมีแค่ปัญหาเดียวก็คือจะต้องรอเช็กอาการของ ชิติพัทธ์ แทนกลาง กองหลังตัวหลักที่ได้รับบาดเจ็บจากเกมลีกสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนขุมกำลังรายอื่นๆอยู่กันพร้อมหน้า

รายชื่อ 11 คนแรกที่คาดของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ผู้รักษาประตูส่ง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เฝ้าเสา กองหลังวาง อภิวัฒน์ งั่วลําหิน, อันเดรส ตูเญซ, พรรษา เหมวิบูลย์ โดยมี นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม กับ กรกช วิริยอุดมศิริ เป็นวิงแบ็คทั้งสองฝั่ง กองกลางใช้ ฮาจิเมะ โฮโซไก, สุภโชค สารชาติ, รัตนากร ใหม่คามิ ศูนย์หน้าจัด ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา จับคู่กับ นาเซอร์ บาราซิต

ทรรศนะ : เกมนี้ดูจากภาพโดยรวมต้องยอมรับว่า บุรีรัมย์ เป็นต่ออยู่หลายช่วงตัว ยิ่งบวกกับผลการแข่งขันเกมล่าสุดที่ทั้งสองทีมเจอกันในลีก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็เป็นฝ่ายเปิดบ้านไล่ยำใหญ่ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 6-0

บวกกับผลงานในเกมลีกของ "ปราสาทสายฟ้า" ก็เพิ่งจะปราชัยมาแบบผิดฟอร์ม เพราะฉะนั้นเกมนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินหน้าคืนฟอร์มไล่บดขยี้และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้ ซึ่งเชื่อว่าปราสาทสายฟ้า จะดีพอในการเก็บชัยชนะในเวลา 90 นาที ไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก

 

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ การท่าเรือ เอฟซี
สนามกีฬากองทัพบก เวลา 19.00 น.
ถ่ายทอดสดทาง ทรูสปอร์ต 2 / ทรูสปอร์ต เอชดี2

ทางฝั่ง "แข้งเทพ" ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ดูเหมือนว่าจะต้องยอมยกธงขาวกับการลุ้นแชมป์ในเกมลีกไปเป็นที่เรียบร้อย ทำให้พวกเขาจำเป็นจะต้องมาโฟกัสกับฟุตบอลถ้วย ช้าง เอฟเอ คัพ อย่างเต็มตัว โดยในรอบที่แล้วต้องออกแรงเหนื่อยกับการบุกไปเอาชนะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0

ภายใต้การคุมทัพของ มาโน่ โพลกิ้ง ที่บอร์ดบริหารทีมเคยออกมาบอกก่อนหน้านี้ว่าต้องการให้กุนซือรายนี้พาทีมประสบความสำเร็จด้วยการมีถ้วยติดมืออย่างน้อย 1 รายการในฤดูกาลนี้ หลังจากที่ทุ่มทุนสร้างมหาศาลในการเสริมทัพและยกระดับทีมขึ้นมา ขืนบทสรุปเมื่อปิดฤดูกาลพวกเขายังไม่มีถ้วยไปประดับสโมสร มีหวังอาจจะต้องเดือนร้อนก็เป็นได้

ในส่วนของสภาพทีมจะต้องเจอปัญหาใหญ่ในเกมรุก เมื่อจะหมดสิทธิ์ใช้งาน เนลสัน โบนีญ่า ดาวยิงต่างชาติตัวเก่งที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ อีกทั้งยังจะไม่มีชื่อของ ชนานันท์ ป้อมบุบผา ที่ติดคัพไท จากการลงเล่นรายการนี้ให้กับสุพรรณบุรี เอฟซี มาแล้ว แต่บรรดาขุมกำลังหลักรายอื่นๆยังพร้อมเป็นตัวเลือก

รายชื่อ 11 คนแรกที่คาดของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
ผู้รักษาประตูส่ง ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด กองหลังใช้ มานูเอล ทอม เบียร์, เอเวอร์ตัน กอนซัลเวส, วิศรุต อิ่มอุระ โดยมี ทริสตอง โด กับ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา เป็นวิงแบ็กทั้งสองฝั่ง กองกลางใช้ ปกเกล้า อนันต์, แอนโทนี่ เพ็ชร อําไพพิทักษ์วงศ์, สรรวัชญ์ เดชมิตร ศูนย์หน้าจัด วานเดอร์ หลุยส์ , โจโจ้, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์

ขณะที่ทางฝั่ง "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี ได้พักมาเต็มๆเนื่องจากเกมลีกสุดสัปดาห์ที่เปิดบ้านเจอกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากสภาพฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก หลังจากลงสนามไปได้เพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น ทำให้สภาพร่างกายของนักเตะแต่ละคนยังคงสดอยู่

ภายใต้การคุมทัพของ "โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ ที่เพิ่งจะเสียสถิติคุมทีมพ่ายแพ้เป็นนัดแรก ซึ่งก็เป็นการบุกไปพ่ายให้กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด คู่แข่งในรอบรองชนะเลิศรายการนี้ ตั้งแต่ช่วงก่อนพักเบรกโปรแกรมทีมชาติ ทำให้เกมนี้พวกเขาหวังที่จะชำระแค้นให้ได้ในการแข่งขันบอลถ้วย

ในส่วนของสภาพทีมจะต้องเจอปัญหาสำคัญในแดนหน้า เมื่อจะหมดสิทธิ์ใช้งาน โจซิมาร์ โรดริเกวซ และ เจนรบ สำเภาดี ที่ติดคัพไท แต่ก็ยังพอมีข่าวดีเพราะจะได้ เควิน ดีรมรัมย์ แบ็กซ้ายตัวเก่งที่เจ็บไปนานกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง ส่วมขุมกำลังหลักรายอื่นๆยังพร้อมประจำการ

รายชื่อ 11 คนแรกที่คาดของ การท่าเรือ เอฟซี
ผู้รักษาประตู วรวุฒิ ศรีสุภา กองหลังมี นิติพงษ์ เสลานนท์, ทศพล ลาเทศ, ยูเซฟ เอเลียส ดอเลาะ, มาร์ติน สตูเบิล แดนกลางวาง ศิวกร จักขุประสาท, โก ซุลกิ, เซอร์จิโอ ซัวเรซ, สุมัญญา ปุริสาย, บดินทร์ ผาลา แดนหน้าจัด โรลันโด้ แบล็คเบิร์น เป็นตัวเป้า

ทรรศนะ : เป็นเกมที่ทั้งสองทีมมีความหวังอยากจะเข้าชิงชนะเลิศด้วยกันทั้งคู่ และเป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างสูสี จริงอยู่ที่การเจอกัน 2 นัดในลีก จะเป็นทางฝั่ง แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ทำได้ดีกว่า(เสมอ 1 ชนะ1) และสถิติของ มาโน่ โพลกิ้ง ในการคุมทัพแบงค็อกฯ เจอกับ การท่าเรือฯ จะข่มอยู่พอสมควร

แต่การแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายการนี้เป็นบอลนัดเดียว เพราะฉะนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ ยิ่งเป็นเกมในรอบรองชนะเลิศด้วยแล้วเชื่อว่าทางฝั่งการท่าเรือฯจะต้องรัดกุมมากกว่าเดิม ทำให้มีโอกาสสูงที่จะยืดเยื้อถึงการต่อเวลา แต่ถ้าถามหาผู้ชนะยังมองว่า การท่าเรือ เอฟซี น่าจะเข้าชิงชนะเลิศไปได้

"บิ๊ก กิโล10"