ทุกๆ ทีม มักมีนักเตะสารพัดประโยชน์ให้เลือกใช้งานอยู่เสมอ และสำหรับ ลิเวอร์พูล ณ ชั่วโมงนี้ พวกเขาคงรู้สึกโชคดีอยู่ไม่น้อย 

โม ซาล่าห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ โดดเด่นเป็นสตาร์ในเรื่องการพังประตู , เวอร์จิล ฟาน ไดค์ คุมแนวรับเป็นพระเอกได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ อลิสซง เบ็คเกอร์ ก็เปล่งประกายในฐานะมือกาวผู้เหนียวหนึบ

แม้กระทั่งตัวที่แลดูจะปิดทองหลังพระสุดๆ อย่าง ฟาบินโญ่ ก็แสดงให้เห็นถึงจุดเด่นที่ชัดเจนมากๆ ในเรื่องของการตัดเกม

นักเตะในกลุ่มข้างต้นนี้ พวกเขาต่างก็มีอาวุธหลักที่ร้ายกาจอย่างชัดเจน แต่สำหรับแฟนๆ ลิเวอร์พูล พวกเขายังมีแข้งอีก 2 คน ที่ไม่ได้เข้าแก๊บที่ว่านี้ แต่ดันมีพลังทำลายล้างในแบบที่ทุกคนคาดไม่ถึง

จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

ไม่มีใครกังขาในเรื่องความสามารถของผู้เล่นทั้ง 2 รายนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ไวจ์นัลดุม และ ฟีร์มีโน่ ก็ไม่ใช่แข้งในแบบที่มีท่าไม้ตายเด่นชัดเหมือนกับคนอื่นๆ

จีนี่ ไม่ได้ตัดเกมได้เหี้ยนสมบูรณ์เหมือน ฟาบินโญ่ , ไม่ได้มีความฟิต 100 แรงม้าเหมือน มิลเนอร์ และย่อมไม่ได้มีทีเด็ดในเกมรุกสำหรับการเป็น คูตินโญ่ คนใหม่

ไวจ์นัลดุม ผู้ถ่อมตน เป็นเพียงแค่มิดฟิลด์ที่สามารถเล่นได้ทั้ง เบอร์ 6 , เบอร์ 8 และ เบอร์ 10 อย่างที่เราได้เห็นเขาในสีเสื้อ “หงส์แดง” และทีมชาติฮอลแลนด์ ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ดาวเตะผิวสีชาวดัตช์ เปรียบได้กับ “กิ้งก่า” ที่เปลี่ยนสีและบทบาทของตัวเองตามสถานการณ์ได้หลายๆ แบบ และมันเพิ่มทางเลือกมหาศาลให้กับระบบฟุตบอลของ เจอร์เก้น คล็อปป์

กับคำพูดของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่เคยนิยามตัวเองว่าไม่ได้จุดแข็งที่เก่งที่สุดเลยสักอย่าง แต่สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับตัวของเขาก็คือ เขาสามารถทำทุกอย่างได้หมดในแบบที่ค่อนข้างดี

ไม่ได้เปิดบอลแม่นเหมือน เบ็คแฮม แต่ก็เปิดได้ค่อนข้างดี , ทำประตูไม่ได้คมเหมือน เชียเรอร์ แต่ก็ยิงได้ค่อนข้างอันตราย ตัดเกมไม่ได้หนักหน่วงเหมือน ก๊องเต้ หรือ กัตตูโซ่ แต่ก็เบรกจังหวะคู่แข่งพอใช้ได้

หากจะมีสิ่งที่ เจอร์ราร์ด เหมือนกับ จีนี่ มันก็คงเป็นเรื่องๆ นี้

เมื่อเรามองข้ามฟากมาที่ ฟีร์มีโน่ มันก็มีจุดร่วมบางอย่างที่คล้ายๆ กัน

ศูนย์หน้าที่ใจกว้างที่สุดในโลก เห็นแก่ตัวน้อยที่สุดในโลก มันช่างเป็นทัศนคติที่สวนทางกับการเป็นสุดยอดกองหน้าของโลกแทบทุกๆ อย่าง

หัวหอกที่ดี จะถูกสอนเสมอว่าควรต้องมีความเห็นแก่ตัว และหมั่นพังประตูอยู่เสมอในทุกๆ ครั้งที่มีโอกาส แต่ทว่าดาวเตะเลือด “แซมบ้า” กลับไม่ได้เป็นแบบนั้น

ในช่วงแรกที่ถูกมอบบทบาทให้ยืนหน้าเป้า! มันเคยมีแฟนบอลมากมายที่อคติกับ “ฟีร์โน่” ว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่ดีพอ

แต่ทุกวันนี้มันไม่มีอีกแล้ว ดาวยิงเจ้าของฉายา “ย่างไก่” แสดงให้เห็นถึงเซนต์การเล่นบอลแบบ เวิลด์คลาส ในทุกๆ เกม และอาจเป็นจิ๊กซอร์เพียงชิ้นเดียวของ “เร้ด แมชชีน” ในตอนนี้ที่ไม่มีใครสามารถแทนที่ได้

การเชื่อมบอล , จังหวะ ออฟ เดอะ บอล , วิสัยทัศน์การจ่ายบอล , การวิ่งทำทางเปิดช่องให้เพื่อน และการจบสกอร์ คือคุณสมบัติที่เราไม่สามารถหาจากศูนย์หน้าที่ไหนได้อีกแล้วในวงการยุคนี้

เกมล่าสุดที่ไล่ถลุง นิวคาสเซิ่ล 3-1 ฟีร์มีโน่ คือผู้สร้างความแตกต่างให้กับเกม (อีกครั้ง) และลูกจับด้วยขวาแล้วไขว้ด้วยซ้ายของเขาให้ ซาล่าห์ หลุดเข้าไปกระทุ้ง ก็คือ 1 ในจังหวะการให้บอลแบบ เวิลด์คลาส

แนวรุกของ ลิเวอร์พูล มีประสิทธิภาพที่หลากหลาย และทดแทนกันได้หลายตำแหน่ง แต่ ณ ตอนนี้ มันยังไม่มีใครทำได้แบบ ฟีร์มีโน่ อย่างแน่นอน

จีนี่ ไวจ์นัลดุม และ ฟีร์มีโน่ คือนิยามของขุมกำลังที่ไม่สามารถนิยามวิธีการเล่นที่แน่ชัดได้ พวกเขาไม่มีท่าไม้ตายเด็ด แต่มันไม่มีใครสามารถคาดเดาการเล่นของพวกเขาได้เลย

และนั่นก็คือสมบัติล้ำค่าของ ลิเวอร์พูล ที่ควรเห็นคุณค่ารักษาเอาไว้นานๆ ครับ