ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ผ่านพ้นไปแล้ว 2 นัด ทีมชาติไทย ทำได้ดีระดับหนึ่งที่เก็บได้ 4 แต้ม จากผลเสมอเวียดนามในบ้าน 0-0 และบุกชนะ อินโดนีเซีย 3-0 ขึ้นนำจ่าฝูงชั่วคราวของกลุ่มจี

แม้จะนำเป็นจ่าฝูง แต่ก็ยังประมาทไม่ได้ เพราะคู่แข่งสำคัญของไทยอย่าง ยูเออี ซึ่งเป็นเต็ง 1 ของกลุ่มนี้ ยังเพิ่งแข่งไปเพียงแค่นัดเดียว และสามารถบุกชนะ มาเลเซีย ได้ 2-1

โดยในเกมต่อไป ยูเออี จะเปิดบ้านพบ อินโดนีเซีย ก่อนในวันที่ 10 ต.ค. ซึ่งเมื่อประเมินจากผลงานและศักยภาพทีมแล้ว ยูเออี น่าจะเก็บ 3 แต้มได้ไม่ยาก และจะขึ้นนำเป็นจ่าฝูงแทนไทย ด้วยการมี 6 แต้มเต็มจาก 2 นัด

ทำให้เกมนัดที่ 3 ของไทย ที่จะเปิดบ้านพบ ยูเออี ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ จึงสำคัญมากๆกับการชิงกันเข้ารอบ และกุมความได้เปรียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ซึ่งผมได้มีโอกาสดูไฮไลท์เกมคู่ มาเลเซีย-ยูเออี มานิดหน่อย แม้จะไม่ได้ดูแบบเต็มเกม แต่ก็เห็นว่า ยูเออี มีความแข็งแกร่งที่ต่างจากระดับอาเซียน

พวกเขามีนักเตะที่รูปร่างสูงใหญ่ แต่มีความคล่องตัวสูง บวกกับมีกองหน้าที่อันตรายและพร้อมสร้างความแตกต่างอย่าง อาลี มับคูต ผู้ที่ยิง 2 ประตูใส่ทีมเสือเหลือง

แม้เกมนั้น ยูเออี จะเล่นได้อย่างสูสีกับ มาเลเซีย แต่พวกเขาเฉียบคมกว่าในจังหวะสุดท้าย แถมยังไม่ได้ส่ง โอมาร์ อับดุลราห์มาน จอมทัพเบอร์ 10 ลงเป็นตัวจริง แต่เมื่อพอถึงท้ายเกมที่ โอมาร์ ลงมาเล่น เขาก็ยังเป็น โอมาร์ คนเดิม ที่จัดจ้าน และจ่ายบอลคมกริบ

ฉะนั้น ทีมชาติไทย จะย่ามใจและประมาท ยูเออี ไม่ได้เด็ดขาด เพราะคู่แข่งทีมนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน

แต่ก็ใช่ว่า ทีมชาติไทย จะสู้ ยูเออี ไม่ได้เสียทีเดียว เพราะในอดีตไม่นานนี้ ไทย ก็เคยเก็บแต้มจาก ยูเออี ได้มาแล้วด้วยผลเสมอ ทั้งจากศึก เอเชียนคัพ ครั้งล่าสุด 1-1 และจาก ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก คราวก่อน 1-1

สถิติการพบกันระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ยูเออี เจอกันทั้งหมด 13 นัด ไทยชนะ 2 นัด เสมอ 4 นัด ยูเออี ชนะ 7 นัด

แต่ในช่วงหลัง 10 ปีล่าสุด ไทย เสมอ ยูเออี ได้ถึง 3 นัด และแพ้ไปเพียงแค่ครั้งเดียว ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่บ้านของเขา 3-1 เมื่อปี 2016

จะเห็นว่าในช่วงหลัง ไทย สู้กับ ยูเออี ได้สนุกสูสี ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่การพบกันที่ประเทศไทย ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ทีมชาติไทย จะสามารถเอาชนะได้

ยิ่งตอนนั้น นักเตะตัวหลักที่เคยบาดเจ็บอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศักดิ์ ไกรษร รวมถึง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ก็จะหายกลับมาหมดแล้ว ทำให้เราน่าจะมีตัวเลือกมากขึ้น

ผมคิดว่านักเตะไทยในชุดนี้ ไม่มีใครกลัว ยูเออี เพราะหลายคนเคยเล่นกับ ยูเออี มาแล้วทั้งนั้น

ดังนั้นถ้า อากิระ นิชิโนะ วางแผนดีๆ และนักเตะทุกคนเล่นได้ตามผนที่วางไว้ โอกาสที่ ทีมชาติไทย จะเก็บได้ 7 แต้มจาก 3 นัด ก็มีสิทธิ์เป็นไปได้

ซึ่งหากเราทำได้เช่นนั้นจริง ก็เริ่มจะฝันถึงการเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายของเอเชียได้แบบจริงๆจังๆ