ต่อให้เก่งขนาดไหน แต่ถ้าขาดความสามัคคี ทีมก็ไม่อาจประสบความสำเร็จได้

เหตุการณ์ล่าสุดของ ซาดิโอ มาเน่ ที่ระเบิดอารมณ์ตอนถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมทุบ เบิร์นลี่ย์ 3-0 ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้เห็นผู้เล่นทีมเดียวกันขัดแย้งกันเอง

คีรอน ดายเออร์ เคยสาวหมัดดิบๆ กับ ลี โบลเยอร์ ในสนาม , เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม กับ แอนดี้ โคล เหม็นขี้หน้ากันสุดๆ ตอนเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , สแตน คอลลีมอร์ กับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ที่ ลิเวอร์พูล เองก็เช่นกัน

ในท้ายที่สุดแล้ว ทีมมันจะแตกหรือไม่แตก นั่นก็ขึ้นอยู่กับความเป็นปึกแผ่นกลมเกลียวภายในทีม

และนั่น…..ก็คือหน้าที่ของคนเป็นผู้จัดการทีม ว่าเขาจะสามารถจัดระเบียบออกมาได้ดีแค่ไหน

ย้อนกลับไปในช่วงยุคทองของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เราเคยเห็นพ่อค้าแข้งมากมายเคยพยายามหักกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ว่าจะแบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ

บทสรุปของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่จริงแท้และแน่นอนก็คือ เรื่องวุ่นๆ เหล่านี้ ไม่สามารถหยุดยั้งให้ “ปีศาจแดง” เลิกคว้าถ้วยแชมป์ได้

เดวิด เบ็คแฮม , ยาป สตัม , รอย คีน , เวย์น รูนี่ย์ , คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือใครก็ตาม ไม่ว่าจะมีปัญหามากมายแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้ว เฟอร์กี้” จะตบให้ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอย และขึ้นเถลิงบัลลังค์แชมป์อยู่เสมอ

ในบางเคส ผู้เล่นในทีมอาจมีความไม่กินเส้นกันจริงๆ อาทิเช่น เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม กับ แอนดี้ โคล แต่ทั้งคู่ก็สามารถอยู่ร่วมในบ้านหลังเดียวกันได้

นั่นก็เพราะการจัดการของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่มีความเด็ดขาดและยุติธรรม

ในทางกลับกัน ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ รอย อีแวนส์ ในช่วงกลางยุคทศวรรษที่ 90 กลับไม่สามารถคุมสถานการณ์ภายในทีมได้ ในช่วงที่ สแตน คอลลีมอร์ สร้างปัญหา จนเป็นสาเหตุให้ขุนพลชุด “สไปซ์บอย” ทีมแตก

ไม่มีใครในโลกนี้รู้ว่าลึกๆ แล้ว มาเน่ กับ ซาล่าห์ คิดยังไงต่อกัน บางทีพวกเขาอาจจะรักกัน บางทีพวกเขาอาจจะเกลียดกัน

แต่ตราบใดที่ความเป็นมืออาชีพยังคงอยู่ และ คล็อปป์ มีจิตวิทยาในการจัดการทีมได้ดี เราก็คงจะได้เห็น ลิเวอร์พูล ก้าวไปข้างหน้าต่อไป

ทัพ “เร้ด แมชชีน” เคยเจอกับสถานการณ์คล้ายๆ กันนี้มาแล้วในตอนที่ เซลจ์โก้ บูวัช มือขวาคนเก่งของ คล็อปป์ โบกมืออำลาตำแหน่งกะทันหัน จนก่อให้เกิดความกังวลกันไปทั่ว

สุดท้ายแล้ว มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลิเวอร์พูล ยังคงเดินหน้าทะลุเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนจะคว้าแชมป์ได้สำเร็จในอีก 1 ฤดูกาลถัดมา  

ภาพที่เกิดขึ้นหลังเกิดกระแส ยังคงเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ออกตัวยืนยันว่า มาเน่ หัวเราะและปล่อยมุกเรียกเสียงฮาทันทีที่เดินเข้าห้องแต่งตัว ในขณะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ก็มีการโพสต์รูป มาเน่ ตอนหัวร้อน พร้อมแซวว่า “ณเดชน์” น่าจะฉุนที่ คล็อปป์ ไม่ยอมส่งตนลงสนาม

บรรยากาศเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อนร่วมทีมอย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เข้ามาคอมเมนต์สนุกสนาน ขณะที่ มาเน่ เองก็มาคอมเมนต์กัดตัวเองเบาๆ ว่า “ใช่ๆ ผมโกรธเพราะเรื่องนั้นแหล่ะ”

ลิเวอร์พูล ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล เนื่องด้วยรากฐานที่พอจะพูดกันได้ว่ามั่นคง

และกุนซือคนโปรดของพวกเขาอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ นั่นแหล่ะครับ