บิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันเสาร์จบลงไปด้วยชัยชนะแบบเอกฉันท์ของ ลิเวอร์พูล หลังเปิดบ้านไล่ทุบ อาร์เซน่อล 3-1

ชนิดที่ต้องบอกว่า สู้กันไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของวิธีการเล่น แท็คติกที่กุนซือวางไปสู้กัน รวมถึงความสามารถของนักเตะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่แอนฟิลด์เป็นสิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าฟุตบอลของ อาร์เซน่อล ยังอยู่ห่างจาก ลิเวอร์พูล อยู่พอสมควร เหมือนที่ครั้งหนึ่ง อูไน เอเมรี่ เคยกล่าวไว้ แง่บวกประการเดียวคือแพ้น้อยกว่าปีที่แล้ว 2 ประตู คราวนี้เราไปดูบรรดานักเตะเจ้าถิ่นกันหน่อยครับว่าใครมีฟอร์มการเล่นเป็นอย่างไรบ้าง 

อาเดรียน 6/10 
โดยรวมยังไม่น่าไว้วางใจ มีจังหวะออกมาเปิดบอลนอกกรอบเขตโทษผิดพลาดจนเกือบเสียประตูในครึ่งแรก แต่ก็สามารถเซฟลูกยิงจากจังหวะหลุดเดียวของ นิโกล่าส์ เปเป้ ในช่วงครึ่งหลังได้ ถึงแม้ว่า เปเป้ จะยิงไม่ดีก็ตาม 

เทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 8/10
ได้บอลบ่อยมากๆ เมื่อลิเวอร์พูลขึ้นเกมกราบขวา อาโนลด์ จะเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายในการเปิดบอลเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษคู่แข่ง ก่อนจะเปิดเตะมุมให้ โจเอล มาติป โขกขึ้นนำในช่วงท้ายครึ่งแรก 

โจเอล มาติป 8/10 
ทำงานหนักในการตามจัดการกับ โอบาเมยอง และเปิดโอกาสให้เครื่องจักรผลิตประตูของ อาร์เซน่อล มีโอกาสยิงประตูแค่ครั้งเดียวในครึ่งหลัง แถมยังเป็นคนโขกประตูปลดล็อกให้ ลิเวอร์พูล ออกนำอีกตางหาก 

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ 7/10 
ดูเหมือนจะเจอปัญหาเล็กๆ ในการดวลกับ เปเป้ ก่อนจะเสียสถิติโดน เปเป้ เลี้ยงบอลผ่านได้สำเร็จเป็นคนแรกในรอบ 50 เกมที่ผ่านมาในลีก วันนี้ไม่โดดเด่นมากนัก แต่โดยรวมแล้วไม่ได้มีข้อผิดพลาด และไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐาน 

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน 7/10 
ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้น และพยายามเติมเกมรุกอยู่ตลอด เพียงแต่เมื่อเทียบกับฝั่งซ้าย เทรนด์ ดูโดดเด่นกว่าอย่างชัดเจน แต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวก็ยังทำได้ดีในภาพรวม 

ฟาบินโญ่ 8/10 
มีข้อผิดพลาดในช่วงต้นเกม โดน กรานิต ชาก้า อ่านเกมดักจังหวะออกบอลได้ หนึ่งถึงสองครั้ง ก่อนจะค่อยๆ จับจังหวะการเล่นของตัวเองและช่วยให้เกมกลางสนามของ ลิเวอร์พูล เหนือกว่า อาร์เซน่อล อย่างชัดเจน แถมมีจังหวะจ่ายบอลคมๆ ให้ ซาลาห์ ลากเข้าไปล่อเป้าอีกด้วย 

จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม 7/10 
รับบทผึ้งงาน ขยันวิ่ง ขึ้นๆ ลงๆ ทั้งเกม ทำงานอย่างหนัก แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของร่างกายโดยเฉพาะจังหวะแย่งบอลจากเท้าของ เปเป้ นอกจากนี้ยังมีจังหวะโชว์ทักษะขั้นไม่ธรรมดาในครึ่งหลังอีกด้วย  

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 7/10
ทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง เขาควรได้รับการยกเว้นที่จะโดนตำหนิจากจังหวะที่ยืนเป็นตัวสุดท้ายแล้วโดน เปเป้ โยกหลบเข้าไปล่อเป้าดื้อๆ แต่การขับเคลื่อนเกมไปข้างหน้ากับการเข้าปะทะที่ดุดันช่วยหนุนให้บอลจังหวะสองบริเวณกลางสนามของ ลิเวอร์พูล มีประสิทธิภาพสูงมาก 

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 9/10 
เริ่มต้นเกมค่อนข้างเงียบ ไม่มีส่วนร่วมมากนัก แต่หลังจากเครื่องเริ่มติด ซาลาห์ ก็ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นจังหวะพลิกตัวหนีจนโดน ดาวิด ลุยซ์ ดึงเสื้อแทบขาดและได้จุดโทษก่อนซัดเข้าไป และจังหวะแตะหลบ ลุยซ์ ก่อนลากจากระยะ 50 หลาตัดเข้าไปแปเสียบเสาไกลอย่างสุดสวย เกมนี้ ซาลาห์ คือ แมน ออ เดอะ แมตช์ 

ซาดิโอ มาเน่ 7/10 
อันตรายทุกครั้งที่ได้บอลในแดนคู่แข่ง มาเน่ สร้างจังหวะให้ทีมได้ทุกครั้งที่บอลอยู่กับเท้าของเขา แต่หลายๆ ครั้งเจ้าตัวลงไปช่วยเกมรับ ทำให้เกมป้องกันของ ลิเวอร์พูล แน่นหนายิ่งขึ้น ด้วยบทบาทและหน้าที่ที่ได้รับส่งผลให้บางครั้งก็กลายเป็นพระรองไปโดยปริยาย 

โรเบร์โต้ ฟีร์มิโน่ 7/10 
นี่คือตัวแสบที่อาร์เซน่อลรู้ดียิ่งกว่าใคร ทักษะการเล่นฟุตบอลที่ครบเครื่องและไหวพริบที่หาตัวจับยาก ถึงแม้จะยิงประตูไม่ได้ แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญในแนวรุกที่จะขาดไปไม่ได้ นอกจากนี้ยังจ่ายคมๆ ให้ ซาลาห์ หลุดเข้าไปเรียกจุดโทษได้อีกด้วย 

บู๊ วัวแดง