แฟนฟุตบอลไทยคงจะได้ทราบการเปิดเผยรายชื่อนักเตะทีมชาติไทยในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่น ที่แบโผล็อตแรกออกมาเรียบร้อย เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา(20 ส.ค. 62)

33 นักเตะที่มีรายชื่ออยู่ในข่าย ถือว่าเซอร์ไพรส์พอสมควร โดยเฉพาะตำแหน่งกองหน้าที่มีรายชื่อติดทีมมาเพียงแค่ 2 คน ถือว่าน้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ของการประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติไทย นี่ขนาดยังไม่ถึงช่วงตัดตัวให้เหลือ 23 คนสุดท้าย

ย้อนไปในช่วงก่อนที่จะมีการประกาศตัว แฟนฟุตบอลไทยต่างคาดการณ์ไปต่างๆนาๆ และแอบเชียร์นักเตะบางคนที่ทำผลงานได้อย่างโดดใจในสายตา ซึ่งก็มีบางคนที่ได้รับการคัดเลือกและเป็นไปตามใจต้องการของแฟนบอล

อย่างไรก็ตามในตำแหน่งกองหน้า ที่มีชื่อติดทีมเพียงแค่ 2 คน ย่อมทำให้เกิดความแปลกใจและคำถามตามมาจากแฟนบอล ว่าด้วยจำนวนกองหน้าเพียงแค่นี้ จะน้อยเกินไปหรือไม่?

โดยรายชื่อนักเตะ 33 คน ที่ติดทีมชาติไทยในโผแรก มีดังนี้


รายชื่อนักเตะทีมชาติไทยล็อตแรก

ผู้รักษาประตู
ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ สโมสร โอเอช ลูเวิน
ฉัตรชัย บุตรพรม สโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
อภิรักษ์ วรวงศ์ สโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
กรพัฒน์ นารีจันทร์ สโมสร ขอนแก่น เอฟซี

กองหลัง
พรรษา เหมวิบูลย์ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
อดิศร พรหมรักษ์ สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
พัชรพล อินทนี สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
ศฤงคาร พรมสุภะ สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
มานูเอล ทอม เบียร์ห สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
ทริสตอง โด สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
ชินภัทร์ ลีเอาะ สโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
ธีราทร บุญมาทัน สโมสร โยโกฮามา เอฟ มารินอส
นิติพงษ์ เสลานนท์ สโมสร การท่าเรือ เอฟซี

กองกลาง
สารัช อยู่เย็น สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
สรรวัชญ์ เดชมิตร สโมสร ทรูู แบงค็อก ยูไนเต็ด
อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล สโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
ศิวกรณ์ เตียตระกูล สโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
เอกนิษฐ์ ปัญญา สโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
รัตนากร ใหม่คามิ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ศศลักษณ์ ไหประโคน สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
สุภโชค สารชาติ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
พิชา อุทรา สโมสร สมุทรปราการ ซิตี้
เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ สโมสร สมุทรปราการ ซิตี้
พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี สโมสร สมุทรปราการ ซิตี้
บดินทร์ ผาลา สโมสร การท่าเรือ เอฟซี
ธนบูรณ์ เกษารัตน์ สโมสร การท่าเรือ เอฟซี
ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ สโมสร โออิตะ ทรินิตะ
ชนาธิป สรงกระสินธ์ สโมสร คอนซาโดเล ซัปโปโร

กองหน้า
ศุภชัย ใจเด็ด สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ชนานันท์ ป้อมบุบผา สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

 

ถ้าหากมองในมุมของ อากิระ นิชิโนะ เชื่อเหลือเกินว่าเขาเองก็คงจะลำบากใจไม่น้อย กับการใส่ชื่อกองหน้าเข้ามาแค่ 2 คน แต่กระนั้นหากว่ากันตามตรง ในชั่วโมงนี้ จะหากองหน้าคนไทยที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้ก็แทบจะมีเปอร์เซ็นที่น้อยนิด

อย่างในรายของ ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงประสบการณ์สูงก็มีปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานจนแทบจะไม่ได้ลงสนามในช่วงหลัง หากยังดันทุรังเรียกชื่อเข้ามา ก็ยิ่งจะทำให้เกิดคำถามตามมาจากแฟนบอลอีกเป็นแน่

ขณะที่ในรายของ อภิวัฒน์ เพ็งประโคน ว่ากันว่าเขาถูกลิสต์อยู่ในข่ายเช่นเดียวกัน เพราะหากวัดกันที่ผลงานในการเล่น เจ้าตัวถือเป็นกองหน้าคนไทยที่มีผลงานชัดเจนที่สุดในเรื่องการผลิตสกอร์ แต่สุดท้ายแล้วกลับไม่ได้รับการประกาศชื่อให้ติดทีมเข้ามาในครั้งนี้

หรือแม้แต่ในรายของ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา วันเดอร์คิดส์จากค่ายบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่แฟนบอลหลายๆคนแอบเชียร์ให้ติด เพราะในช่วงหลังเจ้าตัวกำลังทำผลงานได้ดี และอยู่ในช่วงที่มั่นใจสุดๆ แต่สุดท้ายด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี นิชิโนะ อาจจะมองว่าเจ้าหนูรายนี้ยังมีประสบการณ์ที่น้อยเกินไป และปล่อยให้เขาได้มุ่งมั่นกับต้นสังกัดอย่างเต็มที่ เพื่ออัพเลเวลขึ้นมาอีกขั้น

ในอีกหนึ่งมุมความคิดของ นิชิโนะ ในเมื่อกองหน้าในบ้านเรามีตัวเลือกอยู่อย่างจำกัด ทำไมเราไม่เอาจุดแข็งที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เขาเองก็อยากจะทดลองอะไรใหม่ๆในแนวทางของตัวเอง ด้วยการใส่ชื่อกองกลางอัดเข้ามาแบบเต็มสตรีม ซึ่งแต่ละคนก็ถือว่ากำลังอยู่ในช่วงพีคและโชว์ฟอร์มดีกับต้นสังกัด

ดูจากรายชื่อนักเตะตำแหน่งกองกลางที่ติดโผเข้ามาก็ถือว่าหลายคนมีศักยภาพในการเติมขึ้นไปจบสกอร์ได้ดี บวกกับฟุตบอลสมัยนี้หลายๆทีมทั่วโลกก็มักจะใช้แผนการเล่นที่คอยให้กองกลางกึ่งปีกดันขึ้นสูง เพื่อความหลายหลายในการเข้าทำ

เราลองมาเดาใจแผนการเล่นของ นิชิโนะ ในวันที่กองหน้าทีมชาติไทยมีตัวเลือกอยู่อย่างจำกัด ว่าสุดท้ายแล้วกุนซือชาวญี่ปุ่นรายนี้จะวางแท็คติกการเล่นอย่างไร เพื่อดึกศักยภาพนักเตะออกมาใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ (เดาว่าระบบ 4-3-3)

ผู้รักษาประตู
- ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน หรือ กวิน ธรรมสัจจานันท์

ต้องบอกว่าตัวเลือกในตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ถูกใส่ชื่อเข้ามามากกว่ากองหน้าด้วยซ้ำ ถ้าว่ากันตามตรงชั่วโมงนี้ตัวเลือกแรกก็คงจะหนีไม่พ้น ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ที่มีผลงานอย่างชัดเจนและลงสนามอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ กวิน ธรรมสัจจานันท์ ก็ได้ในเรื่องของประสบการณ์ระดับทีมชาติที่มีมากกว่า ต่างกันตรงที่ในช่วงหลังเจ้าตอง แทบจะไม่มีแมตช์อย่างเป็นทางการให้ได้โชว์ฟอร์ม น่าสนใจว่าสุดท้ายแล้ว นิชิโนะ จะเลือกอะไร? ระหว่างผลงานกับประสบการณ์ระดับชาติ


แดนหลัง
- นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

- พรรษา เหมวิบูลย์

- ชินภัทร์ ลีเอาะ

- ธีราทร บุญมาทัน

เป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่หลายคนมีชื่อติดเข้ามาแบบเซอร์ไพรส์ โดยเฉพาะบรรดาดาวรุ่งทั้งหลายจากชุดU23 ไม่ว่าจะเป็น ชินภัทร์ ลีเอาะ, ศฤงคาร พรมสุภะ หรือแม้แต่ พัชรพล อินทนี ซึ่งในมุมของกุนซือมืออาชีพก็มองว่าเขาต้องการนักเตะที่กำลังอยู่ในช่วงทำผลงานดีในปัจจุบัน ซึ่งแต่ละคนก็ถือว่ากำลังมีฟอร์มการเล่นที่พัฒนาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แต่สุดท้ายแล้วการวางตัวใน 11 คนแรก ก็จำเป็นจะต้องมีกองหลังประสบการณ์สูงที่จะคอยประคองทีม


แดนกลาง

- ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

- พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล

- ชนาธิป สรงกระสินธ์

3คนในตำแหน่งกองกลาง หากมองจาก 2 นัดแรกของศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เราเจอคู่แข่งในระดับอาเซียนด้วยกัน แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องวาดฝันถึงการคว้า 6 แต้มเต็ม เพื่อตุนคะแนนเอาไว้ และไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องอุด มีแต่จะเปิดเกมรุกอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อไล่ล่าชัยชนะ เพราะฉะนั้น ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กับ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล ที่มีศักยภาพในการเล่นได้ทั้งรุกและรับ น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด บวกกับการทำเกมของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็น่าจะมีความลงตัว


แดนหน้า

- บดินทร์ ผาลา

- เอกนิษฐ์ ปัญญา

- สุภโชค สารชาติ

3 แดนหน้าที่แอบเดาใจ นิชิโนะ สามารถยืนหยุ่นได้ดี แม้พวกเขาจะไม่ได้เป็นกองหน้าโดยธรรมชาติ แต่อย่างที่เราเห็นกันในลีกว่าแต่ละคนต่างมีความสามารถในการสอดขึ้นมาจบสกอร์ได้ดี และหากจะใช้ศักยภาพกองกลางของไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้ง3คนก็สามารถสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันได้ตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม ขึ้นอยู่กับว่าช่วงเวลาไหนใครจะดันขึ้นสูงและรับบทบาทกองหน้าในพื้นที่สุดท้าย

แม้หลายคนอาจจะมองว่าตำแหน่งกองหน้าที่มีแค่ 2 ราย จะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งถูกวางไว้เป็นตัวหลักใน 11 คนแรก แต่ในอีกหนึ่งมุมบางทีทั้งสองรายที่ติดเข้ามาอาจจะไม่ได้ถูกเลือกใน 11 คนแรกเลยก็เป็นได้ เพราะอย่างที่บอกว่าในตำแหน่งกองกลางที่ติดเข้ามา หลายคนก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะถูกดันขึ้นสูง และเล่นเป็นกองหน้าตัวฟรีที่คอยสลับสับเปลี่ยนระหว่างเกม เพื่อสอดขึ้นมาจบสกอร์ แต่ในยามคับขันหรือต้องการจะเปลี่ยนเกม กองหน้า2รายที่ติดเข้ามาก็มีโอกาสที่จะถูกส่งลงมาเพื่อเปลี่ยนสไตล์การเล่น

อย่างไรก็ตามนักเตะทั้ง 33 คน จะถูกเรียกเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมและทำความเข้าในแท็คติกของ อากิระ นิชิโนะ อีกครั้ง ที่น่าสนใจว่านั้นคือ สุดท้ายแล้วเมื่อถึงตอนตัดรายชื่อให้เหลือ 23 คน ใครจะได้ไปต่อและไม่ได้ไปต่อกับทีม?

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่การคาดเดาจากสถานการณ์ประกาศรายชื่อที่เกิดขึ้น เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าในเมื่อ ณ ตอนนี้ กองหน้าของเรามีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งสวนทางกับนักเตะในตำแหน่งกองกลางที่กำลังผลิดอกออกผลอย่างเจริญงอกงาม ทำไมเราไม่ใช้ทรัพยากรณ์ดีดีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด...สู้ๆ ไทยแลนด์!!!

"บิ๊ก กิโล10"