"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชวดโอกาสคว้าชัยเพื่อแซง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ขึ้นไปยึดจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงหลังจบเกมที่ 2 ของฤดูกาลใหม่ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่าแบบน่าเสียดาย

นับตั้งแต่ นูโน เอสปิริโต้ ซานโต้ กุนซือจอมแท็คติกชาวโปรตุกีสได้นำทัพ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน เลื่อนชั้นขึ้นมาโชว์ฝีเท้าในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อช่วงฤดูกาลก่อน หลังจากนั้นทีมของเขาไม่เคยพลาดท่าเสียทีให้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้แต่นัดเดียว

เท่ากับว่าพลพรรคอสูรแดงไม่สามารถเอาชนะ "หมาป่า" ได้เลยตลอดทั้ง 4 เกมที่เจอกัน ซึ่งรวมถึงนัดล่าสุดที่บุกไปเสมอ 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีกนัดมันเดย์ไนท์ เมื่อคืนวันที่ 19 ส.ค. โดยในช่วงฤดูกาลก่อนที่เคยพบกันในทุกรายการทั้งหมด 3 นัด ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายแพ้ถึง 2 เกม และลงเอยด้วยผลเสมออีก 1 นัด

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังคงเน้น "พลังหนุ่ม" ถ้าดูจากการจัดทีมตามโผรายชื่อ 11 ตัวจริงที่ใช้ผู้เล่นอายุน้อยทั้งนั้น และมีการเปลี่ยนผู้เล่นจากเกมประเดิมสนามที่เปิดบ้านไล่ถลุง เชลซี 4-0 เพียงตำแหน่งเดียว โดยให้ ดาเนี่ยล เจมส์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทน อันเดรียส เปไรร่า ทำให้ทีมชุดนี้มีอายุเฉลี่ยเพียง 24 ปี 173 วัน แต่ยังไม่ใช่สถิติน้อยที่สุด หากเทียบกับชุดที่เปิดบ้านชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีกนัดปิดฤดูกาล 2016/17 ด้วยอายุเฉลี่ยเพียง 22 ปี 284 วัน

หากดูจากรูปเกมเมื่อคืนแล้วจะเห็นได้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้ดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะการคุมพื้นที่ในบริเวณกรอบเขตโทษ หลังจากที่ทุ่มเงินคว้า แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เข้ามาเสริมแนวรับให้แกร่งยิ่งขึ้น และเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก อองโธนี่ มาร์ซิยัล แต่พลาดเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นคือ การปิดพื้นที่นอกกรอบเขตโทษ จึงเปิดโอกาสให้ รูเบน เนเวส ตะบันผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษา เข้าไปตุงตาข่ายเป็นลูกตีเสมอแบบสวยงาม แม้ว่า "ปีศาจแดง" จะได้ลูกจุดโทษในช่วงท้ายเกม ถ้ายิงเข้าก็น่าจะกลายเป็นประตูชัยได้แน่ๆ ทว่า ปอล ป๊อกบา กลับสังหารพลาดไปติดเซฟของนายด่านเจ้าถิ่นเฉยเลย

ถ้าจะว่าไปแล้ว เนเวส ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมยิงไกลอีกคนหนึ่งของวงการลูกหนังอังกฤษด้วยเช่นกัน เพราะนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งบนเกาะอังกฤษเมื่อปี 2017 ปรากฎว่า มิดฟิลด์วัย 22 ปีสามารถซัลโวตาข่ายจากการลงเล่นในทุกรายการไปได้ทั้งหมด 13 ประตู และมาจากการยิงไกลถึง 10 ลูกเลยทีเดียว

ด้วยเหตุนี้ "ปีศาจแดง" จึงไม่สามารถพิชิตชัยเหนือ วูล์ฟแฮมป์ตัน จากทั้ง 4 เกมหลังสุดที่เจอกันได้เสียที และต้องยอมปล่อยให้ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมคู่ปรับตลอดกาล ยึดจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในช่วงหลังจบเกมนัดที่ 2 ของฤดูกาลไปเลย

ลุงป๊อบ แฟนพันธุ์แท้