ความน่าชื่นใจของ ลิเวอร์พูล ในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างหนึ่งก็คือพวกเขามักจะมีฮีโร่กระโดดเข้ามาช่วยในสถานการณ์คับขันเสมอ

หากจะพูดถึงชั่วโมงนี้ มันก็ต้องเป็น ซาดิโอ มาเน่

ชีวิตคนเราบางครั้งก็เปลี่ยนเร็ว เพราะถ้าย้อนกลับไปเมื่อสัก 7-8 เดือนก่อน แฟนบอลหลายๆ คนยังร้องยี้ใส่ ณเดชน์ กันอยู่เลย

ในบรรดา 3 ประสานแนวรุก ลิเวอร์พูล ชื่อของ มาเน่ มักถูกมองเป็นจุดอ่อนมาตลอดในช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด

ในช่วงเวลาดังกล่าว อดีตหัวหอก เซาธ์แฮมป์ตัน ถึงแม้จะมียิงประตูให้เห็นอยู่ตลอด แต่ในขณะเดียวกัน ก็มักจะมีจังหวะผิดพลาดให้เห็นบ่อย

นั่นประจวบเหมาะกับตอนที่ ซาล่าห์ เคยระเบิดฟอร์มเข้าฝักจนผงาดคว้าดาวซัลโวพอดี ในขณะที่ ฟีร์มีโน่ ก็สร้างแบรนด์ของตัวเองด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นเปิดช่องเปิดทางให้เพื่อน

มาเน่ เคยทำหมูหกไปหลายครั้งมาก และถูกมองว่าขาดความเด็ดขาดในช่วงเวลาที่สำคัญต่อทีมจริงๆ จนทำให้เกิดข่าวลือเรื่องการย้ายทีมตามมามากมาย

นักเตะลูกเมียน้อย! หลายๆ คนเคยแซวเขาแรงๆ ไปแบบนั้น

แต่ถึงจะเป็นลูกเมียน้อย แต่ มาเน่ ก็ขยันตกเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปอย่างต่อเนื่อง นำมาโดย เรอัล มาดริด

จนแล้วจนรอด เวลาหมุนเวียนผ่านไป และการย้ายทีมไม่เคยเกิดขึ้น ดาวยิงทีมชาติเซเนกัล ยังคงได้รับโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ

ความพีคของ มาเน่ มาเริ่มต้นบังเกิดเอาในช่วงราวๆ 2-3 เดือนสุดท้ายของฤดูกาลก่อน ที่เขาลั่นกระสุนเป็นไฟพะเนียง โดยมีไฮไลท์เด่นเป็นลูกเทิร์น เวิลด์คลาสส์ ที่ยิงใส่ บาเยิร์น มิวนิค

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มาเน่ ไม่เคยมองกลับหลังไปไหนอีก และทวีความมั่นอกมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบันนี้

ลูกล่าสุดที่เขากระซวกประตูแบบเหนือชั้นสุดๆ ใส่ทีมเก่าอย่าง “นักบุญ” เป็นการตอกย้ำให้เห็นอีกครั้งว่า ซาดิโอ มาเน่ นั้นอยู่ในช่วงท๊อปฟอร์มสุดขีดอย่างแท้จริง

15 ประตู จาก 18 เกมหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก มันคงจะไม่ผิดอะไรนัก ถ้าเราจะบอกว่า มาเน่ เป็นอาวุธทำลายล้ายที่หวังพึ่งได้มากที่สุดของ ลิเวอร์พูล ณ ชั่วโมงนี้

ในขณะที่ ซาล่าห์ ใช้โอกาสเปลือง และ ฟีร์มีโน่ ยังไม่ใช่ตัวความหวังในการพังประตู นี่คือการฉวยโอกาสที่เหมาะสมสุดๆ ของเขาแล้ว

หลังจากที่ทุกคนเคยมีช่วงเวลาสุดยอดของตัวเองไปหมดแล้ว บางทีนี่อาจเป็นฤดูกาลที่ มาเน่ จะผงาดขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของ “หงส์แดง” ได้แบบเต็มตัวบ้างเสียที