หลังฤดูกาลเริ่มไป 3 นัด มันก็เริ่มมีความกดดันถาโถมใส่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มากขึ้นเรื่อยๆ

แพ้ 2 เสมอ 1 ยังไม่ชนะใคร นั่นย่อมไม่ใช่ผลการแข่งขันที่ทำให้แฟนๆ ทีมไหนแฮปปี้

ก่อนเกมที่จะพบกับ เลสเตอร์ มันยังมีผู้คนมากมายที่ให้กำลังใจ เชลซี ว่าพวกเขาแพ้ในเกมที่ตัวเองไม่ได้เล่นย่ำแย่อะไรมากมายขนาดนั้น

เกมเปิดหัวโดน แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่ม 4-0 เกิดขึ้นเพราะความเหนียวของ เด เคอา ขณะที่แมตช์ยิงจุดโทษแพ้ ลิเวอร์พูล พวกเขาก็โชคร้ายไม่มีเทพีแห่งโชคเข้าข้าง

แม้จะเข้ามาไม่นาน แต่ฟุตบอลของ แลมพาร์ด ก็สร้างศรัทธาให้กับแฟนๆ บางส่วน มันคือเกมรุกที่ดุเด็ดเผ็ดมัน และการผลักดนดาวรุ่งของสโมสรขึ้นมาแจ้งเกิด

แต่กับเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเสมอ “สุนัขจิ้งจอก” 1-1 มันคงไม่ใช่เกมที่ เชลซี จะสามารถอ้างว่าพวกเขาเล่นดีแล้ว แต่แค่โชคร้ายไม่ใช่ชนะ

ทุกอย่างเป็นไปแบบที่ แลมพาร์ด บอก! พวกเขาเล่นดีมากๆ อยู่แค่ 25 นาที ก่อนที่หลังจากนั้นจะกลายเป็น เลสเตอร์ ที่ครอบครองทุกอย่างไว้ในมือ

มันไม่ใช่คำพูดที่เกิดเลยอะไร เพราะ “สิงห์บลูส์” นั้นโชคดีมากๆ แล้วที่ไม่แพ้ เพราะมันมีจังหวะเหน่งๆ อยู่อย่างน้อยถึง 2 ครั้ง ที่ เลสเตอร์ ไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูได้

ถึงกระนั้น แฟนๆ เชลซี ก็ยังพร้อมอดทนให้โอกาสอดีตจอมทัพคนเก่งของพวกเขาได้ทำงาน นั่นคือสิ่งที่อย่างน้อย แลมพาร์ด ก็สามารถไว้ใจได้

แต่สิ่งที่ แลมพาร์ด จะ “ไว้ใจไม่ได้” เป็นอันขาดก็คือบอร์ดบริหารของสโมสรแห่งนี้

ถึงแม้จะได้รับการการันตีให้ก้มหน้าทำงานได้ในระยะยาว แต่ถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างพุ่งเข้าสู่ความเลวร้ายมากเกินไป ? มันก็มีโอกาสที่ แลมพาร์ด จะโดนเด้งออกจากตำแหน่งโดยไม่รู้ตัว

นี่คือสิ่งที่ผู้จัดการทีมในสโมสรยักษ์ใหญ่ล้วนต้องเจอ เพราะไม่ว่าจะอยู่ในช่วงปรับจูนทีมหรืออะไรก็ตาม แต่มันก็เป็นหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องประคองทีมไม่ให้หลุดจากมาตรฐานเกินกว่าเหตุด้วย

หาก เชลซี ยังเดินหน้าแพ้สลับกับเจ๊าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปกองอยู่แถวๆ อันดับ 12-13 หรือต่ำกว่านั้น ในช่วงแถวๆ กลางฤดูกาล

ปฏิบัติการเชือดคอ ก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน

เกมถัดไปที่จะเจอกับ นอริช ในสัปดาห์หน้า แลมพาร์ด ไม่มีทางเลือกใดๆ ทั้งสิ้นนอกเหนือจากจะต้องพาทีมกลับมาเก็บชัยชนะให้ได้

เพราะถ้าหากทำไม่สำเร็จอีก ความกดดันก็จะค่อยๆ เก็บตัวสะสมมากขึ้นๆ

และถ้าวันหนึ่งมันมากเกินไป เราก็เชื่อได้เลยว่า “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช จะไม่อดทนเก็บเขาไว้อย่างแน่นอน