สิ้นเสียงนกหวีดยาวที่สนามบุณยะจินดา ทำเอาแฟนบอลของ "กว่างโซ้งมหาภัย" ต่างต้องคอตกและออกอาการเซ็งกันไปเป็นแถบๆ เมื่อพวกเขาแพ้ พีที ประจวบ เอฟซี 6-7 จากการยิงจุดโทษ หลังจากเสมอกันใน 120 นาที 3-3 พร้อมกับต้องตกรอบรองชนะเลิศ ในศึกฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ

นับว่าการตกรอบของทีมดังแดนเหนือ อย่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในครั้งนี้ เป็นการตกรอบ 2 ถ้วย ในรอบ 1 สัปดาห์

แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่เห็นไม่บ่อยนักที่ "กว่างโซ้งมหาภัย" จะชวดเข้าชิงฟุตบอลถ้วย เพราะในช่วงหลัง พวกเขาก็มักที่จะหลุดเข้าไปชิงชนะเลิศ ไม่ว่าจะเป็นรายการโตโยต้า ลีก คัพ หรือ ช้าง เอฟเอ คัพ อย่างเมื่อปีที่แล้วก็เป็นแชมป์ทั้ง 2 รายการ

โดยถือว่าทัพ "กว่างโซ้ง" ล้มเหลวพอสมควร ที่ไม่สามารถทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศสำหรับทั้งสองถ้วยที่ต้องตกรอบไปในปีนี้....
         
ก่อนหน้านี้ 10 วัน พวกเขามีลุ้นถึง "ทริปเปิ้ลแชมป์" แต่ตอนนี้ปรากฏว่า ตกรอบหมด ไม่ว่าจะเป็น รอบ 8 ทีม เอฟเอ คัพ แพ้ การท่าเรือ เอฟซี 2-3 และรอบรองฯ ลีก คัพ แพ้ พีที ประจวบ เอฟซี จากการยิงจุดโทษ
       
ซึ่งอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จากที่ยังอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ทุกถ้วย แต่ในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลับต้องพลาดไปแล้วถึง 2 ถ้วยด้วยกัน ถ้าจะให้วิเคราะห์ก็อย่างที่ทราบ น่ามีจะปัจจัยมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน?

อย่างแรกจะเห็นได้ว่านักเตะของทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด มีอาการล้า เนื่องจากกรำศึกหนักมาโดยตลอด และไม่มีการโรเตชั่นนัก เห็นได้จากทุกๆ นัดที่ "กว่างโซ้ง" ลงทำการแข่งขัน พวกเขาก็มักจะยึดผู้เล่นเดิมๆ โดยแต่ละนัด 11 ผู้เล่นตัวจริงแทบจะไม่ต่างกันเลยแม้แต่น้อย  

อันดับรองลงมา ตัวสำรองของ สิงห์ เชียงรายฯ ไม่สามารถทดแทนผู้เล่น 11 ตัวจริงของทีมได้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทีมไม่กล้าที่จะทำการสับเปลี่ยนหมุนเวียนผู้เล่นลงสนาม เอาเข้าจริงๆ ที่เห็นๆ ก็มีเพียงไม่กี่คนที่ลงมาเป็นสำรอง แต่ก็ยังไม่สามารถพลิกผันสถานการณ์ที่เป็นอยู่ได้

และอีกอย่างที่เห็นก็คือ คู่แข่งเริ่มที่จะจับทางการเล่นของ สิงห์ เชียงรายฯ ได้ ซึ่งหากสามารถหยุดผู้เล่นคนสำคัญของ "กว่างโซ้งมหาภัย" อย่าง บิลล์ โรซิมาร์ รวมไปถึง วิลเลี่ยม เฮนริเก้ 2 แนวรุกสัญชาติบราซิล ได้ ก็จะทำให้ประสิทธิภาพของพวกเขาลดลงไปในทันที

นอกเหนือจาก 3 ปัจจัยหลักของ สิงห์ เชียงรายฯ ที่ทำให้พวกเขามีผลงานที่ด้อยลงไปแล้ว เชื่อว่ายังคงมีอีกหลายเหตุผลนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้

ทั้งนี้อีก 1 ถ้วยที่เหลือของทัพ "กว่างโซ้งมหาภัย" ก็คือ "แชมป์ลีก" ที่พวกเขายังมีลุ้นอยู่ โดยตอนนี้ตามหลัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แค่แต้มเดียวเท่านั้น ซึ่งในวันเสาร์ที่ 17 ส.ค.นี้ จะกลับไปเปิดบ้านเจอกับ สุโขทัย เอฟซี

อย่างไรก็ตาม ไอลตัน ซิลวา เทรนเนอร์ของทีม ได้เปิดใจถึงการฟื้นฟูร่างกายให้กับนักเตะกลับมาโดยเร็ว เพราะมีเวลาที่น้อยอย่างมากว่า

''เราทราบถึงสถานการณ์ที่มีเวลาพักน้อย และเราต้องเดินทางกลับ เพราะเรามีเกมกับ สุโขทัย ที่จะเล่นในบ้าน แต่ลำดับแรกที่เราต้องทำก็คือปลุกขวัญกำลังใจของนักเตะทั้งหมดให้กลับมา เพื่อโฟกัสไปในการลุยไทยลีก ที่เรายังอยู่บนเส้นทางของการคว้าแชมป์ในเวลานี้''

จากที่มีหวังถึง "ทริปเปิ้ลแชมป์" แฟนบอลคงต้องติดตามเอาใจช่วยกันต่อไปให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จบฤดูกาลนี้แบบมีแชมป์ติดมือสักถ้วย ซึ่งการที่จะทำเป้าหมายให้สำเร็จได้ ก่อนอื่นคงต้องรีบกลับมาคว้าชัยให้ได้โดยเร็ว เพราะฉะนั้นเกมที่จะพบกับ สุโขทัย สุดสัปดาห์นี้ ทัพ "กว่างโซ้งมหาภัย" จะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง...

ขอบคุณภาพ : Chiang Rai United FC