ศึกฟุตบอลถ้วยรายการโตโยต้า ลีกคัพ2019 เดินทางเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อย และจะตัดสินหาคู่ชิงชนะเลิศกันในกลางสัปดาห์นี้(14 ส.ค. 62)

4 สโมสรที่ฟันฝ่าอุปสรรค์กรุยทางเข้ามาถึงในรอบตัดเชื่อฤดูกาลนี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะ 3 ทีมเป็นตัวแทนจากเวทีลีกสูงสุดของไทย และมีหนึ่งทีมจากศึกไทยลีก2 ที่สร้างเซอร์ไพรส์หลุดเข้ามาถึงรอบนี้

3 สโมสรจากลีกสูงสุดที่เข้ามา ประกอบไปด้วย สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์เก่า ที่ยังคงทำผลงานได้อย่างสมราคาในฤดูกาลนี้ กับผลงานที่คงเส้นคงวา

สโมสรต่อมาก็คือทีมอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งแทบทุกๆฤดูกาล ซึ่งมาคราวนี้พวกเขาก็ยังคงความยอดเยี่ยมและเดินหน้าทำผลงานอยู่ในเส้นทางลุ้นทริปเปิ้ลแชมป์

ขณะที่สโมสรสุดท้ายบนเวทีลีกสูงสุดที่หลุดเข้ามาถึงรอบนี้ ก็คือทัพ "ต่อพิฆาต" พีที ประจวบ เอฟซี ซึ่งถือว่าสร้างเซอร์ไพรส์ไม่น้อยกับการเข้ามาถึงรอบลึกขนาดนี้ แน่นอนว่าแม้ในช่วงต้นอาจจะไม่ได้หวังอะไรมากกับรายการบอลถ้วย แต่ในเมื่อหลุดเข้ามาถึงตรงนี้เชื่อว่าพวกเขาก็คงจะขอลองวัดดูสักตั้ง

ส่วนหนึ่งทีมที่เซอร์ไพรส์มากที่สุดก็คือทัพ "พญาไก่ชน" หนองบัว พิชญ เอฟซี หนึ่งเดียวจากเวทีไทยลีก2 ที่หักปากกาเซียนมาในรอบก่อนหน้านี้ จนทะลุเข้ามาตัดเชือกได้สำเร็จ น่าสนใจว่าพวกเขาจะไปได้ไกลถึงด่านสุดท้ายกับการเข้าไปชิงชนะเลิศหรือไม่

โดยทั้ง 4 สโมสรได้ถูกจับสลากประกบคู่ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งผลที่ออกมาปรากฎว่า สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์เก่า จะเจอกับ พีที ประจวบ เอฟซี ขณะที่ทางฝั่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะโคจรไปเจอกับ หนองบัว พิชญ เอฟซี

เราจะไปส่องดูสภาพขุมกำลังของทั้งสองคู่ในรอบรองชนะเลิศกันดูว่า พวกเขาจะพร้อมจัดเต็มขนาดไหน และสุดท้ายทีมใดจะมีภาษีดีกว่าในการคว้าตั๋วเข้าไปชิงชนะเลิศ

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ หนองบัว พิชญ เอฟซี
สนาม เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มีนบุรี เวลา 19.00 น.
ถ่ายทอดสดทางช่อง ทรู สปอร์ต2


ทัพ"ปราสาทสายฟ้า"

"ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เดินหน้าเก็บชัยชนะมา 3 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการ ล่าสุดบุกไปยัดเยียดความปราชัยให้กับ ตราด เอฟซี 1-0 ในเกมลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา(11 ส.ค. 62) ซึ่งทางฝั่ง เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ฯได้ย้ำเป้าหมายชัดเจนมาโดยตลอดว่าต้องการกวาด 3 แชมป์ให้ได้ในปีนี้ เพราะฉะนั้นเกมนี้ไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากจะต้องเก็บชัยชนะเพื่อผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้

ในส่วนของสภาพทีมจะยังไม่มี สุเชาว์ นุชนุ่ม กองกลางตัวเก๋าที่บาดเจ็บมาก่อนหน้านี้ ส่วนตัวหลักรายอื่นๆอยู่กันครับ ซึ่งพวกเขาอาจจะมีการโรเตชั่นนักเตะบางตำแหน่งเพื่อความสด หลังจากต้องกรำศึกหนักมาอย่างต่อเนื่อง มิหนำซ้ำยังต้องเล่นนอกบ้านแบบติดๆกัน ย่อมส่งผลให้นักเตะมีความล้าจากการเดินทาง

ผลงานในรอบที่ผ่านมา : บุกชนะ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ช่วงต่อเวลา 1-0


สโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี

ทางฝั่ง "พญาไก่ชน" หนองบัว พิชญ เอฟซี หนึ่งเดียวจากศึกไทยลีก2 ที่ตีตั๋วมาไกลถึงในรอบนี้ ถือว่าต้องมีของดีอยู่ในตัวพอสมควร ส่วนผลงานในเกมลีกอาจจะอยู่ในช่วงที่สะดุด เพราะไม่ชนะใครมา 3 เกมติดต่อกันแล้ว ล่าสุดเปิดบ้านเสมอกับ ไทยฮอนด้า เอฟซี 2-2 ในชนิดที่นำก่อนสองประตู แต่สุดท้ายกลับโดนทีเด็ดของผู้มาเยือนทวงคืนในช่วงท้ายเกมสองประตูรวด เก็บได้เพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น

ส่วนของสภาพทีมเกมนี้พวกเขาไม่มีปัญหาในการจัดทัพ แม้ล่าสุดในเกมลีกจะเก็บผลเสมออย่างน่าเสียดาย แต่ก็ได้โอกาสพักตัวหลักๆบางคนเพื่อเตรียมพร้อมที่จะมาใส่เต็มกับจ่าฝูงของลีกสูงสุดในวันพุธนี้(14 ส.ค. 62)

ผลงานในรอบที่ผ่านมา : บุกชนะจุดโทษ แกรนด์อันดามัน ระนอง ยูไนเต็ด (สกอร์รวม 5-2)

ทัศนะ : แม้ว่าจะเป็นการเจอกันของ 2 สโมสรต่างลีก และมาตรฐานของทีมหลายคนอาจจะมองว่าห่างชั้นกันพอสมควร แต่ต้องไม่ลืมว่าในรอบที่ผ่านมาๆ หนองบัว พิชญ เอฟซี สามารถสร้างเซอร์ไพรส์โค่นทีมจากลีงสูงสุดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การท่าเรือ เอฟซี ที่ในเวลานั้นกำลังรั้งตำแหน่งจ่าฝูงไทยลีก1 รวมไปถึง ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ต่างก็โดนทีเด็ดกันมาทั้งนั้น

ปัญหาเดียวในเกมนี้ของพวกเขาก็คือการเล่นที่สนามกลาง อาจจะทำให้ความได้เปรียบที่เคยทำได้ดูลดลงไป แต่ลึกๆยังเชื่อว่าพวกเขาน่าจะเอาอยู่ในเวลา 90 นาที หรือถ้าแพ้สกอร์ก็ไม่น่าจะขาดลอย บวกกับทางฝั่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สภาพร่างกายนักเตะค่อนข้างล้าพอสมควร

 

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบ พีที ประจวบ เอฟซี
สนามบุณยะจินดา เวลา 19.00 น.
ถ่ายทอดสดทางช่อง ทรู สปอร์ต เอชดี3


ทัพนักเตะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

"กว่างโซ้งมหาภัย" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ ไอล์ตัน ยังคงอยู่ในเส้นทางป้องกันแชมป์ฟุตบอลรายการนี้ ขณะที่ผลงานในเกมลีกก็กลับมาทำได้ดีอีกครั้ง โดยล่าสุดบุกไปถล่ม สมุทรปราการ ซิตี้ 3-0 มาถึงนัดนี้พวกเขาจะต้องเน้นสุดๆเพื่อโอกาสในการเข้าไปป้องกันแชมป์เอาไว้ให้ได้ ยิ่งเมื่อบวกกับการตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึก ช้าง เอฟเอคัพ ด้วยน้ำมือของ การท่าเรือ เอฟซี ทำให้พวกเขาแทบจะไม่มีทางเลือก นอกจากเดินหน้าใส่เต็มสถานเดียวกับรายการนี้

ส่วนสภาพขุมกำลังเกมนี้ไร้ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน พร้อมจัดทัพแบบเต็มสูบ แม้ว่าพวกเขาอาจจะปรับทัพจากเกมเมื่อสุดสัปดาห์บางตำแหน่ง แต่บรรดาแกนหลักอย่าง วิลเลียม เอ็นริเก้, บิลล์ โรซิมาร์ รวมถึง บรินเนอร์ เฮนริเก้ ยังประจำการณ์ 11 คนแรกเหมือนเดิม

ผลงานในรอบที่ผ่านมา : บุกชนะ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 1-0


ขุมกำลังของ พีที ประจวบ เอฟซี

ขณะที่ทางฝั่ง "ต่อพิฆาต" พีที ประจวบ เอฟซี ภายใต้การคุมทัพของ "โค้ชวัง" ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล ทำผลงานช่วงหลังดร็อปลงไปอย่างน่าใจหาย เพราะไม่ชนะใครมา 4 เกมติดต่อกันเข้าไปแล้ว ล่าสุดบุกเสมอ สุโขทัย เอฟซี 1-1 ทำให้สถานการณ์ในลีกยังน่าเป็นห่วง มาถึงนัดนี้พวกเขาอาจจะต้องเลือกตัดสินใจว่าจะจัดตัวผู้เล่นแบบใส่เต็มร้อยหรือไม่ เพราะหากเกิดความผิดพลาดยิ่งจะส่งผลกับการเล่นในลีกทันที

ในส่วนของสภาพทีมแม้ว่าจะไม่มีปัญหาในการจัดทัพ แต่เวลานี้พวกเขายังต้องมีเกมลีกให้พะวงกับสถานการณ์หนีตายที่เผชิญอยู่ เพราะยังสุ่มเสี่ยงกับการตกชั้น และไม่ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามเมื่อหลุดเข้ามาไกลถึงรอบนี้แล้วก็คงจะทิ้งไปดื้อๆเลยไม่ได้ อาจจะมีการโรเตชั่นบางตำแหน่ง แต่แกนหลักของทีมยังอยู่กันครบ เพื่อแอบหวังที่จะสร้างประวัติศาสตร์เข้าชิงชนะเลิศให้ได้เป็นครั้งแรกของสโมสร

ผลงานในรอบที่ผ่านมา : เปิดบ้านชนะ โปลิศ เทโร เอฟซี 2-1

ทัศนะ : เป็นอีกคู่ที่รูปเกมจะออกมาชนิดเปิดหน้าแลกกันสนุกอย่างแน่อน แต่ถ้าว่าดูกันตามเนื้อผ้ายังมองว่าทางฝั่ง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์เก่ายังดูดีกว่าพอสมควร แม้ในลีกจะต้องการคว้าแชมป์และขับเคี่ยวกับจ่าฝูงอย่างเข้มข้น ชนิดเกมต่อเกม

แต่ในฐานะแชมป์เก่ารายการนี้ เชื่อเหลือเกินว่าพวกเขาจะต้องเดินหน้าใส่เต็มสูบแบบไม่มีเม้ม ซึ่งเมื่อแลกกันหมัดต่อหมัดกับทาง พีที ประจวบ เอฟซี ยังมองว่าสุดท้ายแล้ว สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จะทำได้ดีกว่า และเช็กบิลได้ในเวลา 90 นาที แบบไม่ต้องยืดเยื้อ

น่าสนใจว่าบทสรุปสุดท้าย 2 ทีมที่ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศจะเป็นสโมสรไหน แต่ถ้าถามใจแฟนบอลไทยคู่ชิงในฝันก็คงจะหนีไม่พ้นการพบกันของ 2 ทีมที่ดีที่สุดในชั่วโมงนี้อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่งทั้งสองสโมสรจะมาตามนัดหรือไม่ วันพรุ่งนี้(14 ส.ค. 62)เราจะได้รู้กัน

ส่วนสังเวียนนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลรายการนี้ มีการเปลี่ยนบรรยากาศเล็กน้อย เพราะจะไปเตะกันที่สนาม เอสซีจี สเตเดียม รังเหย้าของสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เรามาคอยลุ้นกันดูว่าสุดท้ายแล้วคู่ชิงชนะเลิศจะเป็นคู่ชิงในฝันของแฟนฟุตบอลไทยหรือไม่...

"บิ๊ก กิโล10"