ย้อนกลับไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่่ผ่านมา "สิงห์บลูส์" เชลซี เพิ่งบุกไปพ่าย แมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด อย่างเละเทะ 0-4 ทำให้มีการจับตามองว่าอนาคตของ แฟรงค์ แลมพาร์ด จะเป็นอย่างไร ซึ่งนี่คือ 3 สิ่งที่เขาต้องรีบแก้ไขก่อนที่จะถูก โรมัน อับราโมวิช ปลดออกจากตำแหน่ง

1. คู่เซ็นเตอร์


ในเกมดังกล่าว แลมพาร์ด ได้ตัดสินใจใช้แผน 4-2-3-1 โดยในที่คู่กองหลังตัวกลางเป็น เคิร์ท ซูม่า และ อันเดรส คริสเตนเซ่น  2 เซ็นเตอร์อนาคตใหม่ของทีม ซึ่งผลปรากฎว่าการจับคู่กับครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกของทั้งสองคนไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในรายของ คริสเตยเซ่น ที่ในซีซั่นที่่ผ่านมาแทบจะไม่ได้ลงสนามให้กับทีมเลยภายใต้การคุมทัพของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ และถึงแม้ว่า ซูม่า จะมีประสบการณ์จากการย้ายไปเล่นให้กับ เอฟเวอร์ตัน ในปีก่อน แต่ก็กลายเป็นว่าเขาไม่สามารถนำประสบการณ์นั้นมาปรับใช้ได้เลย

 

2. แผงมิดฟิลด์


เริ่มจากกองกลางตัวตัดเกม เราอาจเข้าใจได้ว่า เอ็นโกโล่ ก็องเต้ อาจจะยังไม่ฟิตเต็มร้อยทำให้ แลมพารืด จำเป็นต้องให้ จอร์จินโญ่ ที่ในซีซั่นก่อนเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับลงมาสนามพร้อมกับ มัตเตโอ โควาซิช แต่ด้วยความที่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นกลางรับธรรมชาติ ทำให้เราจะเห็นว่าทั้งสองคนมักขึ้นมามีส่วนร่วมกับเกมบุกของทีมค่อนข้างจะบ่อย และด้วยเหตุนั้นเองทำให้คู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีพื้นที่ในการเล่นเกมสวนกลับมากขึ้น เห็นได้ชัดจากการเสียประตูลูกที่ 3 ในช่วงครึ่งหลัง 

 

3. ศูนย์หน้าตัวเป้า


ถึงแม้ว่าในปีนี้ เชลซี จะไม่สามารถซื้อนักเตะใมห่เข้ามาเสริมทัพได้ แต่การที่พวกเขามีกองหน้าให้เลือกใช้ถึง 3 คนได้แก่ โอลิเว่ย์ ชิรูด์, แทมมี่ อับราฮัม และ มิตชี่ บาตชูอายี่ ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้น่าเกลียดมาก แต่การที่ส่ง อับราฮัม ที่ไม่เคยลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีกแม้แต่นัดเดียวให้เป็นตัวจริงของทีมในเกมนัดเปิดฤดูกาล มันเท่ากับว่าเป็นการโดยนความกดดันให้กับตัวนักเตะไปอีกเท่าตัว และผลก็ออกมาว่า อับราฮัม ยังไม่ใช่กองหน้าที่สามารถแบกรับความคาดหวังของกุนซือได้ ทำให้มองย้อนกลับไปว่าถ้าหาก เป็น ชิรูด์ ที่ประสบการณ์โชกโชนในลีกผู้ดีลงสนามมาแทน เชลซีอาจจะไม่แพ้ขาดลอยถึง 0-4 ก็เป็นไป