ศึกฟุตบอลลีกสูงสุดในบ้านเรายังคงมีเรื่องราวดรามาออกมาแทบทุกสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน โดยเฉพาะการทำหน้าที่ผิดพลาดของผู้ตัดสิน ทำให้เรามักจะเห็นว่ามีการลงโทษแบนกรรมการออกมาอย่างต่อเนื่อง

ไม่ใช่แค่ในฤดูกาลนี้ แต่ในหลายๆซีซั่นที่ผ่านมา กรณีความผิดพลาดของผู้ตัดสินก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯก็รับรู้ถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี....

ก่อนที่ในฤดูกาลนี้จะมีการประกาศนำเทคโนโลยีวีเออาร์มาใช้อย่างเป็นทางการ แต่สุดท้ายกลับโดนทางสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) สั่งเบรกให้ระงับการใช้งานชั่วคราว เนื่องจากมองว่าการใช้วีเออาร์ในไทยลีก ยังไม่ได้มาตรฐานตามหลักสากล ซึ่งเราก็ต้อมยอมรับสภาพความเป็นจริงในเรื่องนี้

อย่างในเกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(11 ส.ค. 62) ก็ไม่วายจะเกิดเหตุการณ์ดราม่าขึ้นอีก คือเกมที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ ตราด เอฟซี 1-0 จากประตูชัยปัญหาในช่วงท้ายเกม


ต้องรีดน้ำเพื่อให้สนามพร้อมใช้งานมากที่สุด

ดราม่าแรกเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเกม คือเรื่องของสภาพสนามที่ไม่ได้อยู่ในสภาพใช้งานได้ เนื่องจากที่จังหวัดตราดมีพายุฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ก่อนที่จะดำเนินการแก้ไข้สถานการณ์เฉพาะหน้าทำให้เกมจะล่าช้ากว่าจะได้คิกออฟ


น่าเห็นใจเรื่องสภาพสนามที่ไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้

แฟนบอลหลายคนตำหนิเรื่องของสภาพสนามกีฬากลางจ.ตราด ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าเห็นใจทางฝั่งเจ้าถิ่นอยู่ไม่น้อย เพราะพวกเขาเองก็คงจะไม่ได้อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และต้องเล่นทามกลางสภาพสนามที่เสี่ยงกับอาการบาดเจ็บของนักเตะ

โดยทางด้าย เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ว่า "วันนี้ขอบใจสำหรับ 3 แต้ม รู้ว่าสนามมันแย่มาก จริงๆไม่ควรเล่นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะมันอันตรายกับนักฟุตบอล ก็ไม่เข้าใจว่าการตัดสินใจเขาตัดสินใจกันอย่างไร"

"แน่นอนว่าฟุตบอลใครก็อยากชนะ เราก็อยากชนะ เขาก็อยากชนะ แต่เมื่อมันจบแบบนี้ เราก็ทำให้มันดีที่สุด เรารักษาเป้าหมาย 3 แชมป์ของเราต่อไป มีสมาธิ มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ เดินทางพักผ่อน วันที่ 14 เรามีเกมอีก เกมนี้จบแล้วคือจบ เป้าหมายคือมุ่งไปข้างหน้าเพื่อเป็นแชมป์ 3 แชมป์ ขอบใจสำหรับ 3 แต้มวันนี้ ขอบใจแทนแฟนบอลด้วย"


เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ดราม่าที่สองคือจังหวะที่ทีมเยือนได้ประตูชัยในนาทีที่82 ทางฝั่งเจ้าถิ่นมองว่านักเตะทีมเยือนทำผิดกติกา จากจังหวะเล่นฟรีคิกเร็วแต่ไม่ตรงจุด มิหนำซ้ำจังหวะดังกล่าวคนที่เล่นฟรีคิกของบุรีรัมย์ก็แตะโดนบอลถึงสองครั้ง จากคำให้สัมภาษณ์ของ อ.พยงค์ ขุนเณร เฮดโค้ชตราด เอฟซี ที่ออกมาร่ายยาวถึงเหตุการณ์นี้ว่า

"จังหวะที่เป็นเป็นปัญหาจริงๆไม่ใช่ช่วงที่บอลเข้าประตูหรือไม่ แต่เป็นการเล่นลูกฟรีคิก อย่างแรกเลยคือเขาตั้งไม่ตรงจุด อย่างที่สองคือผู้เล่นคนเดิมเตะเบิ้ลบอลถึงสองครั้ง จากการที่เตะไปข้างหน้าแล้วก็เตะต่อให้เพื่อน จริงๆถ้าว่ากันตามกติกามันก็ไม่ถูกต้องแล้ว ผมจึงคิดว่ามันไม่ค่อยแฟร์กับผู้เล่นตราด เอฟซี รวมถึงแฟนบอลของทีมที่เห็นเหตุการณ์"

"อย่างไรก็ตามผมก็ต้องเคารพการตัดสินใจของผู้ตัดสิน แต่สำหรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นผมคิดว่ามันส่งผลให้ทีมเราเสียหาย ส่วนจากนี้ก็คงจะเป็นหน้าที่ของทีมงานสโมสรว่าจะทำอย่างไร ส่วนตัวผมก็ได้ทำหน้าที่ ณ เวลานั้น เนื่องจากว่าผมเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและได้แย้งกับผู้ตัดสิน ซึ่งถ้ากรรมการกลับมาให้เริ่มเล่นใหม่ก็โอเค แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสินที่ต้องเข้ามาถามไลน์แมนและโค้ชว่าจังหวะนั้นเคลียร์หรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจให้ประตู"


คลิปเหตุการณ์ดราม่า


ทีมงานตราด เอฟซี ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน

ถ้ามองในมุมที่เป็นกลางก็ถือว่าน่าเห็นใจกับสโมสรตราด เอฟซี ที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ทั้งๆที่ตลอดทั้งเกมพวกเขามีความมุ่งมั่น ตั้งใจอย่างเต็มที่ เพื่อจะเก็บแต้มให้ได้ในการเจอกับจ่าฝูง แต่สุดท้ายต้องมาเสียประตูในแบบที่ไม่คาดคิด แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันยากเกินจะทำใจรับได้

เช่นเดียวกับหัวอกของแฟนบอล เมื่อเห็นทีมรักต้องมาเสียประตูและพ่ายแพ้ในเกมที่กำลังจะลงเอยแบบแฮปปี้เอนดิ้งอยู่แล้ว ย่อมทำให้พวกเขาหัวเสีย หลังจบเกมเราจึงเห็นเหตุการณ์ที่แฟนบอลบางส่วนรวมตัวกันมาปิดล้อมผู้ตัดสิน และแสดงพฤติกรรมที่เป็นภาพไม่สวยงามออกมา ก่อนที่สถานการณ์จะเย็นลงและจบลงด้วยดีแบบไม่มีอะไรบานปลาย

อันที่จริงหากเราลองมาย้อนเหตุการณ์ความผิดพลาดของผู้ตัดสินที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้นั้นมีหลายเคสมากๆ และก็เคยโดนกันมาแทบทุกทีมไม่ว่าจะเป็นในระดับ T1,T2, T3 หรือแม้แต่T4 ขึ้นกับวับว่าในกรณีนั้นจะเป็นสโมสรไหนที่เป็นฝ่ายเสียผลประโยชน์ และได้ผลประโยชน์

เข้าใจหัวอกแฟนบอลที่ต้องมาทนเห็นทีมรักเสียประโยชน์จากความผิดพลาดที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่การที่จะใช้คำว่า "ขี้โกง" คงจะเป็นคำที่รุนแรงเกินไปที่จะมากล่าวหากันแบบซึ่งหน้า เพราะถ้าว่ากันตามตรงในหลายๆฤดูกาลที่ผ่านมา สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ไปได้ในแบบที่คู่ควรและสมศักดิ์ศรี คงไม่น่าจะมาตกม้าตายเพราะเรื่องแบบนี้...


สาวก "ช้างขาวจ้าวเกาะ" ที่เข้าไปชมเกมจนล้นสนาม

จากนี้คงต้องรอการพิจารณาจากฝ่ายพิจารณามารยาทวินัยของทางสมาคมฯว่าจะให้คำตอบกับเรื่องนี้อย่างไร และจะหามาตรการใดมาลบข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นของผู้ตัดสินในช่วงที่วีเออาร์ยังไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้

เราในฐานะแฟนฟุตบอลไทยก็คงจะทำได้เพียงแค่คาดหวังที่จะให้การแข่งขันออกมาแบบขาวสะอาดที่สุด เพราะคงไม่ส่งผลดีแน่ๆ หากฟุตบอลไทยทุกวันนี้ต้องแข่งขันกันท่ามกลางความผิดพลาดของผู้ตัดสินอยู่ตลอดเวลา

เพราะแต่ละสโมสรก็ต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ รวมถึงแรงเงินในการพัฒนาทีม แต่หากต้องมาเจอผู้ตัดสินที่ยังไม่ยอมพัฒนาตามสโมสร ก็คงเป็นฝันร้ายของวงการฟุตบอลไทยแบบนี้ต่อไป ไม่มีวันจบสิ้น...

"บิ๊ก กิโล10"

ขอบคุณภาพจาก : ตราดชัตเตอร์ Trat Shutter // BURIRAM UNITED