มันเป็นความจริงที่ยากจะยอมรับนะครับ แต่บางครั้งโชคดวง ก็มีผลต่อมนุษย์มากมายเหลือเกิน 

ซิมง มินโญเล่ต์ น่าจะเป็น 1 ในคนที่กำลังคิดแบบนี้ ในขณะที่เขานั่งดูเกมถ่ายทอดสดระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ นอริช ซิตี้ เมื่อกลางดึกคืนวันศุกร์

“ทีตอนข้ายังอยู่ แม่มไม่เห็นจะเจ็บสักแอ๊ะ”

ไม่รู้ว่าเขาจะบ่นแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ก็คือถ้าวันนี้ มินโญเล่ต์ ยังอยู่ ลิเวอร์พูล! เขาจะเป็นคนเดินลงไปเฝ้าเสาแทน อลิสซง เบ็คเกอร์ ที่ได้รับบาดเจ็บ

สำหรับใครที่ไม่ทราบเบื้องลึกเบื้องหลังมาก่อน เราต้องบอกว่าในช่วงที่ตลาดซื้อขายนักเตะยังเปิดอยู่ มันมีโอกาสเท่าๆ กัน 50-50 เลยนะครับที่มือกาวทีมชาติเบลเยี่ยม จะอยู่รับใช้ “หงส์แดง” ต่อไปอีก 1 ฤดูกาล

เขาไม่ได้กระสันจะย้ายอะไรมากมาย และ เจอร์เก้น คล็อปป์ เองก็บอกแล้วว่ายินดีเก็บเขาไว้ใช้งานต่อ แต่พอมีข้อเสนอดีๆ เข้ามา ทุกอย่างก็จบ ทุกฝ่ายแฮปปี้

นั่นจึงทำให้เราเห็น อาเดรียน ที่กำลังจะย้ายไปอยู่ เรอัล บายาโดลิด แบบเงียบๆ ต้องเลี้ยวหักศอกย้ายมาชูเสื้อที่ แอนฟิลด์ อย่างไม่น่าเชื่อ

แต่ความแปลกประหลาดยังไม่หมดเท่านี้ เพราะโชค 2 ชั้นของ อาเดรียน เกิดขึ้นบนความซวยของ อลิสซง ผู้กำยำแข็งแกร่ง แต่ต้องมาเจ็บแบบละคร “ซิทคอม” จากจังหวะเตะเปิดเกมลื่น!


อดีตนายด่านหน้านวลของ เวสต์แฮม จึงต้องสวมถุงมือวิ่งลงไปเฝ้าเสาแบบไม่ทันตั้งตัว พร้อมกับความกดดันมากมายมหาศาล

90 นาทีแรกแห่งฤดูกาลจบไป! รองแชมป์เก่าจัดการต้อนรับน้องใหม่ด้วยการไล่ทุบไปเบาะ 4-1 คว้า 3 แต้มเข้ากระเป๋า ขณะที่ อาเดรียน เสียไป 1 ประตู โดยที่ไม่ได้ก่อความผิดพลาดใดๆ ที่น่ากังวล

สำหรับคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ขาลงกับ บายาโดลิด แค่นี้ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่น่าพอใจมากๆ แล้ว

มันยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า อลิสซง จะต้องใช้เวลาพักเท่าไหร่ แต่ดูคร่าวๆ แล้วมันน่าจะเป็น อาเดรียน ที่ได้เฝ้าเสาต่อไปอีกต่ำๆ เลยอย่างน้อยก็ 1-2 นัด

มันคือโอกาส “ทองฝังเพชร” ของใครสักคนที่อยากใช้โอกาสนี้กลับมาแจ้งเกิด และถ้าเกิดเขาทำได้ดี ทำให้แฟนๆ ปลื้มได้เบาๆ ภายใน 1-2 เกมที่ว่านี้

บางทีมันอาจทำให้ คล็อปป์ รู้สึกอุ่นใจ ยืดเวลาให้เขาได้ลงเล่นต่ออีกนิดหน่อย เพื่อให้ “พี่หมี” ไม่ต้องรีบร้อน และได้ใช้เวลาเรียกความฟิตอย่างเต็มที่

นั่นคือภารกิจเบื้องต้นที่ต้องทำของ อาเดรียน และมันก็เป็นแผนการระยะสั้นๆ ที่น่าสนใจมากๆ แล้ว

ครั้นจะลองถึงการยึดมือ 1 ถาวร มันคงเป็นเป้าหมายที่ยังดูไกลเกินไป และเสมือนว่าจะดูเป็นไปไม่ได้

ก็มารอดูกันว่าบุญหล่นทัพของ อาเดรียน ในครั้งนี้ เขาจะแข็งแกร่งพอที่จะฉวยโอกาสหยิบมาเป็นของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหนครับ