เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย สำหรับการแข่งขันวอลเลย์บอลชาย ยู23 ครั้งที่ 3 ในปี 2019 ที่ประเทศพม่า

ทีมหนุ่มไทยจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 11 ซึ่งค่อนข้างห่างจากปี 2017 ที่เคยทำได้ถึงอันดับที่ 4

เส้นทางของทีมไทยในรอบแรกอยู่ในสาย ดี. ร่วมกับ จีน, อินเดีย และ นิวซีแลนด์ ตามคาดการณ์คู่แข่งที่สำคัญของรอบแรกก็คือจีน ส่วนอินเดีย และ นิวซีแลนด์ ทีมไทยน่าจะสู้ได้อย่างไม่ยากเย็น

นัดแรกต้องพบกับนิวซีแลนด์ ด้วยความที่เป็นเกมแรกทำให้การปะติดปะต่อเกมยังไม่เข้าทีมเข้าทาง นำไปสู่การเสียเซตแรกให้นิวซีแลนด์ แต่หลังจากที่ตั้งเกมได้ ก้สามารถไล่ทุบเอาชนะไป 3-1 เซต

มาในนัดที่สอง ที่ต้องพบกับยักษ์ใหญ่ จีน ซึ่งหนุ่มไทยก็ทได้ดีเพราะจีนเองก็แข็งแกร่งมาก แต่น่าเสียดายมาในเซตที่ 5 ดวลกันแล้วหนุ่มไทยพ่ายไปอย่างน่าเสียดาย

มาในเกมที่พบกับอินเดีย จุดมุ่งหมายอยู่ที่การคว้าชัยชนะ 3-0 หรือ 3-1 เท่านั้น เพื่อตั๋วเข้าสู่รอบสอง หรือรอบจัดอันดับ 1-8 แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่เสียเซต 4 ทำให้แม้จะคว้าชัยชนะใน 3-2 เซต แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบ

เนื่องจากทั้งอินเดีย จีน และ ไทย มีผลแพ้ชนะและคะแนนเท่ากัน รวมไปถึงเซตได้ แต่ไทยกลับมีเซตเสียมากกว่าทั้งสองเพียง 1 เซตเท่านั้น จึงไม่ผ่านเข้าสู่รอบจัดอันดับ 1-8 หล่นไปแข่งขันใรอบจัดอันดับ 9-16 แทน

เป้าหมายถูกเปลี่ยนมาเป็นอันดับ 9 ซึ่งในรอบสองหนุ่มไทยก็กวาดชัยชนะรวด (ชนะเวียดนาม และ ซาอุดิ อาระเบีย) เข้าไปพบกับเจ้าภาพในรอบจัดอันดับ 9-12

แต่เกมนัดนี้กลับไม่เป็นไปตามหวัง หนุ่มไทยพ่ายให้พม่า 3 เซตรวด หล่นไปชิงอันดับ 11 แทน ซึ่งสุดท้ายก็จบที่อันดับ 11 หลังเอาชนะบาห์เรนไปได้

จากภาพรวมทั้งหมด สิ่งที่เป็นปัญหาหลักคือ สภาพจิตใจของนักตบในช่วงสภาวะกดดันทำให้ควบคุมเกิดได้ยาก และเกิดข้อผิดพลาด

อีกหนึ่งสิ่งก็คือบางคนเป็นนักกีฬาจากชุดยุวชน เยาวชน เกมในรุ่นยู23นับแล้วก็ถือว่าเป็นรุ่นใหญ่ที่จะก้าวสู่ทีมชาติชุดใหญ่ บางครั้งอาจจะไม่ทันเกมคู่แข่ง ซึ่งต้องใช้เวลาเพิ่มประสบการณ์ให้ทักษะ และก้าวทันเกมมากขึ้น

ต่อจากนี้ยังมีรายการสำคัญอย่าง วอลเลย์บอลชายชิงแชมป์เอเชียในช่วงเดือนกันยายน และมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2019 ในช่วงปลายปี หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้ว นักกีฬาบางส่วนจะกลับไปร่วมกับทีมชุดใหญ่ เดินทางไปเก็บตัวที่ประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกับที่ทีมหญิงเคยเดินทางไปก่อนหน้านี้

สิ่งที่ต้องดำเนินต่อไปของทีมชายคือการสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ ณ ตอนนี้จุดบอดต่างๆก็ปรากฎให้เห็น อยู่ที่ทีมงานสตาฟฟ์และนักกีฬาที่จะต้องช่วยกันพัฒนาวอลเลย์บอลชายให้ขยับขึ้นไปสู่ระดับเอเชียหรือระดับโลกให้ได้

อีกนิดกับเกมในรอบชิงชนะเลิศ ไต้หวันเป็นทีมที่คว้าแชมป์ไปครองด้วยการเอาชนะอินเดีย 3-1 เซต ผลงาน 3 ครั้งที่ผ่านมาสามารถขึ้นไปยืนบนโพเดียมได้ ( 2015 ที่ 3, 2017 ที่ 3, 2019 ที่ 1) 

อนึ่ง ทีมงาน SMMSPORT ต้องขอแสดงความเสียใจกับน้องกั๊ก ณรงค์ฤทธิ์ จันภิรมย์ ที่สูญเสียคุณพ่อในช่วงที่กำลังแข่งขัน ซึ่งนายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 10,000 บาท