ชัยชนะของทีมชาติไทย U23 ที่มีต่อ บาห์เรน ในเกมนัดสุดท้ายของศึกชิงแชมป์เอเชีย 2019 ที่สนามวันนา เต็กกี อินดอร์ สเตเดียม กรุงเนปิดอว์ ประเทศพม่า ยังผลให้หนุ่มไทย จบอันดับที่ 11 ของรายการ จากทีมที่แข่งขันทั้งหมด 16 ทีม

จะว่ากันไปแล้ว ทีมชาติไทยชุดนี้ ทั้งตัวนักกีฬา และตัวผู้เขียนเอง คาดหวังไว้ค่อนข้างสูงกับรายการชิงแชมป์เอเชียหนนี้ คือการผ่านเข้าไปเล่นถึงในรอบรองชนะเลิศ

ซึ่งพูดกันตามตรง ด้วยขุมกำลัง และคุณภาพของทีม รวมถึงความพร้อมต่าง ๆ ของทีม ก็ไม่แปลกที่เราจะมองไปให้ถึงรอบตัดเชือก

หากว่าผลการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มของไทยเรา ดันมีการแข่งขันที่ออกมาเป็น "งูกินหาง"

ไทย ชนะ อินเดีย, อินเดีย ชนะ จีน, จีน ชนะ ไทย

และเมื่อนับอัตราส่วนของเซต หนุ่มไทย โชคร้าย ผลงานเป็นรอง จีน กับ อินเดีย ทำให้ไม่ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย และหล่นไปเล่นในรอบจัดอันดับแทน

ความหวังที่จะเข้าไปให้ถึงรอบรองชนะเลิศ ดันพังทลายตั้งแต่ 3 วันแรกของการแข่งขัน เรื่องจิตใจน่าจะเป็นเรื่องสำคัญอยู่เช่นกัน

แม้จะไม่ได้เข้ารอบ 2 แต่เกมในรอบจัดอันดับ 2 นัด หนุ่มไทย ก็ยังชนะได้หมด ทั้ง ซาอุดิ อาระเบีย และเวียดนาม

แต่ใจเจ้ากรรม ทีมไทย ไม่วาย พ่ายให้กับ พม่า เจ้าภาพ ไปอย่างน่าเสียดาย 0-3 เซต ในรอบจัดอันดับ 9-12 ก่อนจะคว้าอันดับ 11 มาครองในการลงเล่นนัดสุดท้าย

อย่างหนึ่งอาจจะมองได้ว่า เมื่อไม่ผ่านเข้ารอบ 2 ทำให้ผลงานในรอบจัดอันดับ อาจจะไม่ได้เต็มที่มาก คือเล่นไปด้วย แต่ภายในใจอาจจะเต็มไปด้วยความผิดหวัง

จากความหวังที่จะลุ้นยืนบนโพเดียม แต่กลับต้องมาเล่นในรอบจัดอันดับ ชนิดที่แพ้แบบเฉียดฉิวในรอบแรก คงจะใจเสียเป็นเรื่องธรรมดา

แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ของทีมจากแดนสยาม กับการแข่งขันบนผืนแผ่นดินแห่งลุ่มน้ำอิรวดีแห่งนี้ ที่ทำผลงานออกมาได้ไม่ดีมากนัก

ทว่าที่ผ่านมา ทีมไทย ที่เดินทางมาแข่งขันในรายการนี้ ล้วนแล้วแต่ฟอร์มไม่ดีแทบจะทั้งนั้น

ฤๅ เนปิดอว์ จะเป็นสนามอาถรรพ์ ของทีมชาติไทย ในระดับเอเชีย ก็เป็นได้

ย้อนกลับไปในปี 2015 การแข่งขัน U23 ชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 1 ทีมชาติไทย ที่กำลังอยู่ในช่วงของการสร้างทีมดาวรุ่งดวงใหม่ นำทีมมาโดย นักกีฬาหลายคนที่เป็นขุมกำลังหลักของทีมชาติไทย ชุดปัจจุบัน ทั้ง มาวิน มณีวงษ์, อนุชิต ภักดีแก้ว, จักรพงศ์ ทองกลาง รวมถึงดาวเด่นในช่วงนั้นอย่าง วุฒิชัย สุขศาลา, ยศพล วัฒนะ, คณิต ศิลปศร, กฤษดา ฉันไชย

ผลงานของทีมไทย ในรายการดังกล่าว ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ แต่ทว่าสิ่งที่ไม่น่าจดจำกับการแข่งขันรายการนี้ คือการพ่ายให้กับ พม่า เจ้าภาพ คู่ปรับร่วมอาเซียนไปถึง 2 ครั้ง 2 ครา ด้วยสกอร์ 3-0 เซตทั้งหมด ในรอบแบ่งกลุ่ม และรอบจัดอันดับ 5-8 ก่อนที่เกมสุดท้าย หนุ่มไทย จะเอาชนะ อินเดีย จะจบอันดับ 7 ของรายการ

ปี 2016 การแข่งขันสโมสรชาย ชิงแชมป์เอเชีย ทีมของไทยที่เดินทางมาแข่งขันในตอนนั้นคือ วิง 46-พิษณุโลก แชมป์ไทยแลนด์ลีก 2016 แต่เนื่องด้วยความไม่ลงตัวหลายอย่าง หนุ่มเมืองสองแคว มีนักกีฬาดาวรุ่งล้วน ๆ มาเข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงต้องอยู่ในกลุ่มกับทั้ง กาตาร์ และ จีน

สุดท้าย พิษณุโลก จบการแข่งขันในอันดับ 11 รวมถึงเป็นการชนะผ่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในเกมสุดท้าย

ถัดมาปี 2017 พม่ายังคงได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในรายการเอเชีย คือ ยุวชนชาย U19 ชิงแชมป์เอเชีย ซึ่งในครั้งนี้ ทีมชาติไทย ผ่านเข้ารอบด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม ซี หลังชนะ ศรีลังกา และพ่าย ญี่ปุ่น

รอบแบ่งกลุ่มรอบ 2 นักตบแดนสยาม ล้างอาถรรพ์ในการแพ้ พม่า ได้สำเร็จ ด้วยการสยบเจ้าภาพ ไปอย่างสบาย ๆ 3-0 เซต

ทว่า ทีมชาติไทย กลับมาพ่ายให้กับ ออสเตรเลีย 1-3 เซต ในนัดสุดท้ายรอบที่ 2 แม้จะเข้ารอบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม แต่ก็ยังไปเจอกับ อิหร่าน สุดท้าย หนุ่มไทย จบการแข่งขันในอันดับ 6

ปี 2018 กลับมาเป็นคราวของการแข่งขันสโมสรเอเชีย และตัวแทนของไทย คือ นครราชสีมา เดอะมอลล์ วีซี และแม้ผลงานในรายการนี้จะเป็นไปดีใน 2 เกมแรก แต่สุดท้าย โคราช ก็จบการแข่งขันในอันดับ 6

ผลงานของทีมไทยในเนปิดอว์
2015 - U23 - อันดับ 7
2016 - สโมสร - อันดับ 11
2017 - U19 - อันดับ 6
2018 - สโมสร - อันดับ 6
2019 - U23 - อันดับ 11

แน่นอนว่าในระดับเอเชีย ด้วยคู่แข่งที่มากกว่า และคุณภาพทีมของทีมอื่น ๆ ที่ดีกว่า ผลงานของวอลเลย์บอลชายไทย เลยยังก้าวไปถึงอันดับต้น ๆ ของทวีปในหลาย ๆ รายการได้ยาก แต่ทุกครั้งก็ล้วนแล้วแต่มีจังหวะ และปัจจัยหลายอย่าง ที่ทำให้เรามีลุ้นเข้าไปแตะ 4 อันดับแรกของเอเชียอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน

ทีนี้ขึ้นอยู่กับเราว่าจะทำได้ไหม จะสามารถก้าวข้ามขึ้นไปอยู่อันดับท็อปของเอเชียได้หรือเปล่า อันนั้นเราคงต้องลุ้นกันต่อ

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แม้ในช่วงนี้ วอลเลย์บอลชายไทย จะยังคงเป็นทีมเต็งจ๋าในเอเชียไม่ได้ แต่เชื่อว่าสักวัน หากเราไม่หยุดอยู่กับที่ และพัฒนากันต่อไปเรื่อย ๆ มันคงอาจจะไม่ใช้เวลาเพียง 1-2 ปี อาจจะเป็น 4-5 ปี หรือมากกว่านั้น คงมีสักวันที่เราทำได้ดีกว่าตอนนี้ก็เป็นได้