เอเอฟซี ได้กำหนดวันที่จะให้แต่ละชาติ ส่งรายชื่อนักเตะมาลงทะเบียนรอบแรก เพื่อแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกแล้ว นั่นก็คือวันที่ 5 ส.ค.นี้

ในส่วนของ ทีมชาติไทย เวลานี้ อากิระ นิชิโนะ กุนซือทัพช้างศึก กำลังตระเวนไปสนามต่างๆเพื่อดูฟอร์มผู้เล่นไทยอยู่ และเขาก็ได้บอกว่า อาจจะส่งชื่อนักฟุตบอลไทย 30 คน ในการลงทะเบียนรอบนี้

โดยกุนซือชาวญี่ปุ่น ได้ประกาศไว้แล้วว่า นักเตะที่เล่นเป็นตัวจริงของสโมสรเท่านั้น ที่มีโอกาสจะติดทีมชาติไทยในยุคของเขา

วันนี้เรามีวิเคราะห์กันว่า นักเตะไทยทั้ง 30 คน ที่มีโอกาส และอาจจะเข้าตา นิชิโนะ จะมีใครบ้าง

เริ่มที่ตำแหน่ง "ผู้รักษาประตู"

ในรอบนี้ คาดว่า นิชิโนะ อาจจะส่งชื่อผู้รักษาประตู ไปทั้งสิ้นไม่เกิน 5 ราย และคนที่มีโอกาสมากที่สุด 2 คนแรก ก็ยังน่าจะเป็น ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นายด่านของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายทวารของโอเอช ลูเวิน ในลีกเบลเยี่ยม

ส่วนอีก 3 คน ถ้าดูจากฟอร์มและประสบการณ์ที่มี ชื่อของ ฉัตรชัย บุตรพรหม จอมหนึบของบีจี ปทุมฯ จ่าฝูงของไทยลีก 2 ก็น่าจะยังอยู่ในข่าย และอีก 2 คนก็น่าจะเป็น อภิรักษ์ วรวงษ์ ผู้รักษาประตูของสิงห์ เชียงรายฯ ที่เก็บคลีนชีตได้เยอะมาก กับอีกคนคือ พีระพงษ์ เรือนนินทร์ นายทวารของพีทีที ระยอง ที่กำลังฟอร์มดีสุดๆ

ตำแหนงต่อมาคือ "กองหลัง"

ในรอบนี้ อาจจะส่งชื่อกองหลังประมาณ 10 คน ซึ่งในส่วนของ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ก็น่าจะยังมีชื่อของผู้เล่นเก่าๆอย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ ของทีมบุรีรัมย์, อดิศร พรหมรักษ์ ของทีมเอสซีจี เมืองทองฯ และ มานูเอล ทอม เบียร์ ของทีมทรู แบงค็อกฯ ที่ฟอร์มยังใช้ได้อยู่

และอาจจะมีหน้าใหม่ๆอย่าง ชิติพัทธ์ แทนกลาง ของบุรีรัมย์, เอเลียส ดอเลาะ ของการท่าเรือ หรือ จักพัน ไพรสุวรรณ ของสมุทรปราการ เซอร์ไพรส์มาด้วยก็ได้

ส่วน แบ็คขวา ตามฟอร์มช่วงโมงนี้ นฤบดินทร์ วีระวัฒโนดม ของบุรีรัมย์ น่าจะมีชื่อเข้ามา ส่วน ทริสตอง โด ของทีมแบงค็อกฯ เบอร์ 1 ในตำแหน่งนี้ ที่ดันมาบาดเจ็บในช่วงที่ นิชิโนะ เข้ามาทำงานพอดี ก็ต้องลุ้นกันว่าจะมีชื่อด้วยหรือเปล่า

นอกจากนั้นอาจจะมีตัวสอดแทรกอย่าง ฟิลิป โรลเลอร์ ของราชบุรี, นิติพงษ์ เสลานนท์ ของการท่าเรือ, นพนนท์ คชพลากยุกค์ ของชลบุรี และ ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ของเอสซีจี เมืองทองฯ 

ส่วน แบ็คซ้าย ยังไงก็ต้อง ธีราทร บุญมาทัน ของโยโกฮาม่า มารีนอส เป็นเบอร์ 1 ในตำแหน่งนี้

และในไทยลีก ถ้าดูจากฟอร์มกับผลงาน ศศลักษณ์ ไหประโคน ของบุรีรัมย์ ก็น่าจะมีชื่อติดเข้ามา รวมถึง สุริยา สิงห์มุ้ย ของเชียงรายฯ ก็มีโอกาส เพราะทั้งคู่ลงตัวจริงให้ทีมต่อเนื่อง

ส่วนหน้าเก่าๆที่หลุดเป็นสำรองของสโมสร รวมถึงมีอาการบาดเจ็บอย่าง กรกช วิริยะอุดมศิริ ของบุรีรัมย์, เควิน ดีรมรัมย์ ของการท่าเรือ, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ของแบงค็อก ก็ต้องมาลุ้นกันว่า จะยังมีชื่อของใครบ้าง

ตำแหน่งต่อมาคือ "กองกลาง" 

ในส่วนของ มิดฟิลด์ตัวรับ แน่นอนว่า ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ของโออิตะฯ ในเจลีก น่าจะยืนหนึ่ง

และในไทยลีก ถ้าดูจากฟอร์มตอนนี้ ก็มีโอกาสที่ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล ของเชียงราย, รวมถึง นพพล พลคำ ของสมุทรปราการ จะมีชื่อติดเข้ามา

และอาจรวมถึง ศิวกร จักขุประสาท ของการท่าเรือ กับ แอนโทนี เพ็ชร อำไพพิทักษ์วงศ์ ของแบงค็อก ที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอด้วย

ส่วนหน้าเก่าๆอย่าง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ของการท่าเรือ รวมถึง ชารีล ชัปปุยส์ ของเอสซีจี เมืองทองฯ ที่กำลังเร่งฟอร์มขึ้นมา ก็ต้องลุ้นกันว่าจะเข้าตา นิชิโนะ หรือเปล่า

ขณะที่ มิดฟิลด์ตัวรุก และ ริมเส้น "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร คงไม่พลาดมีชื่อแน่นอน

ตามมาด้วยอีกหลายคนที่กำลังฟอร์มดีในไทยลีก อาทิ พิชา อุทรา, ธีระพล เยาะเย้ย และ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ 3 แนวรุกของสมุทรปราการ ซิตี้, สุภโชค สารชาติ ของบุรีรัมย์, ปกเกล้า อนันต์ กับ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ของแบงค็อก, บดินทร์ ผาลา กับ สุมัญญา ปุริสาย ของการท่าเรือ, ศิวกรณ์ เตียตระกูล และ เอกนิษฐ์ ปัญญา ของเชียงราย รวมถึง สหรัฐ กันยะโรจน์ ของพีทีที ระยอง พวกนี้ล้วนมีโอกาสทั้งหมด

ส่วนในรายของ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ของสมุทรปราการ ที่มาเจ็บตอน นิชิโนะ เริ่มงานพอดี ก็ต้องดูกันว่าเขาจะยังมีชื่อหรือเปล่า

ขณะที่หน้าเก่าๆอย่าง ปกรณ์ เปรมภักดิ์, นูรูล ศรียานเก็ม, สรรวัชญ์ เดชมิตร, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ก็ต้องมาลุ้นกันอีกทีว่า จะยังมีชื่อหรือไม่

ตำแหน่งสุดท้ายคือ "กองหน้า" 

ตำแหน่งนี้ถือว่ายากสำหรับ นิชิโนะ ที่สุด เพราะทุกทีมในไทยลีก ล้วนใช้กองหน้าต่างชาติเป็นหลัก ทำให้หาดาวยิงสัญชาติไทยที่ผลงานดีได้ยากจริงๆ

แต่ถ้าให้วิเคราะห์ ยังไงชื่อของ ธีรศิลป์ แดงดา ของเอสซีจี เมืองทองฯ ก็ต้องนอนมาเป็นอันดับแรก เพราะฝีเท้า ทักษะ และประสบการณ์ของ "มุ้ย" ยังดูเหนือกว่าทุกคนในตำแหน่งนี้

ส่วนที่เหลือ ถ้าใช้เกณฑ์วัดจากผลงาน และการลงเล่นเป็นตัวจริงต่อเนื่อง ชื่อของ อภิวัฒน์ เพ็งประโคน ของพีทีที ระยอง ก็ต้องติดมาด้วย และอาจจะมี สิโรจน์ ฉัตรทอง ของประจวบ กับ ธีรเทพ วิโนทัย ของชลบุรี รวมอยู่ด้วย

ส่วนหน้าเก่าอย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร ของเอสซีจี เมืองทอง, ชนานันท์ ป้อมบุบผา ของแบงค็อก และ ศุภชัย ใจเด็ด ของบุรีรัมย์ ที่ช่วงหลังเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง และฟอร์มดร็อปลงมามาก ก็ต้องมาลุ้นว่า นิชิโนะ จะตัดสินใจยังไง

ซึ่งหากให้ผมวิเคราะห์ และลองตัดชื่อออกมา 30 คน ก็มีดังนี้ 

ผู้รักษาประตู 5 คน / ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ฉัตรชัย บุตรพรหม, อภิรักษ์ วรวงษ์, พีระพงษ์ เรือนนินทร์ 

กองหลัง 10 คน / พรรษา เหมวิบูลย์, อดิศร พรหมรักษ์, มานูเอล ทอม เบียร์, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, เอเลียส ดอเลาะ, นฤบดินทร์ วีระวัฒโนดม, ทริสตอง โด, ธีราทร บุญมาทัน, ศศลักษณ์ ไหประโคน, สุริยา สิงห์มุ้ย

กองกลาง 11 คน / ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, ศิวกร จักขุประสาท, ชนาธิป สรงกระสินธ์, พิชา อุทรา, ธีระพล เยาะเย้ย, บดินทร์ ผาลา, สุมัญญา ปุริสาย, ปกเกล้า อนันต์, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, สุภโชค สารชาติ

กองหน้า 4 คน / ธีรศิลป์ แดงดา, อภิวัฒน์ เพ็งประโคน, สิโรจน์ ฉัตรทอง, ธีรเทพ วิโนทัย

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้คือการวิเคราะห์ของตัวผมเองล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับการตัดสินใจของ อากิระ นิชิโนะ แต่อย่างใด

แล้วเพื่อนๆล่ะครับ อยากให้ใครติดทีมชาติไทยในชุดนี้บ้าง ลองเสนอแนะเข้ามาดูได้