สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กับเส้นทางที่ยังมีโอกาสลุ้นทริปเปิ้ลแชมป์ในปีนี้ ทั้ง ไทยลีก, ช้างเอฟเอคัพ และ ลีกคัพ ต้องบอกเลยว่าเวลานี้ทัพ "กว่างโซ้งมหาภัย" เป็นทีมที่ลุ้นแชมป์เต็มตัวในทุกรายการ

สถานการณ์ในไทยลีกตามหลังจ่าฝูงอย่าง บุรีรัมย์ เพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น ส่วนช้างเอฟเอคัพ ในรอบ 8 ทีม จะพบกับ การท่าเรือ เอฟซี ถือว่าเป็นงานที่ไม่ง่ายเลยทีเดียว แม้จะชนะในเกมลีกนัดล่าสุดถึง 1-4 ก็ตาม และในถ้วยลีกคัพก็จะต้องพบกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด รีแมตช์รอบชิงชนะเลิศปีที่แล้ว

ทั้ง 3 ถ้วย ที่ สิงห์ เชียงรายฯ มีลุ้นแชมป์อยู่ในตอนนี้ เจอแต่งานหนักๆ ทั้งนั้น แต่ด้วยศักยภาพของนักเตะที่ไม่เป็นรองใคร ก็ทำให้เชื่อได้ว่ามีโอกาสที่จะผ่านอุปสรรคต่างๆ เพื่อประสบความสำเร็จได้

ด้วยการเล่นในตอนนี้บอกได้เลยว่าทัพ "กว่างโซ้ง" เป็นทีมที่เสียประตูยากทีมหนึ่งในไทยลีก ส่วนแดนหน้าก็มีตัวทีเด็ดอย่าง วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ ที่สามารถกระชากลากเลื้อยได้ มีความคล่องแคล่วและความเร็วสูง

ด้านตัวจบสกอร์ข้างหน้าก็มีหัวหอกอย่าง บิลล์ โรชิมาร์ ศูนย์หน้าร่างยักษ์ที่สามารถครองบอลบังบอลได้ดีและพร้อมจะยิงตาข่ายให้ทีมทุกเวลา ถ้าหากวันไหนที่สองคนนี้ประสานงานกันได้อย่างลงตัว ทาง สิงห์ เชียงรายฯ ก็จะเป็นทีมที่มีความน่ากลัวมากๆ สำหรับคู่แข่ง แต่ถ้าวันไหนทั้งคู่โชว์ฟอร์มเก่งไม่ออก วันนั้นจะเป็นวันที่เหนื่อยมากๆ สำหรับทีม

โดยวันนี้ทีมข่าว SMMSPORT ขออนุญาตออกโรงวิเคราะห์การลุ้นคว้า 3 แชมป์ของทัพ "กว่างโซ้งมหาภัย" ว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนลองกวาดสายตาดูได้เลยครับ

เส้นทางของถ้วยช้าง เอฟเอคัพ ที่ผ่าน ในรอบ 64 ทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ อุตรดิตถ์ เอฟซี เล่นที่สนาม สิงห์สเตเดี้ยมเป็นทางฝั่งของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ชนะ อุตรดิตถ์ เอฟซี ไปได้ 2-1

รอบ 32 ทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด ที่สนามสนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) และเป็น สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด อีกครั้งที่สามารถเก็บชัยชนะได้ 0-8

รอบ 16 ทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด เล่นที่สนามกีฬาลาดกระบัง 54 และเป็นทางแชมป์เก่าที่สามารถเอาชนะไปได้ 1-4

และในรอบ 8 ทีมนั้น จะแข่งขันวันที่ 7 ส.ค. 62 นี้ที่สนามแพทสเตเดี้ยม ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ยากกว่าเดิมแน่นอน เพราะ ท่าเรือ ได้กุนซือใหม่อย่าง "โค้ชโชค" โชคทวี พหรมรัตน์ เข้ามาคุมทัพ ที่ก็ยังไม่รู้ว่าทำทีมเช่นไร นักเตะอาจได้แรงกระตุ้นใหม่ๆ ก็เป็นได้ สิงห์ เชียงรายฯ ต้องไม่ประมาทหากอยากเข้ารอบต่อไป ซึ่งถ้าผ่านได้ก็ยังมีทีมจากไทยลีก 1 เหลืออีกหลายทีม โอกาสป้องกันแชมป์อาจจะยากสักหน่อย แต่มาถึงรอบนี้แล้วคงต้องพร้อมสู้ทุกทีม (โอกาสเป็นแชมป์ 50%)
 
ส่วนผลงานในถ้วยลีกคัพ รอบ 32 ทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ออกไปเยือน ขอนแก่น เอฟซี สามารถเอาชนะไปได้ 0-4

ในรอบ 16 ทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ออกไปเยือนที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลบ้านส้อง พบกับ สุราษฎร์ธานี ซิตี้ และเป็นแชมป์เก่าที่สามารถเอาชนะไปได้ 2-5

ในรอบ 8 ทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ยังต้องออกไปเยือน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด จ่าฝูง จากไทยลีก 2 และเป็นถึงรองแชมป์เก่าในรายการนี้อีกด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่งานที่ง่ายเพราะถึงแม้ บีจี จะเป็นทีมไทยลีก 2 แต่ดีกรีนักเตะแต่ละคนถือว่าอยู่ในระดับไทยลีก 1 ได้สบายๆ 

เรียกได้ว่าเป็นอีกเกมที่หนักของทัพ "กว่างโซ้ง" แต่ด้วยชื่อชั้นนักเตะที่ดูเหนือกว่า ยังคงเชื่อว่า ไอลตัน ซิลวา กุนซือใหญ่ของพวกเขาจะพาทีมหักด่าน "กระต่าย" เข้ารอบต่อไปได้ แล้วถ้าผ่านได้จริงๆ โอกาสเป็นแชมป์ในถ้วยนี้น่าจะสดใสกว่า เอฟเอคัพ เพราะทีมที่เหลือในรอบรองฯ ดูหนักที่สุดไม่เป็น แบงค็อก ก็ บุรีรัมย์ ที่ตัดกันในรอบ 8 ทีม ซึ่งถ้าไม่จับมาเจอกันเองสักก่อนในรอบต่อไป แฟนเชียงราย น่าจะมีโอกาสได้เข้าไปเชียร์ทีมรักในรอบชิงค่อนข้างสูง (โอกาสเป็นแชมป์ 60%)

และในส่วนของเส้นทางการลุ้นแชมป์ไทยลีก ยังถือว่ามีโอกาสสูงมากเช่นกัน เนื่องจากทีมหัวตารางฟอร์มสะดุดแทบทุกทีม โดยตอนนี้สถานการณ์ในตารางคะแนนไทยลีก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ สมุทรปราการซิตี้ มี 35 คะแนนเท่ากัน แต่ลูกได้เสีย "ปราสาทสายฟ้า" ดีกว่า ทำให้นำจ่าฝูงอยู่ ส่วน สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่มี 33 คะแนน ยังตามเพียงแค่ 2 แต้ม โดยเหลือการแข่งขันอีก 11 นัดเท่านั้น

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าไม่ดีเหมือนเดิม, การท่าเรือ เอฟซี ฟอร์มแผ่วตามเคย, สมุทรปราการ ซีตี้ ยังใหม่ต่อการลุ้นแชมป์, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ต้องหาความสม่ำเสมอมากกว่านี้ นั้นทำให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด มีโอกาสคว้าแชมป์ลีกไม่น้อยไปกว่า 4 ทีมข้างต้น สุดท้ายแล้วเราคงต้องมาดูกันอีกที ว่าทีมไหนจะรักษาฟอร์มการเล่นได้คงเส้นคงวาที่สุดพร้อมรับความกดดันในช่วงท้ายซีซั่นที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วงได้ดีกว่าทีมอื่นๆ ซึ่งโอกาสการคว้าแชมป์ลีกของทัพ "กว่างโซ้ง" มีประมาณ 20%

สุดท้ายนี้แฟนบอลของทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คงต้องส่งแรงใจเชียร์สุดกำลังให้ทีมในทุกเกมที่เหลือของซีซั่นนี้ เพื่อโอกาสคว้า 3 แชมป์ได้เป็นครั้งแรกของสโมสร จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้หรือไม่ เริ่มลุ้นได้เลยวันพรุ่งนี้ (24 ก.ค. 62) ในถ้วยลีกคัพ ที่จะไปเยือน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด รอติดตามกันครับ...

"ฟลุ๊ค นิคม"

ขอบคุณภาพ : Chiang Rai United FC