หากจะพูดถึงหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเมืองไทย ณ เวลานี้ คงหนีไม่พ้น สโมสรอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับการกวาดแชมป์ทุกรายการในประเทศ ตลอดช่วงเวลากว่าครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา

นอกจากถ้วยแชมป์รายการแข่งขันต่างๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่พวกเขาสร้างให้กับจังหวัดบุรีรัมย์ คือ เปลี่ยนเมืองผ่าน ให้กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งเมืองกีฬาและการท่องเที่ยวหลักของดินแดนอีสานใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยจุดศูนย์กลางของแลนด์มาร์คก็คือ “สนาม ช้าง อารีนา” รังเหย้าของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นั้นเอง

“บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” วางรากฐานสร้างความยิ่งใหญ่ได้อย่างน่าทึ่งในช่วง 10 ปี มีการวางรากฐานในทุกๆ ด้านอย่างเป็นระบบ จนประสบความสำเร็จมากมาย และเมื่อสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีโครงการ FA Development Program สนับสนุนงบประมาณ หรือ เงินสนับสนุนเพิ่มเติม จำนวน 5 ล้านบาท ให้แก่สโมสรในไทยลีกที่มีโครงการยกระดับซึ่งนำไปสู่การพัฒนาสโมสร จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สามารถช่วยเติมเต็มโครงการพัฒนาต่างๆ ของสโมสรแห่งนี้ได้

ในปี 2560 พวกเขาได้นำเงินจากโครงการ FA Development Program ในการเนรมิต ร้านขายสินค้าที่ระลึกขึ้นมาใหม่ ด้านหน้าสนามช้าง อารีนา ให้สามารถรองรับจำนวนสินค้าและแฟนบอลที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2561 ได้มีการปรับปรุงระบบไฟฟ้าของสนาม ทั้งที่ช้าง อารีนา และ แคมป์บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงในส่วนของการติดตั้งหลังคา และโคมไฟถนนเข้าออก เพื่อเพิ่มความสว่างโดยรอบ

และล่าสุดในปี 2562 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตรียมปรับโฉมของไฟสนามฝึกซ้อม รวมถึงห้องพักนักกีฬาในช้าง อารีนา รวมถึงสนามซ้อมอื่นๆ ทั้งที่ สนามเขากระโดง และ แคมป์เก็บตัวที่บุรีรัมย์ รวมทั้งแคมป์บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

โดย เถลิงกิจ บัญชาสุทธิกุล ผู้จัดการอาวุโสสายงานฟุตบอลและทรัพย์สิน สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เล่าถึงการนำงบ โครงการ FA Development Program ไปใช้พัฒนาในส่วนต่างๆ ตลอดระยะเวลา 3 ปี ว่า

"ตลอดสามปีที่ผ่านมา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เข้าร่วมโครงการนี้ทุกปี ซึ่งเป็นเรื่องดีมากสำหรับโครงการนี้เพราะทำให้แต่ละสโมสรได้พัฒนา ในส่วนต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของสนามแข่งขัน และแคมป์เก็บตัวทั้งหลาย"

"ในปีแรก เรานำงบประมาณมาสร้างร้านขายของที่ระลึกที่ตั้งอยู่ที่สนาม ช้าง อารีนา ขึ้นมา ส่วนปีที่แล้ว เราก็ได้มีการปรับปรุงไฟส่องสว่างของสนาม ช้าง อารีนา ที่เพิ่มให้มีความสว่างถึง 1,800 LUX ขณะที่ปีนี้เราก็จะเพิ่มเติมในความสะดวกของแคมป์เก็บตัวของเรา ทั้งที่ เขากระโดง และ แคมป์ บางบ่อ ที่จังหวัดสมุทรปราการ"

"เป้าหมายของบุรีรัมย์ คือ เราต้องการเป็นเบอร์หนึ่ง ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอลในสนามเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเรื่องนอกสนามต่างๆ ที่เราต้องการยกระดับทีมของเราให้ก้าวไปในระดับเอเชีย เราอยากจะพัฒนาในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ไปถึงระดับเอเชียให้ได้"

"ส่วนการสร้างสถานที่ต่างๆ เราก็พร้อมเสมอที่จะให้การสนับสนุนทีมชาติ ทั้งในส่วนของนักกีฬา รวมถึง สถานที่ต่างๆ ทั้งสนาม ที่เราพร้อมเปิดให้ใช้งาน รวมถึง แคมป์เก็บตัวต่างๆ ทางสโมสรเองก็พร้อมที่จะปรับปรุง เพื่อให้อยู่ในระดับมาตรฐานของ AFC และเตรียมพร้อมอย่างที่สุดในการรองรับเกมระดับนานาชาติ" ผู้จัดการอาวุโสสายงานฟุตบอลและทรัพย์สิน สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับ โครงการ FA Development Program เป็นโครงการต่อเนื่องที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่นำเงินที่ได้จากการสนับสนุนมามอบให้กับสโมสรฟุตบอลเพิ่มเติม โดยสโมสรในไทยลีก จะได้รับสนับสนุนเพิ่มเติม จำนวน 5 ล้านบาท และ สโมสรไทยลีก 2 จำนวน 1 ล้านบาท ส่วนสโมสรไทยลีก 3 และ ไทยลีก 4 ได้รับงบสนับสนุนเพิ่มเติมจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อให้แต่ละสโมสรนำไปใช้ในการพัฒนาด้านต่างๆ ให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นต่อไป

ข้อมูล : Fair