น่าจะ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว กับการที่ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่นวัย 64 ปี จะเข้ามาคุมทีมชาติไทย ลุยศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย

แม้จะมาช้า แต่ก็ยังดีกว่าไม่มา โดย นิชิโนะ จะเริ่มต้นทำงานในวันที่ 19 ก.ค. นี้ ตามสัญญาที่จะเซ็นอย่างเป็นทางการ

เขาจะมีเวลาทั้งสิ้น 48 วัน ก่อนจะถึงนัดแรกของ ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ที่จะเตะวันที่ 5 ก.ย.

และเขาจะมีเวลาประมาณ 10 วัน ในการรวมทีมซ้อมก่อนแข่งนัดแรก เพราะไทยลีกจะหยุดพักเบรคให้หลังจบแมตช์วันที่ 25 ส.ค.

การได้คุมทีมซ้อมถึง 10 วัน ถือว่าค่อนข้างมาก หากเทียบกับโค้ชทีมชาติไทยคนก่อนๆที่เคยมีเวลาซ้อมก่อนแข่งแค่ 5-6 วันเท่านั้น

เวลา 10 วัน มีอะไรให้ นิชิโนะ ทำมากมาย จึงมั่นใจได้เลยว่า ทีมชาติไทย ในยุุค นิชิโนะ จะแข็งแกร่งตามแบบฉบับซามูไร

ส่วนเรื่องการคัดเลือกตัวนักเตะ ก็ถือว่ามีเวลาให้ นิชิโนะ ได้ดูฟอร์มพอสมควร เพราะเขาจะได้ดูไทยลีกลงแข่งถึง 8 นัดก่อนพักเบรค บวกกับข้อมูลที่มีในมืออยู่แล่ว และข้อมูลจากฝ่ายเทคนิค จึงเชื่อว่า นิชิโนะ จะได้นักเตะที่ต้องการมาติดทีมชาติไทย

ถึงตรงนี้ แฟนบอลชาวไทย ต่างยินดีปรีดากันอย่างยิ่งที่ได้ นิชิโนะ มาคุมทีม เพราะเชื่อมั่นในฝีมือของเขาว่าเป็น "ของจริง" และน่าจะเป็นคนพาทีมชาติไทยไปเล่นฟุตบอลโลกได้เสียที

นิชิโนะ เข้ามาคุมทีมในช่วงที่นักเตะไทยหลายคนกำลังพีคพอดี ทั้ง 3 นักเตะในเจลีกอย่าง ชนาธิป, ธีราทร และ ฐิติพันธ์ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น รวมถึงนักเตะไทยหลายคนในไทยลีก ที่กำลังเร่งทำฟอร์ม

ฉะนั้นโอกาสที่ ทีมชาติไทย จะได้เข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย รอบคัดเลือก โซนเอเชีย จึงมีมากไม่แพ้เมื่อ 4 ปีก่อน ที่ "โค้ชซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เคยทำได้

และหาก ทีมชาติไทย ได้เข้ารอบสุดท้ายของโซนเอเชียแล้ว ด้วยฝีมือและประสบการณ์ของ นิชิโนะ ที่เคยคุมทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่ ลงแข่งฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายมาแล้ว ก็เชื่อว่าทัพ "ช้างศึก" มีลุ้น มีหวัง ที่จะได้ไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่กาตาร์

เรียกว่าความฝันของแฟนบอลชาวไทยที่จะได้เห็น ทีมชาติไทย ไปฟุตบอลโลก ดูจะมีความหวังขึ้นมาทันที