ไม่จำเป็นต้องแคร์เสียงนกเสียงกาอะไร! เพราะล่าสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้มีการขยับค่าตัวของ ปอล ป๊อกบา ขึ้นไปแตะที่หลัก 180 ล้านปอนด์ แล้วเรียบร้อย

สำหรับพวกทีมอภิมหาเศรษฐีทั้งหลาย แน่นอนว่านี่เป็นราคาที่พวกเขามีตังจ่ายอยู่แล้ว แต่ประเด็นก็คือ พวกเขาคงไม่เต็มใจจะจ่ายให้กับแข้งที่โชว์ฟอร์มไม่อยู่กับรูปกับรอยแถมยังเต็มไปด้วยปัญหารุงรังเมื่อซีซั่นก่อนสักเท่าไหร่ ด้วยเข็มนาฬิกาที่ตีวนแบบไม่เคยรอใคร เราต้องยอมรับว่า ป๊อกบา เดินทางมาถึงในจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียแล้ว

ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ออกตัวอย่างชัดเจนว่าอยากย้ายทีมใจจะขาด เฉกเช่นเดียวกับ มิโน่ ไรโอล่า ที่พยายามอย่างยิ่งยวดในการผลักดันให้การย้ายทีมมูลค่ามหาศาลเกิดขึ้น แต่ความพยายามของ ป๊อกบา และ ไรโอล่า ในครั้งนี้ มันคงไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะดาวเตะดีกรีแชมป์โลก ยังมีสัญญาเหลือกับ “ปีศาจแดง” อีกยาวๆ เมื่อรวมกับฟอร์มที่ไม่ได้โดดเด่นมากมายเมื่อซีซั่นก่อน ประกอบกับบอร์ดบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เรียกค่าตัวกระฉูด เราจึงยังไม่ได้เห็น ป๊อกบา ย้ายไปไหนเสียที

แมนฯ ยู ภายใต้การบริหารงานซื้อขายโดย เอ็ด วู้ดเวิร์ด จึงกลับมาเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบอย่างหน้าตาเฉย ทั้ง เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส ไม่ค่อยปลื้มกับการปักป้ายค่าตัว 180 ล้าน ที่ว่านี้ และมีแนวโน้มว่าจะถอนตัว ซึ่งทาง “ผีแดง” ก็ไม่จำเป็นต้องเดือดเนื้อร้อนใจ แมนฯ ยู ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินอยู่แล้ว พวกเขารับได้กับการเก็บ ป๊อกบา ไว้ใช้งานต่อ

ล่าสุด โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือของสโมสร มีการพูดแย้มๆ ด้วยซ้ำว่าเขาพิจารณา “น้องป๊อก” เป็น 1 ในตัวเลือกของกัปตันทีมคนต่อไป ก็ไม่รู้ว่า โอเล่ นั้นเอาจริงแค่ไหน ? แต่ที่แน่ๆ มันเป็นการประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่า แมนฯ ยู ยินดีที่จะเก็บ “ดาวเตะสารพัดทรงผม” ไว้ใช้งานต่อในซีซั่นหน้า เมื่อรวมกับศึก ยูโร 2020 ที่กำลังจะมาถึงในปีหน้า ป๊อกบา ควรจะ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ให้ดีว่าเขาจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อไป เพราะถ้าหากพลั้งมือทำอะไรผิดพลาดเพียงนิดเดียว มันอาจไม่มีชื่อของเขากับทีมชาติฝรั่งเศส ในทัวร์นาเมนต์หนนี้

ป๊อกบา จำเป็นต้องได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องทันที ไม่ว่าเขาจะสวมเสื้อเล่นให้กับทีมบ้าทีมบอที่ไหนก็ตาม มันจะไม่มีเวลาให้เขาปรับตัวใดๆ บางที ทีมที่พร้อมมอบโอกาสนี้ให้กับเขาได้ดีที่สุด มันก็อาจเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด และมันอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เราเห็น ป๊อกบา ยิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้นในช่วงหลายวันหลังสุด ไม่มีประโยชน์อันใดที่เขาจะหักดิบ ทำตัวแย่ๆ กับสโมสร เพราะนั่นจะทำให้เขาโดนจับนั่งแบบยาวๆ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด และต้องพลาดเวทีสำคัญที่ตัวเองหวังไว้ทุกอย่าง

เหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้เคยเกิดขึ้นกับ ดาบิด เด เคอา มาแล้ว เพราะมันมีช่วงเวลาหนึ่งที่เจ้าตัวแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยากย้ายไปเฝ้าเสาให้ เรอัล มาดริด ในเมื่อสุดท้ายแล้วทำไม่สำเร็จ เด เคอา ต้องจมปลักอยู่กับ แมนฯ ยู เหมือนเดิม พร้อมกับถูกจับดองเค็มแบบยาวๆ ก่อนที่สุดท้ายจะต้องออกมาขอขมา เพื่อโอกาสในการกลับมาลงสนามอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่ ป๊อกบา ควรจะต้องรับไว้พิจารณา และตอนนี้เขาก็ค่อนข้างวางตัวได้ดี และดูมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าสมัยที่ เด เคอา ดื้อแพ่งกับทีมเยอะ

ใครจะรู้….ด้วยสถานการณ์ที่บีบคั้นแบบนี้ เราอาจได้เห็น ป๊อกบา กลับมามุ่งมั่นแสดงฝีเท้าอย่างจริงจัง เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต ไม่ว่าจะการย้ายไป มาดริด ในซีซั่นหน้า หรือการคว้าความสำเร็จกับทัพ “ตราไก่” ใน ยูโร ไม่ว่ามันจะคือสิ่งใด แต่ถ้าหาก ป๊อกบา อยู่โลดแล่นในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไปจริงๆ ตัวแปรที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคงไปตกอยู่ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างไม่ต้องสงสัย