หลังจากมีข่าวว่าเจ้าบุ๊ค เอกนิษฐ์ ปัญญา จะถูกดึงตัวกลับสโมสรต้นสังกัด สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่จะมาช่วยในการลุ้นแชมป์เพราะทีมยังอยู่ในเส้นทางที่จะประสบความสำเร็จครบทั้ง 3 ถ้วย จึงจำเป็นต้องมีการโรเตชั่นนักเตะให้มีความพร้อมถึงขีดสุด

ทำให้แฟนบอล เชียงใหม่ เอฟซี หลายคนรู้สึกเสียดายไปตามๆกันเพราะเจ้าตัวคือกองกลางที่ดีที่สุดของทีมในเวลานี้ก็ว่าได้ วันนี้ทีมข่าว SMMSPORT จะนำทุกท่านไปทำความรู้จัก เอกนิษฐ์ ปัญญา ให้มากกว่าขึ้นว่าเขามีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้าง

เอกนิษฐ์ ปัญญา มีชื่อเล่นว่า "บุ๊ค" เกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ.1999 ปัจจุบันอายุ 19 ปี ส่วนสูง 171 เซนติเมตร เล่นตำแหน่งกองกลางตัวรุก สโมสรเดิมคือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ปัจจุบันเล่นให้กับ เชียงใหม่ เอฟซี ในสัญญายืมตัว

ก่อนจะมาได้ถึงทุกวันนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 ที่ตอนนั้นสื่อหลายๆสำนักได้จับตามองเด็กอายุเพียง 15 ปี ที่มีโอกาสลงเล่นให้กับสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในเวทีลีกสูงสุดของไทย และเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ลงเล่นลีกสูงสุดในเวลานั้น

เจ้าตัวถูกส่งลงสนามด้วยวัยเพียง 15 ปี 11 เดือน 5 วัน แทนที่ของ ณัทธภณ วรทญา ในนาทีที่ 87 เป็นเกมที่ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี 3-0 เมื่อวันที่ 26 กันยายน ปี 2015

และอีกเพียงแค่ 22 วันถัดมา ชื่อของ เอกนิษฐ์ ปัญญา ก็โด่งดังมากขึ้นในสื่อยักษ์ใหญ่และสื่อทุกๆสำนัก โดยเจ้าตัวกลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถทำประตูในเวทีลีกสูงสุดได้ด้วยวัย 15 ปี 11 เดือน 28 วันหลังถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองและยิงประตูตีไข่ให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ไล่มาเป็น 1-4 ในช่วงนาทีที่ 90+2 แม้จะไม่สามาถพาทีมชนะได้ก็ตาม แต่ชื่อของเขาถูกเล่าขานเป็นเวลานานมากพอสมควร

และหลังจากแจ้งเกิดด้วยวัยเพียง 15 ปี เอกนิษฐ์ ปัญญา ก็เริ่มมีอนาคตที่สดใสเมื่อ "บิ๊กฮั่น" มิติ ติยะไพรัช ที่ดำรงตำแหน่งประธานสโมสรในขณะนั้นได้เป็นผู้มอบโอกาสให้กับ "บุ๊ค" ได้ฝึกฝนทักษะฟุตบอลกับทีมชุดใหญ่ภายใต้การคุมทัพของ "โค้ชโจ" ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น และได้โอกาสลงสัมผัสเกมบนลีกสูงสุดต่อเนื่อง

หลังจากนั้นเพียง 1 ปี ทางสโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก็ได้แยกทางกับ "โค้ชโจ" และ "บิ๊กฮั่น" เองได้ตัดสินใจส่ง เอกนิษฐ์ ปัญญา กองกลางดาวรุ่งวัย 17 ปี ไปเล่นให้กับ เชียงราย ซิตี้ ทีมร่วมเมืองไทยลีกโซนภาคเหนือ ปี 2017 เพื่อให้ "เจ้าบุ๊ค" ได้มีโอกาสลงสนามมากขึ้น

ก่อนจะโชว์ผลงานพาทีมผ่านเข้าสู่รอบแชมเปี้ยนลีกและเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 3 ในปีถัดมา โดยการมาอยู่ที่ เชียงราย ซิตี้ ถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับพี่ชายที่ถูกยกให้เป็นอาจารย์วงการลูกหนังอีกครั้งหลังเคยร่วมงานที่ เชียงราย ยูไนเต็ด นันทวัฒน์ แทนโสภา ที่ได้จารึกชื่อเวทีลูกหนังระดับเอเชีย

เมื่อคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดประจำทัวร์นาเมนต์ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2008 กับทีม ธ.กรุงไทย ก่อนผันตัวเองเป็นโค้ชและนักเตะให้ เชียงราย ซิตี้ ในปีนั้น เอกนิษฐ์ ปัญญา ก็ยังรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก หลังได้กลับมาร่วมงานกับพี่ชายที่แสนดีอีกครั้งหนึ่ง

ในปี 2018 เอกนิษฐ์ ปัญญา กลับสู่เส้นทางฟุตบอลที่เข้มข้นมากขึ้น เมื่อ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้ตัดสินใจปล่อยตัวเขาให้กับ เชียงใหม่ เอฟซี ในสัญญายืมตัวที่มีเป้าหมายเลื่อนชั้นให้ได้ โดยขณะนั้นทาง เชียงใหม่ เอฟซี เองก็ได้กุนซือที่มีฝีมืออย่าง คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ เปไรร่า ที่จะเข้ามาคุมทีม

พร้อมกับดึงนักเตะอีกหลายๆ คนที่เคยเล่นในลีกสูงสุดมาเสริมแกร่งทีม เช่นเดียวกับ เจ้าบุ๊ค ที่มี พิชิตพงษ์ เฉยฉิว อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติไทยมาช่วยฝึกฝนขัดเกลาให้ ซึ่งเขาก็เป็นรุ่นพี่ที่คอยประสานงานในแดนกลางได้อย่างลงตัวอีกด้วย ก่อนจะช่วยกันพาทีมจบฤดูกาลอันดับที่ 3 ในศึกไทยลีก 2 เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ โดย เอกนิษฐ์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ลงเล่นทั้งหมด 27 เกม ยิงได้ 6 ประตู

และในปีนี้ฤดูกาล 2019 เจ้าตัวลงเล่นให้กับทีม เชียงใหม่ เอฟซี รวมทุกรายการไปแล้ว 17 เกม ยิงได้ 5 ประตู และยังเป็นรองดาวซัลโวของทีมอีกด้วย โดยเป็นรองแค่ มุสตาฟา อาซัดซอย และ เอลิอันโดร แค่ 1 ลูก ต้องบอกว่าเขาทำผลงานได้ดีอย่างมากกับทัพ "พยัคฆ์ล้านนา" และยังเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่ทีมไม่สามารถขาดได้

เพราะเขาคือตัวเชื่อมเกมแดนกลางที่ดีมากของทีมและ ณ ตอนนี้คงไม่มีใครสามารถมาทดแทนตำแหน่งของเขาได้ เห็นได้จากนัดที่พบกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

เชียงใหม่ เอฟซี เล่นขาดๆ เกินๆ ต่อบอลไปยังแดนหน้าไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ก็ยังนึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าในวันที่ไม่มี เจ้าบุ๊ค เอกนิษฐ์ ปัญญา "พยัคฆ์ล้านนา" จะเล่นกันแบบไหนต่อไป

บวกกับสถานการณ์ของทีมในตอนนี้ยังถือว่าอยู่โซนหนีตกชั้น ถ้าหาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จะดึง เอกนิษฐ์ กลับจริงๆ ทาง เชียงใหม่ เอฟซี คงต้องรีบหานักเตะที่จะสามารถมาเล่นทดแทนให้ได้ ก่อนที่สถานการณ์ของทีมจะเลวร้ายไปมากกว่านี้

คงไม่มีใครแปลกใจถ้าทาง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จะดึงเขากลับมาช่วยทีม เนื่องจากว่าทีมของ สิงห์ เชียงรายฯ เองก็อยู่ในเส้นทางของการลุ้นแชมป์ถึง 3 รายการเช่นกัน และยังต้องป้องกันแชมป์ถึง 2 รายการ คือ ลีกคัพ และ เอฟเอคัพ ซึ่งเป็นแชมป์เก่าเมื่อปีที่ผ่านมา และในลีกเองก็มีคะแนนตามจ่าฝูงไม่มาก

โดยตอนนี้ผ่านไป 17 นัด ตามจ่าฝูง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น รองจากทีม สมุทรปราการ ซิตี้ 2 แต้ม ซึ่งปัจจุบันอยู่อันดับที่ 3 ของตาราง ทำให้ สิงห์ เชียงรายฯ ต้องลงเล่นใน 1 เดือน ถึง 8 นัด เฉลี่ยสัปดาห์ละ 2 เกม ทำให้มีความจำเป็นต้องดึงตัว เอกนิษฐ์ กลับไปช่วยทีม

ทั้งนี้ เอกนิษฐ์ ปัญญา ยังมีสถิติที่น่าสนใจอื่นๆ อย่างการลงเล่นให้กับ ทีมชาติไทย ยู19 ทั้งหมด 12 นัด ยิงได้ 5 ประตู และเล่นให้ ทีมชาติไทย ยู21 ทั้งหมด 5 นัด ยิงได้ 1 ประตู และเล่นให้กับ ทีมชาติไทย ยู23 ทั้งหมด 6 นัด ยิงได้ 3 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมาก

สำหรับ "เจ้าบุ๊ค" เอกนิษฐ์ ปัญญา มีสไตล์การเล่นที่ดุดันขึ้นสุดลงสุดและเป็นคนที่มีทักษะการเล่นที่ดีและยังหาพื้นที่ในการเล่นให้กับตัวเองได้ดีอีกด้วยทำให้เพื่อนร่วมทีมสามารถเล่นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จนทำให้แฟนบอลของทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้มอบฉายาให้กับเขาว่า "เจ้าชายกว่างโซ้ง" เพราะเจ้าตัวเป็นเด็กอคาเดมี่แท้ๆ ของทีม

โดยเขาถือเป็นเพชรเม็ดงามที่มีอนาคตที่สดใส ทำให้ฤดูกาลที่ผ่านมาทางต้นสังกัดได้ตัดสินใจต่อสัญญาเจ้าตัวไปอีกถึง 5 ปีเลยทีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากที่ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จะมอบสัญญาระยะยาวให้กับนักเตะคนไหน ถ้าหากไม่ดีจริง

ปัจจุบันเจ้าตัวยังเล่นให้กับทีม เชียงใหม่ เอฟซี อยู่ แต่มีข่าวลือบอกว่าอาจกลับมาเล่นในรังกว่างโซ้งเลกสอง เร็วๆ นี้ ซึ่งถ้าหากเป็นเรื่องจริงแล้วสามารถลงเล่นได้อย่างต่อเนื่องก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากเจ้าตัวมีความมั่นใจในการเล่นและไม่เป็นรองใคร แต่ถ้ากลับมาแล้วได้แต่นั่งอยู่ข้างสนามก็คงไม่ดีมากนัก

ซึ่งเราคงต้องติดตามดูกันต่อไปการได้กลับมาเล่นในถิ่น สิงห์ สเตเดี้ยม ครั้งนี้ของ เอกนิษฐ์ ปัญญา ทางสโมสรคงมีแผนการจัดการกับตัวนักเตะเอาไว้แล้ว คงไม่เอามานั่งเฉยๆ ซึ่งถ้าเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจริง บางที่ "เจ้าชายพลัดถิ่น" คนนี้อาจไม่ต้องจากบ้านเกิดไปเล่นที่อื่นอีกต่อไป...