การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2019 เตะพ้นผ่านครึ่งทางแรกของฤดูกาลไปแล้วนะครับ ตอนนี้สู้กันมา 17 นัด ต้องบอกว่าเริ่มเห็นภาพของทีมที่มีลุ้นแชมป์ในซีซั่นนี้แบบเต็มตัวแล้ว

ถ้าดูคะแนนในตารางจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีถึง 5 ทีม ที่โดดเด่นพอเป็นแชมป์ลีกได้ ไล่ตั้งแต่จ่าฝูง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (33 คะแนน), สมุทรปราการ ซิตี้ (32 คะแนน), สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (30 คะแนน), ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (29 คะแนน) และ การท่าเรือ เอฟซี (29 คะแนน) อันดับ 1 ถึง 5 แต้มห่างกันแค่เพียง 4 แต้มเท่านั้น

เรียกได้ว่า 5 ทีมนี้มีคะแนนที่ฉีกขึ้นมาเป็นกลุ่มลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว เพราะทีมอันดับ 6 อย่าง ตราด เอฟซี ตอนนี้มีอยู่ 23 แต้ม ห่างจากกลุ่มบนแบบเห็นได้ชัด

วันนี้ทีมข่าว SMMSPORT จะมาวิเคราะห์โอกาสการเป็นแชมป์ของแต่ละทีมกันสักหน่อย หลังได้เห็นฟอร์มตลอดครึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา และขอออกตัวก่อนเลยค่อนข้างมั่นใจว่าสุดท้ายแล้วแชมป์จะตกเป็นของทีมใดทีมหนึ่งใน 5 ทีมนี้แน่นอน

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
หลายคนมองว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่แกร่งเหมือนเดิม หลังจากที่ทีมแยกทางกับ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ถ้าดูจากฟอร์มในซีซั่นนี้ก็พูดได้ว่ามันเป็นเรื่องจริง กองหน้าที่ทัพ "ปราสาทสายฟ้า" ซื้อเข้ามายังไม่มีใครทำผลงานได้เท่า ดิโอโก้ ไม่ว่าจะเป็น โมดิโบ ไมกา ที่แยกทางไปก่อนใครเพื่อน หรือ เปโดร จูเนียร์ ที่อาจจะมีฟอร์มที่ดีในช่วงหลัง แต่ท่านประธาน เนวิน ชิดชอบ ดูแล้วยังไม่ตอบโจทย์เกมรุกจึงไม่ได้ไปต่อ แล้วไปดึงตัวหัวหอกคนใหม่เข้ามาเพิ่ม 2 คนเพื่อล่าแชมป์เลกสอง ได้แก่ นาเซอร์ บาราซิต กับ แรสมุส ยอนส์สัน ที่ต้องรอดูอีกทีว่าทั้งคู่จะช่วยทีมได้ดีแค่ไหน ส่วนขุมกำลังตำแหน่งอื่นๆ ต้องบอกว่า บุรีรัมย์ มีความพร้อมดีที่สุดใน 5 ทีมลุ้นแชมป์ เกมรับก็ยอดเยี่ยมเสียประตูยาก (น้อยที่สุดในลีก 11 ประตู) ถ้ามองกันจริงๆ ตอนนี้พวกเขาแค่ขาดกองหน้าที่ดีมาจบสกอร์ให้เป็นกอบเป็นกําแบบ ดิโอโก้ เท่านั้น ซึ่งถ้า 2 หัวหอกใหม่ที่ย้ายมาทำได้ ตำแหน่งแชมป์ในบั้นปลายคงตกเป็นของพวกเขาอีกสมัยอย่างแน่นอน (โอกาสเป็นแชมป์ 70%)

สมุทรปราการ ซิตี้
เป็นทีมที่น่าสนใจที่สุดบนหัวตารางในตอนนี้ ก่อนเริ่มฤดูกาลคงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า "เขี้ยวสมุทร" จะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมแบบนี้ ถึงขนาดขึ้นมารั้งรองจ่าฝูงได้ไม่ธรรมดา แม้พวกเขาจะเปลี่ยนโค้ชไปแล้ว 1 ครั้ง แต่ศักยภาพทีมไม่ตก นักเตะพลังหนุ่มหลายคนเล่นได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็น พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, จักรพันธ์ ไพรสุวรรณ รวมถึงกองหน้าต่างชาติอย่าง อิ๊บสัน เมโล่ ที่มีความเร็วช่วยทีมได้มากในเกมรุก ต้องชื่นชม "โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ ที่วางระบบไว้ดี พอ เท็ตซึยะ มูรายามะ กุนซือชาวญี่ปุ่น มาสานงานต่อก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเดิม ล่าสุดคุมทีมสู้ศึกไทยลีกไปแล้ว 4 เกม ชนะ 3 เสมอ 1 จุดเด่นอันเป็นสูตรสำเร็จของทีมคือการเน้นเกมบุกเข้าใส่คู่แข่ง แต่การเล่นแบบนี้มันก็เหมือนเป็นดาบ 2 คม เพราะถ้าหากทำประตูแรกไม่สำเร็จพวกเขาอาจตกที่นั่งลำบากจากจังหวะสวนกลับเสียเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าปีนี้ "เขี้ยวสมุทร" ขันแนวรับได้ดีมากขึ้น โดยเสียประตูน้อยที่สุดเป็นดับ 2 ของลีก ปัญหาที่อาจส่งผลต่อการลุ้นแชมป์คือประสบการณ์ เพราะตั้งแต่เลื่อนชั้นกลับขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดพวกเขาไม่เคยทำได้ดีขนาดนี้มาก่อน ช่วงท้ายซีซั่นอาจทนต่อแรงกดดันไม่ไว้รวมถึงตอนนี้ผู้เล่นตัวหลักเริ่มได้รับบาดเจ็บก็ถือว่าส่งผลโดยตรงกับการลุ้นเป็นแชมป์สมัยแรกของสโมสร (โอกาสเป็นแชมป์ 40%)

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
เชียงราย ถือเป็นอีกทีมที่มีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง ซึ่งในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก เอลตัน ดอสซานโตส กุนซือคนใหม่ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาแทน โจเซ อัลเวส บอร์จีส ที่ขอแยกทางตั้งแต่ยังไม่เปิดลีก วางแผนการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้ อเล็กซานเดร กามา อดีตหัวหน้าโค้ชปีที่แล้ว เผลอๆ อาจดีกว่าด้วยซ้ำกับการทำทีมแย่งแชมป์ลีก บอลถ้วยที่พวกเขาเป็นแชมป์เก่าทั้ง 2 รายการ ก็ยังอยู่ในเส้นทางป้องกันแชมป์ครบ จุดเด่นของทีมอยู่ที่แนวรุกชาวต่างชาติที่พึ่งพาในการจบสกอร์ได้ทั้ง บิลล์ โรชิมาร์ และ วิลเลียม เอนริเก้ ส่วนเกมรับก็ดูดีกว่าปีที่แล้ว แพ้ยากขึ้น แต่อย่างที่บอกไปสถานการณ์ของพวกเขาที่ยังมีลุ้นทุกแชมป์ในตอนนี้ มันอาจส่งผลต่อการแย่งแชมป์ลีกก็เป็นได้ ตอนนี้ทีมยังไม่ได้เสริมใครเข้ามาเพิ่มเลยสักคน แต่แว่วๆมาว่าเตรียมดึง เอกนิษฐ์ ปัญญา วันเดอร์คิดวัย 19 ปี กลับมาช่วยล่าแชมป์เลกสอง หลังปล่อยให้ เชียงใหม่ เอฟซี ยืมใช้งาน 1 ปีครึ่ง ซึ่งถ้าได้เด็กคนนี้กลับมาช่วยก็ยังไม่รู้ว่าจะเพียงพอต่อการลุ้นแชมป์ทั้ง 3 รายการหรือไม่ (โอกาสเป็นแชมป์ 50%)

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
ในฤดูกาล 2019 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นอีกทีมที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ซึ่งปีนี้คว้านักเตะชื่อดังหลายรายมาร่วมทีม โดยมี ทริสตอง โด, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) และ เนลสัน โบนีญา (สุโขทัย เอฟซี) ปีนี้ทัพแข้งเทพ มีเป้าหมายชัดเจนคือล่าแชมป์ไทยลีก การได้ โบนีญา ที่ทำประตูในไทยลีกไปถึง 25 ประตูในฤดูกาลที่ผ่านมาช่วยทีมได้เยอะ ตอนนี้เขาเป็นรองดาวซัลโวอยู่ด้วยที่ 12 ประตู และผ่าน 17 นัด พวกเขายิงได้เยอะที่สุดในลีก 34 ประตู แบงค็อก ถือว่าเป็นทีมลุ้นแชมป์ลีกทุกปีอยู่แล้วในช่วงหลัง แต่ปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ให้ได้คือความคงเส้นคงวา มีบางนัดที่น่าชนะแต่กลับทำไม่ได้ รวมถึงการเอาชนะทีมลุ้นแชมป์ด้วยกันที่ต้องทำให้ดีกว่านี้ (โอกาสเป็นแชมป์ 50%)

การท่าเรือ เอฟซี
ฤดูกาลนี้ การท่าเรือ เอฟซี ทุ่มหนักคว้านักเตะชื่อดังมาร่วมทีมหลายราย โดยมี สุมัญญา ปุริสาย (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด) และ โก ซุล กิ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) เป็นดาวเด่นที่ มาดามแป้ง ดึงเข้ามาเสริมทัพ แต่ผลงานที่ออกมาตอนแรกเหมือนจะดี ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอยู่หลายสัปดาห์ ก่อนที่ล่าสุดฟอร์มการเล่นจะดร็อปลงไปอย่างมาก 4 เกมหลังสุดไม่ชนะใครเลย แพ้ 3 เสมอ 1 ตกมาอยู่ที่ 5 ของตารางแล้ว แต่ก็ถือว่ายังมีลุ้นแชมป์อยู่เพราะแต้มไม่ห่างมาก ถ้าปรับปรุงฟอร์มได้ทัน ไม่งั้นก็จะเหมือนกับปีที่แล้วที่ดีแต่ไม่ตลอดจนจบได้แค่อันดับ 3 ปัญหาของทีมคือความไม่สม่ำเสมอในการเล่น จุดนี้ จเด็จ มีลาภ ผู้เป็นกุนซือต้องรีบแก้ไขให้ได้ไม่งั้นคงอดแชมป์อีกปี รวมถึงผสมผสานนักเตะที่เข้ามาร่วมทีมในเลกสองให้มีความลงตัวเร็วที่สุด แต่ละคนชื่อเสียงไม่ธรรมดาทั้ง โจซิมาร์ โรดริเกวซ, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ปิยะชนก ดาฤทธิ์, มาร์ติน สตูเบิ้ล และล่าสุด เจนรบ สำเภาดี หากจูนกันได้เร็วก็ลุ้นได้ยาวๆ แต่ถ้าทีมเสียสมดุลย์ก็อาจถึงขั้นน้ำตาตกใน (โอกาสเป็นแชมป์ 60%)

ขอบคุณภาพ : BURIRAM UNITED, Chiang Rai United FC, สมุทรปราการซิตี้ SPC, True Bangkok United, การท่าเรือ เอฟซี port fc