ประวัติศาสตร์ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า บัลลงดอร์ เป็นรางวัลที่เคยมีกองหลังก้าวขึ้นไปคว้าเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

มัทธีอัส ซามเมอร์, ฟาบิโอ คันนาวาโร่ และ ฟร้านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ เป็นกองหลังแท้ๆ เพียงแค่ 3 คนเท่านั้น ที่เคยได้เชยชมกับรางวัล

แต่หลักฐานที่เกิดขึ้นในปีล่าสุด มันมีความเป็นไปได้ว่า พวกเราอาจได้เห็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟบัลลงดอร์คนที่ 4 กันเสียที

ชื่อนี้คงจะเป็นใครไม่ได้อีกนอกจาก เวอร์จิล ฟาน ไดค์

ด้วยผลงานที่สม่ำเสมอได้อย่างเหลือเชื่อทั้งกับ ลิเวอร์พูล และทีมชาติฮอลแลนด์ ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา นั่นคือสิ่งที่ทำให้แฟนๆ ต่างก็ยกย่อง ฟาน ไดค์ ว่าคู่ควรกับตำแหน่งนี้สุดๆ โดยมี ลิโอเนล เมสซี่ จอมทัพของ บาร์เซโลน่า เป็นคู่แข่งเบอร์ 1

กระแสที่เกิดขึ้นทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกหลังจบเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ ลิเวอร์พูล ไล่อัด ท๊อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ไป 2-0 คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ในประวัติศาสตร์สโมสร

มันยิ่งตอกย้ำกระแสของ ฟาน ไดค์ หนักขึ้นไปอีก สวนทางกับ เมสซี่ ที่ถึงแม้จะคว้าแชมป์ ลา ลีกา กับ บาร์ซ่า แต่มันกลับถูกกลบด้วยผลงานอันล้มเหลวของอีกหลายๆ ถ้วย

แน่นอนว่านั่นรวมไปถึงทัวร์นาเมนต์ล่าสุดในศึก โคปา อเมริกา ที่ขุนพล อาร์เจนตินา ของ เมสซี่ กระเด็นร่วงตกรอบรองชนะเลิศ

แต่กระแสที่ว่าแรงมากๆ แล้วของ ฟาน ไดค์ มันก็เริ่มถูกแทนที่ด้วยเพื่อนในมุ้ง “หงส์แดง” ของตัวเองอย่าง อลิสซง เบ็คเกอร์ ซะอย่างนั้น

อันที่จริงแล้ว เสียงเชียร์สนับสนุน อลิสซง ให้ลุ้นคว้า บัลลงดอร์ นั้นมีมาตั้งแต่ตอน ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยุโรปแล้วเช่นกัน แต่ตอนนั้นมันยังไม่มีแรงส่งมากพอ

จนกระทั่ง อลิสซง เป็นกำลังสำคัญให้ทีมชาติบราซิล คว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2019 นั่นแล!

และนี่มันไม่ใช่แค่คว้าแชมป์ไปเฉยๆ แต่มือกาว “หน้าหมี” ยังประกาศศักดาเก็บคลีนชีตในทัวร์นาเมนต์ไปถึง 5 เกม และเสียแค่ 1 ประตู ในเกมนัดชิงที่ชนะ เปรู 3-1 ซึ่งเกิดขึ้นจากลูกจุดโทษ

เท่ากับว่า อดีตนายด่านคนดังของ โรม่า จัดการคว้าแชมป์เมเจอร์ไปแล้วถึง 2 รายการ ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน และนั่นย่อมเป็นเสียงที่ดังพอจะให้ทุกคนพิจารณาเขาเป็น 1 ในตัวเลือกอย่างแน่นอน

หากเราคิดว่าการที่กองหลังอย่าง ฟาน ไดค์ ขึ้นไปคว้า บัลลงดอร์ นั้นท้าทายมากๆ แล้ว เราก็ต้องบอกว่าการที่ผู้เล่นในตำแหน่งโกล์อย่าง อลิสซง จะขึ้นไปคว้ารางวัลนี้ คือสิ่งที่ท้าทายกว่าโคตรๆ

นับตั้งแต่มีการแจกรางวัลเมื่อปี 1956 มันเคยมี “เจ้าปลาหมึกดำ” เลฟ ยาชิน เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ผงาดได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้

นายด่านตัวท๊อประดับตำนานคนอื่นๆ อย่าง ปีเตอร์ ชิลตัน , กอร์ดอน แบงค์ , จานลุยจิ บุฟฟ่อน , อิเคร์ กาซิยาส , โอลิเวอร์ คาห์น หรือ ดิโน่ ซอฟฟ์ ต่างก็ทำได้แค่มองรางวัลนี้ตาปริบๆ เท่านั้น

ไม่ว่า บัลลงดอร์ ครั้งนี้จะเป็นผู้เล่นในตำแหน่งโกล์หรือกองหลัง เราก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นภารกิจที่ยากเอามากๆ

ในท้ายที่สุด มันอาจเป็นคนอื่นๆ ที่คว้ารางวัลไปครอง แต่ 2 แข้งของ “หงส์แดง” ย่อมมีลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ในแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

ครั้งสุดท้ายที่เคยมีนักเตะคว้ารางวัล บัลลงดอร์ ในสีเสื้อของ ลิเวอร์พูล ก็คือ ไมเคิ่ล โอเว่น ในชุดคว้า ทริปเปิ้ลแชมป์ ของ เชราร์ อุลลิเย่ร์ ซึ่งนั่นก็นานมากๆ แล้ว

กับโอกาสที่เกิดขึ้นในครั้งล่าสุดนี้ มันก็น่าสนใจมากๆ ครับว่าแข้ง บัลลงดอร์ คนถัดไปจะเป็นผู้เล่นที่มาจากทีมของพวกเขาหรือไม่ และถ้าใช่! มันควรจะเป็นคนไหนดี ?