หลังจากมีการเปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับกุนซือคนใหม่ของ เชลซี นั่นก็เป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก แฟร้งค์ แลมพาร์ด อดีตกองกลางผู้ถึงว่าเป็นตำนานอีกหนึ่งคนของสโมสรนั่นเอง

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ปัญหาแรกของ แลมพาร์ด จะเป็นเรื่องของการโดนโทษแบน ห้ามลงทะเบียนนักเตะใหม่เป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลโลกอยู่

มีข่าวร่ำลือกันว่า "แลมพ์" จะเข้ามาในรูปแบบของการพัฒนาตัวนักเตะดาวรุ่ง ควบคู่กันไปกับการซื้อแข้งดังเข้ามา พูดง่ายๆ ว่าก็น่าจะทำคล้ายๆ กับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นั่นเอง

ฉะนั้นวันนี้จะนำ 7 นักเตะดาวรุ่ง ที่น่าจับตามอง และเราอาจจะได้เห็นกันในยุคของ แลมพาร์ด กันในเร็ววันนี้

1.คาร์โล ซิเกอร์ (ผู้รักษาประตู, 18 ปี)

หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักนายทวารดาวรุ่งรายนี้ เขาเป็นผู้รักษาประตูชาวโครเอเชีย เดือนมกราคมที่ผ่านมา ถูกปล่อยยืมตัวไปอยู่กับ ซัตตัน ยูไนเต็ด ซึ่งเค้าว่ากันว่าผลงานดีเสียด้วย ปัจจุบันเขากลับมาอยู่กับ เชลซี เรียบร้อย และพร้อมดันขึ้นสู่ชุด ยู-23 ต่อไป

เขาย้ายจาก เอ็นเค ซาเกร็บ มาอยู่กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" ตั้งแต่อายุ 12 ปี คาดกันว่าในซีซั่นนี้ เจ้าตัวจะถูกดันขึ้นมาเป็นนายด่านมือ 3 แทนที่ โรเบิร์ต กรีน ที่ประกาศแขวนถุงมือไปแล้ว

2.รีซ เจมส์ (แบ็กขวา, 19 ปี)

ฤดูกาลที่แล้ว เจมส์ ถูก วีแกน แอธเลติก ยืมตัวไปเล่นในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี แต่กลับได้ลงเล่นในลีกไปถึง 45 จาก 46 เกม โดยมีเพียงนัดเดียวที่นั่งเป็นสำรองและไม่ได้ถูกเปลี่ยนตัวลงมา และที่สำคัญคือจาก 45 ดังกล่าว เขาเป็นตัวจริงถึง 44 นัด!

ที่สำคัญคือเจ้าตัวมีดีกรีติดทีมยอดเยี่ยมของ สกายเบ็ต แชมเปี้ยนชิพ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาด้วย แน่นอนว่าดีกรีแบบนี้ เชื่อว่า แลมพาร์ด จะต้องดันเขาขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ในซีซั่นนี้ ถ้าเกิดไม่ประทับใจ ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า หรือคิดขายออกไปในช่วงปรี-ซีซั่น

3.ฟิยาโก้ โตโมรี่ (เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ, 21 ปี)

นี่เป็นคนที่สื่อเชื่อกันว่าจะมีโอกาสกับทีม ใต้ร่มเงาของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มากที่สุด เนื่องจากเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา เจ้าตัวเล่นให้กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ทีมเก่าของ "พี่แหลม" โดยลงสนามไปถึง 55 นัดในทุกรายการ และติดทีมชาติอังกฤษชุด ยู-21 ไปแล้วถึง 15 นัดด้วยกัน

โตโมรี่ ย้ายมาอยู่กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" มาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เจ้าตัวเคยลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่มาแล้วหนึ่งเกมในปี 2016 เป็นแมตช์สุดท้ายของฤดูกาลที่พบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ดูแล้วเขาน่าจะเข้ามาเป็นตัวอนาคตที่ดีให้กับทีม จากการย้ายออกของ แกรี่ เคฮิลล์ ได้

4.ฮวน กาสติโญ่ (แบ็กซ้าย, 19 ปี)

กองหลังดาวรุ่งชาวดัชต์ ที่ชื่อไม่เป็นชาวดัชต์ ย่างเข้าสู่วัย 19 ปี ซึ่งเจ้าตัวเพิ่งต่อสัญญาใหม่กับสโมสรไปเป็นที่เรียบร้อย โดยจะไปสิ้นสุดเมื่อปี 2022 พร้อมออพชั่นเพิ่มอีกหนึ่งปีเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่ตอนแรกเขาจะย้ายออกจาก เชลซี แล้วด้วยซ้ำ แต่อาจจะเป็นเพราะการเข้ามาของ แลมพาร์ด อาจจะทำให้เขาเปลี่ยนใจ

เขาอาจจะถูกดันขึ้นมาแทนที่ของ มาร์กอส อลอนโซ่ ได้ในอนาคต เพระอย่างที่เราเห็นกันว่าช่วงหลังๆ แข้งชาวสแปนิช ผลงานไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่

5.เอธาน อัมปาดู (กองกลาง, 18 ปี)

แข้งชาวเวลส์ มีชื่ออยู่ในทีมชุดใหญ่มาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามเท่าที่ควร ตั้งแต่ยุคของ อันโตนิโอ คอนเต้ และ เมาริซิโอ ซาร์รี่ นับตั้งแต่ย้ายจาก เอ็กเซเตอร์ เมื่อปี 2017 ในฤดูกาลที่ผ่านมา เขาได้ลงสนามไปเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้นใน เอฟเอ คัพ กับ 3 นัดใน ยูโรปาลีก

ถ้ารวมกับ โตโมรี่ ทั้งสองคนอาจจะเป็นคู่หูเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคนใหม่ ให้กับทีมในอนาคตก็เป็นได้ ซึ่งแน่นอนว่าตำแหน่งจริงๆ ของเขาก็คือมิดฟิลด์ ฉะนั้นความสาระพัดประโยชน์นี้ ก็น่าจะทำให้เขาได้รับโอกาสมากขึ้น

6.เมสัน เมานท์ (กองกลางตัวรุก, 20 ปี)

เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่อยู่กับ ดาร์บี้ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมา แข้งวัย 20 ปีก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ลงสนามไปทั้งหมด 44 นัด ยิงได้ 11 ประตู โดยเขายังไม่ได้รับโอกาสลงสนามให้กับ เชลซี เลยแม้แต่เกมเดียว

กองกลางดีกรีทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 21 ปี อาจจะต้องมีบทบาทมากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันนักเตะตำแหน่งกองกลางตัวรุกจะมีอยู่ในทีมค่อนข้างเยอะ คาดว่าในซีซั่นหน้าเขาอาจจะได้รับโอกาสลงเล่นในบรรดาเกมบอลถ้วยทั้งหลาย

7.แทมมี่ อับราฮัม (ศูนย์หน้า, 21 ปี)

นี่คือนักเตะที่น่าจะได้รับโอกาสจาก แลมพาร์ด เยอะที่สุดในฤดูกาลหน้า จากการคาดคะเนของสื่อ ด้วยการที่ทีมกำลังขาดนักเตะที่เป็นแนวรุก รวมถึงศูนย์หน้าตัวเป้า ที่แม้จะมี โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แต่ก็อาจจะยังไม่เพียงพอ ในกรณีของ กอนซาโล่ อิกวาอิน ก็ไม่ได้ซื้อขาดเข้ามา

แข้งวัย 21 ปีโชว์ฟอร์มอย่างสวยหรูกับ แอสตัน วิลล่า เมื่อซีซั่นที่แล้ว ลงเล่น 37 นัดยิงได้ 25 ลูกในลีก และในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ที่ประเทศอิตาลี, ซาน มาริโน่ เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา เจ้าตัวมีชื่อไปแข่งขันให้กับทีมอังกฤษ พร้อมยิงหนึ่งประตูกลับมาด้วย