มีคนกล่าวเอาไว้ว่ายุคแห่งการลุกขึ้นสู่ใหม่อีกครั้งของ ลิเวอร์พูล เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศศึก แชมเปี้ยนส์ลีก ต่อ เรอัล มาดริด แบบเจ็บปวดสุดๆ เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน

และนักเตะคนแรกที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดึงเข้ามาได้สำเร็จเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้วก็คือ ฟาบินโญ่

บอร์ดบริหารของ “หงส์แดง” ตัดสินใจควักเงิน 39 ล้านปอนด์ กระชากตัวดาวเตะชาวบราซิเลี่ยน มาจาก โมนาโก โดยที่แทบไม่มีข่าวลือใดๆ ล่วงหน้ามาก่อน

ฟาบินโญ่ ไม่ได้ตบเท้าเดินเข้ามาในแบบที่เหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” คาดหวังอะไรมาก ถึงแม้หลายๆ คนจะเคยได้ยินชื่อเสียงทางด้านฝีเท้าของเขามาพอตัวสมัยที่พา โมนาโก ชุดดรีมทีม ทะลุรอบน็อคเอาท์ ยูซีแอล

ในทีแรกมันดูเหมือนจะเป็นการเซ็นสัญญาที่ล้มเหลว เนื่องจาก ฟาบินโญ่ ปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ฟุตบอลอังกฤษ ไม่ได้เลย และแทบไม่ได้รับโอกาสถูกส่งลงสนาม พร้อมกับข้อครหาที่ว่า เป็นนักเตะที่อืดอาดเชื่องช้ามาก

หลังจากใช้เวลาคลำทางอยู่ราวๆ ครึ่งฤดูกาล เราก็ได้เห็น ฟาบินโญ่ ค่อยๆ แสดงความเฉิดฉายออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมาพีคสุดขีดในช่วงราวๆ 3 เดือนสุดท้าย

มันคงไม่ผิดอะไรนักถ้าเราจะบอกว่า ฟาบินโญ่ คือกุญแจสำคัญที่นำ ลิเวอร์พูล ไปสู่ความสำเร็จเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

  • หากไม่มี ฟาบินโญ่ เราจะไม่ได้เห็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ถูกดันขึ้นไประเบิดฟอร์มเล่นเกมรุก

 

  • หากไม่มี ฟาบินโญ่ ลิเวอร์พูล จะขาดประสิทธิภาพในการตัดเกมเข้าบอลหนักๆ ในแบบที่ เฮนโด้ , มิลเนอร์ หรือ ไวจ์นัลดุม ก็ทำไม่ได้

 

  • หากไม่มี ฟาบินโญ่ เราคงไม่ได้เห็น ลิเวอร์พูล มีสมดุลในการเล่นที่เนียนตาขนาดนี้

ล่าสุด มีการเปิดเผยจากแหล่งข่าวออกมาว่าจริงๆ แล้ว คล็อปป์ ก็เกือบที่จะไม่ได้เซ็น ฟาบินโญ่ มาร่วมทัพอยู่เหมือนกัน เนื่องจากเขาเคยมีตัวเลือกอันดับ 1 ในดวงใจที่อยากได้มากกว่า

นักเตะคนนั้นก็คือ ฌอง ฟิลลิปป์ กีบาแม็ง ปราการหลังคนดังของ ไมนซ์ 05 อดีตต้นสังกัดของ คล็อปป์ ในยุคที่สร้างชื่อ

รายงานดังกล่าวระบุว่า คล็อปป์ ให้ความชื่นชอบในฝีเท้าของ บาแม็ง มานานแล้ว เนื่องจากเป็นผู้เล่นที่ยืนได้ทั้งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟและมิดฟิลด์ตัวรับ คล้ายๆ กับ ฟาบินโญ่

จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ลิเวอร์พูล ประสบความล้มเหลวในการเซ็นสัญญา กีบาแม็ง เนื่องจาก ไมนซ์ ไม่โอเคกับค่าตัว และต้องการให้ดาวเตะจอมแกร่งชาวไอวอรี่โคสต์ อยู่ช่วยทีมในช่วงวิกฤติต่อไป

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ลิเวอร์พูล จีงเบนเข็มไปคว้าตัว ฟาบินโญ่ มาแทน และมันได้กลายเป็นโมเม้นต์จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของสโมสร

ใครจะรู้ บางทีเราอาจได้เห็น คล็อปป์ หวนกลับไปทาบ บาแม็ง กันอีกครั้ง ถ้าหาก ลิเวอร์พูล มีการปล่อย เดยัน ลอฟเรน หรือกองหลังสำรองคนอื่นๆ ออกจากทีมไปในซัมเมอร์นี้

แต่ที่แน่ๆ “เร้ด แมชชีน” คงต้องขอบคุณพระเจ้า ที่พวกเขาได้ ฟาบินโญ่ มาก่อน และมันยังมีทีเด็ดที่รอปล่อยให้เราได้เห็นกันอีกในซีซั่นหน้า

ต้องอย่าลืมว่า ถึงแม้จะหน้าแก่ไปไกลโพ้น แต่ถึงกระนั้น ฟาบินโญ่ เพิ่งจะอายุแค่ 25 ปี เขายังพัฒนาขึ้นไปได้ไกลกว่านี้อีกเยอะ

 สิ่งที่ ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องทำต่อไปก็คือ การหมั่นพัฒนาขุมกำลังของตัวเองไม่หยุด ถึงแม้ว่าชุดปัจจุบันนั้นจะแข็งแกร่งมากๆ แล้วก็ตาม ซึ่งมันก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไร ถ้าหากเราจะเห็น “หงส์แดง” เซ็นสัญญาดึง กีบาแม็ง หรือแข้งคนอื่นๆ ในตำแหน่งที่ดีอยู่แล้วเข้ามาเพิ่มอีก

ก็ต้องมารอดูกันว่าคนๆ นั้น จะเป็นใครบ้าง และมีกี่คนในซัมเมอร์นี้ครับ