นับตั้งแต่ ตีเต้ ตบเท้าเข้ามากุมบังเหียนทีมชาติบราซิล เมื่อปี 2016 เขานิยมเรียกกองหน้าเข้ามาใช้บริการอยู่ 3 คนหลักๆ

เนย์มาร์, กาเบรียล เชซุส และ โรแบร์โต่ ฟีร์มีโน่

ด้วยระบบการเล่นที่มักเรียกแผนใช้แนวรุก 3 คน ประกอบไปด้วยหน้าเป้า 1 ขนาบข้างด้วยหน้ากึ่งปีก ทำให้ขุนพล “เซเลเซา” พยายามค้นหากองหน้าจอมถล่มประตูมาตลอด

จากตัวเลือกทั้งหมด 3 คนนี้ เนย์มาร์ คือคนที่มีคุณสมบัติครบเครื่องมากที่สุด เขามีทั้งความเฉียบคมในแบบสไตร์เกอร์ และลีลาชั้นเชิงในแบบฉบับของจอมทัพผู้แพรวพราว

ปัญหาก็คือ หัวหอกจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์ มักมีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บอยู่ตลอด เฉกเช่นเดียวกับปมชีวิตนอกสนามที่วุ่นวายเต็มไปหมด

เดิมทีนั้น ตีเต้ มองว่า เชซุส คือแข้งที่มีคุณสมบัติความเป็นหน้าเป้ามากที่สุด และเลือกที่จะให้โอกาสยืนล่าตาข่ายเป็นตัวหลักในช่วงแรก ซึ่งดาวยิงจากสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ทำได้ดีมากในรอบคัดเลือกบอลโลก โซนลาติน หนก่อน!

แต่พอถึงเวลาต้องเล่นรอบสุดท้ายที่ รัสเซีย จริงๆ เชซุส กลับต้องเผชิญกับภาวะปืนฝืดสนิท ยิงไม่ได้เลยสักลูก ทั้งๆ ที่ได้รับโอกาสยืนเป็นตัวหลัก

ความล้มเหลวของทัพ “เซเลเซา” ใน เวิลด์ คัพ ฉบับ “หมีขาว” ได้ทำให้ ตีเต้ ต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง อาทิเช่น การปลดระวางแบ็คจอมบุกอย่าง มาร์เซโล่ แล้วใส่ชื่อของ เฟลิเป้ หลุยส์ เข้ามาเสียบแทน ขณะที่มิดฟิลด์ตัวรับก็วางทั้ง กาเซมิโร่ และ แฟร์นานดินโญ่ ยืนเป็นตัวตัดเกมร่วมกันในหลายๆ นัด

แต่สิ่งที่เป็นไฮไลท์สูงสุดประจำศึก โคปา อเมริกา ในหนนี้ก็คือการที่เขาตัดสินใจหยิบเลือก ฟีร์มีโน่ ขึ้นมาเป็นศูนย์หน้าตัวจริงแทน เชซุส ในทัวร์นาเมนต์นี้

กองหน้าฟันสวยจากสโมสร ลิเวอร์พูล อาจจะสร้างชื่อยิ่งใหญ่คับโลกในทวีปยุโรป แต่เขาก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากแฟนๆ ที่ประเทศบ้านเกิดเท่าไหร่นัก เนื่องจากเจ้าตัวมีจุดเด่นเรื่องการเปิดช่องเปิดทางให้เพื่อน ร่วมกับการจ่ายบอลการวิ่งทำทางที่ชาญฉลาด

นั่นไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอล บราซิเลี่ยน จะคาดหวังจากศูนย์หน้าในแบบดั้งเดิมของพวกเขา ที่มีพรสวรรค์ด้านการถล่มประตูเฉกเช่น โรนัลโด้ , โรมาริโอ , อาเดรียโน่ , เบเบโต้ หรือ เปเล่

แต่สถานการณ์อาจกำลังสร้างวีรบุรุษในครั้งนี้ เนื่องจาก บราซิล ต้องประสบปัญหาทั้ง เนย์มาร์ เจ็บ! พ่วงกับ เชซุส ที่โดนโรคฟอร์มฝืดเข้าเล่นงาน

“ย่างไก่” ฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่ว่า….ค่อยๆ ก้าวขึ้นมาระเบิดฟอร์มกับทัพ “แซมบ้า” ได้เป็นที่น่าพอใจ

เกมล่าสุดที่ไล่ถล่ม เปรู 5-0 ฟีร์มีโน่ พังประตูที่ 2 ของเขาในรายการนี้อย่างมีสไตล์ด้วยการยิงแบบยียวนไม่มองประตู ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนๆ “หงส์แดง” คุ้นเคยกันดีจากฤดูกาลที่ผ่านมา

ความหวังเรืองรองเกิดขึ้นในใจผองชนแดน “กาแฟ” อีกครั้ง เมื่อพวกเขาตีตั๋วทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในศึกชิงแชมป์ทวีปที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ

หลังจากที่เคยรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพในศึก เวิลด์ คัพ 2014 มาก่อน พวกเขาไม่ต้องการที่จะผิดหวังซ้ำซากอีก

ใครจะรู้! บางที ตีเต้ อาจค้นพบสูตรแนวรุกที่ลงตัวที่สุดของ บราซิล ในยามที่ไร้ซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 อย่าง เนย์มาร์ ได้แล้วเป็นที่เรียบร้อย

และศูนย์หน้าที่ไม่ได้เป็นสไตร์เกอร์พันธุ์แท้อย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ อาจเป็น 1 ในตัวแปรสำคัญของการลุ้นความสำเร็จในครั้งนี้ครับ