นับตั้งแต่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนชั้นกลับขึ้นมาปักหลักบนลีกสูงสุดเมืองผู้ดีในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อปี 2002

หลังจากนั้นทีมคู่ปรับร่วมเมืองของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหมือนจะเจออาถรรพ์ เบอร์ 9 ซึ่งเป็นหมายเลขเสื้อของผู้เล่นในตำแหน่ง กองหน้า เพราะไม่มีใครใส่เสื้อหมายเลขนี้แล้วทำผลงานได้ดีอีกเลย โดยนักเตะคนสุดท้ายที่ใส่เบอร์นี้แล้วยิงประตูได้แบบเป็นกอบเป็นกำถึง 15 ลูกต่อหนึ่งซีซั่นคือ พอล ดิ๊กคอฟ อดีตกองหน้าทีมชาติสกอตแลนด์ที่จัดการสอยตาข่ายจากทุกรายการได้ตามตัวเลขดังกล่าว แต่เกิดขึ้นตอนสมัยที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกชั้นลงไปอยู่ลีกระดับล่างในดิวิชั่น 3 เมื่อฤดูกาล 1998/99  

แม้จะมีกองหน้าฝีเท้าดีอีกหลายคนที่เลือกสวมใส่ เบอร์ 9 เพื่อยืนล่าตาข่ายให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ ดิ๊กคอฟ โบกอำลา "เรือใบสีฟ้า" ในปี 2002 ไม่ว่าจะเป็น เปาโล วันโชเป้, แอนดี้ โคล, เอมิล เอ็มเพงซ่า, วาเลรี่ โบยินอฟ, เอมมานูเอล อเดบายอร์, อัลบาโร่ เนเกรโด้ และคนล่าสุดคือ โนลิโต้ แต่ทั้ง 7 คนดังกล่าวกลับ "สอบตก" เพราะเจอ "ความเฮี้ยน" ของหมายเลขนี้ทั้งหมด จึงไม่มีใครฝากผลงานยิงประตูได้น่าประทับใจเลยสักคน หากนับเฉพาะสถิติการสอยตาข่ายในศึกพรีเมียร์ลีกดังต่อไปนี้เลย

เปาโล วันโชเป้ (คอสตาริกา) ในปี 2000-2004 ยิงได้ 15 ประตู 
แอนดี้ โคล (อังกฤษ) ในปี 2005-2006 ยิงได้ 9 ประตู  
เอมิล เอ็มเพงซ่า (เบลเยี่ยม) ในปี 2007 ยิงได้ 5 ประตู  
วาเลรี่ โบยินอฟ (บัลแกเรีย) ในปี 2008 ยิงได้ 1 ประตู  
เอมมานูเอล อเดบายอร์ (โตโก) ในปี 2009-2011 ยิงได้ 15 ประตู
อัลบาโร่ เนเกรโด้ (สเปน) ในปี 2013-2014 ยิงได้ 9 ประตู 
โนลิโต้ (สเปน) ในปี 2016-17 ยิงได้ 4 ประตู

ทว่า กาเบรียล เชซุส กองหน้าทีมชาติบราซิลที่กำลังรับใช้บ้านเกิดในศึกโคปา อเมริกา 2019 กลับหาญกล้าพร้อมที่จะท้าทายอาถรรพ์ดังกล่าวของ "เรือใบสีฟ้า" ในช่วงซีซั่นหน้า เพราะมีการยืนยันแล้วว่า ดาวเตะวัย 22 ปีจะเปลี่ยนมาสวมใส่เสื้อเบอร์ 9 ที่ว่างอยู่นับตั้งแต่ โนลิโต้ ย้ายออกไปเมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อยืนล่าตาข่ายตั้งแต่ฤดูกาล 2019/20 เป็นต้นไป หลังจากที่ยึดเบอร์ 33 มาตั้งแต่ตอนที่ย้ายมาจาก พัลไมรัส ในปี 2017 และฝากผลงานยิงประตูในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้มากถึง 45 ลูกจากทุกรายการที่ลงสนามไปทั้งหมด 100 นัด

ตอนนี้ เชซุส ใส่เบอร์ 9 ยืนล่าตาข่ายให้ทัพลูกหนัง "แซมบ้า" ในเกมระดับชาติอยู่แล้ว จึงขอเปลี่ยนมาใส่หมายเลขนี้ให้ "เรือใบสีฟ้า" เพื่อเดินหน้ายิงประตูในเกมระดับสโมสรตั้งแต่ฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึงนี้ด้วยเสียเลย เดี๋ยวรอดูกันว่าจะลบอาถรรพ์ดังกล่าวของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้หรือไม่ แม้จะรู้ว่าเสี่ยงแต่ถ้าขอลองดูสักครั้งจะเป็นอะไรไปล่ะ!