หลังจากที่ ชลบุรี เอฟซี มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจาก โค้ชโบ้ มาเป็น โค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ ก็รู้สึกได้เลยว่าความมันส์กลับมาอีกครั้ง

หายากนะครับที่จะมีกุนซือในเมืองไทยคนไหนที่กล้าพูด กล้าสัมภาษณ์แบบดุดัน แบบชายวัย 51 ปี รายนี้

หลายคนอาจมองว่า "โค้ชเตี้ย" เก่งแต่หน้าจอ แต่เรื่องการคุมทีมข้างสนามก็ไม่แพ้กัน ดูได้จากการพา การท่าเรือ คว้าแชมป์บอลถ้วย 2 รายการ การปลุกปั้น แอร์ฟอร์ซ ขึ้นมาเล่นไทยลีก พร้อมดันเด็กหลายคนให้ก้าวขึ้นมามีชื่อเสียง

บทสัมภาษณ์หลังเกมกับ เมืองทอง ที่ ฉลามชล เอาชนะไปได้ 2-0 เรียกได้ว่าดุดัน และเรียกรอยยิ้มได้พอสมควร ทั้งการตัดสินใจโยก กฤษฎา กาแมน จากกองหลังตัวกลาง มายืนกองกลางตัวรับ โดยบอกว่า

" ตัวเท่าลูกหมาแบบนี้ยืนหลังยังไงก็ไม่ดังหรอก "

" ผมบอกได้เลยว่าผมจะไม่จับเขาเล่นตรงนั้น นอกจากว่าจะจำเป็นจริงๆ" 

"ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่เขาก็เป็นสำรอง ผมก็ถามว่าเขาอยากเล่นไหม มาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับ แล้วผมจะปั้นเขาติดทีมชาติเอง ซึ่งผมว่าตัวนักเตะเองก็สู้และเข้าใจ นี่เป็นเกมแรกที่เขาเล่นตำแหน่งนี้ แล้วเล่นได้ขนาดนี้ ก็ฝากโค้ชใหม่ U23 ให้เรียกเขาด้วยครับ”

ผมมีโอกาสได้พบกับ "บิ๊กจี" จีรศักดิ์ โจมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อของ ชลบุรี เอฟซี ซึ่งแกได้บอกว่า ตอนนี้กระแสความคึกคักของแฟนบอล ชลบุรี กลับมาอีกครั้ง เพราะแฟนบอลอยากจะมาดูลีลาการคุมทีมของ "โค้ชเตี้ย" ข้างสนาม และเชื่อว่านี่คือผู้ที่จะปลุกฉลามให้คืนชีพอีกครั้ง

ซึ่งสิ่งที่ได้เห็นในเกมกับ เมืองทอง ชัดเจนเลยว่ามีรูปแบบที่ดีขึ้น ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ของสโมสร และคุ้มค่ากับการเสี่ยงครั้งนี้

ที่บอกว่าเสี่ยงคือ ชลบุรี เป็นทีมที่อยู่กันแบบครอบครัว โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน ไล่ตั้งแต่ จเด็จ มีลาภ, วิทยา เลาหกุล, จักรพันธ์ ปั่นปี, เทิดศักดิ์ ใจมั่น พวกนี้คือครอบครัวของ ชลบุรี ที่อยู่กันมายาวนานทั้งสิ้น 

แต่การมาของ "โค้ชเตี้ย" เหมือนกับเป็นการเปิดรับสมาชิกใหม่ ที่สโมสรพร้อมเสี่ยง และแน่นอนว่านโนบาย รูปแบบการทำทีม ต้องเปลี่ยนไปหมด เกมแรกชนะมาได้ก็จริง แต่ก็ต้องดูกันยาวๆว่าการเสี่ยงครั้งนี้จะคุ้มค่าหรือไม่

ผลงานยังไม่การันตี แต่สิ่งที่ได้คือกระแสข่าวที่น่าจะฮ็อตฮิตไปยาวๆ เพราะอย่างที่บอก "โค้ชเตี้ย" สัมภาษณ์แต่ละทีเด็ดดวงทั้งนั้น 

ผมเป็นคนนึงที่ติดตาม และคงไม่ใช่ผมคนเดียวแน่ๆที่คิดถึงลีลาข้างสนามของชายที่ชื่อ สะสม พบประเสริฐ ที่หายไปจากหน้าจอกว่า 1 ปี