ผลการแข่งขันศึกฟุตบอลไทยลีก1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา(15-16 มิ.ย. 62) ถือว่าสำคัญมากๆกับการลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดของไทยในฤดูกาลนี้...

ทุกสายตาจับจ้องไปที่สนาม แพท สเตเดียม ในเกมที่ การท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้านรับการมาเยือน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งอับดับก่อนลงสนาม การท่าเรือฯ นำเป็นจ่าฝูงด้วยช่องว่างที่ห่างจาก บุรีรัมย์ฯ 2 คะแนน

นั่นหมายความว่าเกมนัดนี้เป็นเกมสำคัญของทั้งสองทีมในการลุ้นแชมป์ระยะยาว เพราะหากเจ้าถิ่นสามารถเก็บชัยชนะได้ ก็จะยิ่งทำให้ช่องว่างทิ้งห่างไปไกลจากเดิมเป็น 5 คะแนน

ขณะเดียวกันหากทีมเยือนสามารถเก็บชัยชนะได้ สถานการณ์ก็จะกลับกันชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะแชมป์เก่าจะแซงหน้าขึ้นไปรั้งจ่าฝูงเป็นครั้งแรกของฤดูกาลทันที ด้วยช่องว่าง 1 แต้ม

สุดท้ายผลที่ออกมาเป็นทางฝั่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สามารถบุกมาเอาชนะ การท่าเรือ เอฟซี ได้ถึงถิ่นด้วยสกอร์ 3-1 ส่งผลให้พวกเขาทะยานขึ้นไปรั้งจ่าฝูงในทันที และกลับมาเป็นผู้กุมความได้เปรียบ


ศึกบิ๊กแมตช์ไทยลีก

ด้วยประสบการณ์ลุ้นแชมป์ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เหนือกว่า การท่าเรือฯ ทำให้พวกเขาดูจะมีความนิ่ง และเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า ผิดกับการท่าเรือฯที่ในหลายๆจังหวะของเกม กลับทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะจังหวะเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายที่ดูขาดๆเกินๆ เหมือนร้อนรนกันไปเอง

จริงอยู่ว่าการขาด โก ซุลกิ ห้องเครื่องคนสำคัญของการท่าเรือฯที่ไม่ได้ลงสนามในนัดนี้ จะส่งผลให้เกมแดนกลางของพวกเขาไม่ไหลลื่นเหมือนที่เคย แต่ตลอดทั้ง 90 นาที การท่าเรือฯก็มีช่วงเวลาที่สามารถบุกกดดันคู่แข่งอยู่เป็นระยะ แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์ขึ้นนำได้ โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังที่สกอร์กลับมาเสมอกัน 1-1


กลับมารวบรวมสมาธิกันใหม่อีกครั้ง

ส่วนทางฝั่ง บุรีรัมย์ฯ แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีผลงานสะดุดเสียคะแนนให้กับทีมในโซนท้ายตารางไปบ้าง แต่พอถึงนัดสำคัญที่มีผลโดยตรงกับการลุ้นแชมป์ พวกเขากลับสามารถยกระดับการเล่นของตัวเองขึ้นมาได้อย่างน่าชื่นชม นี่คือคุณสมบัติที่พวกเขาดูจะมีเหนือคู่แข่งมาโดยตลอดในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา


กลับมาได้ในเกมสำคัญของฤดูกาล

แม้ฤดูกาลแข่งขันจะเพิ่งผ่านไปเพียงแค่ครึ่งทาง และยังเหลืออีกหลายคะแนนให้ได้ไล่ล่า แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าด้วยประสบการณ์ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่พวกเขาเคยผ่านช่วงเวลากดดันมาแล้วหลากหลายสถานการณ์ ทำให้โอกาสที่จะพลาดซ้ำสองนั้นเป็นไปได้ยาก

หนึ่งคำพูดของคุณเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เคยย้ำมาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล ว่าอย่าเปิดโอกาสให้กับ บุรีรัมย์ฯได้ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง ยังคงเป็นเครื่องบ่งบอกชั้นดี แม้อาจจะดูเป็นคำพูดลอยๆ แต่แฝงไปด้วยความจริง เพราะทีมอย่างบุรีรัมย์ฯเป็นทีมที่มีมาตรฐานสูง


ทัพนักเตะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

แม้ในฤดูกาลนี้ ผลงานในช่วงออกสตาร์ทของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาจจะดูได้เปรี้ยงเหมือนในหลายๆปีที่ผ่านมา แต่หากเจาะลึกลงไปถึงระบบการเล่นของพวกเขา ดูจะเริ่มมีความลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ และกำลังเข้าที่เข้าทาง โดยเฉพาะในช่วง 2 เกมหลัง ที่ไล่ยิงคู่แข่งไปถึง 8 ประตู และเสียไปแค่ 1 ลูกเท่านั้น

หลังจากนี้เชื่อว่ามาตรฐานฟอร์มการเล่นของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังจะเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก ยิ่งพวกเขาได้ตำแหน่งจ่าฝูงมาครองตามที่ต้องการ มันยิ่งทำให้ความมั่นใจนักเตะมีมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

ขณะที่ การท่าเรือ เอฟซี แม้ช่องว่างในเวลานี้จะตามหลังจ่าฝูงเพียงแค่ 1 คะแนน แต่ก็ต้องยอมรับว่าด้วยประสบการณ์ลุ้นแชมป์ของพวกเขาที่ดูจะเป็นรองอยู่พอตัว จากนี้คงต้องพยายามรวบรวมขวัญกำลังใจเพื่อพาทีมกลับมาเดินหน้าเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่องให้ได้อีกครั้ง


ทัพนักเตะ การท่าเรือ เอฟซี

หนึ่งสิ่งที่พอจะทำได้คือพวกเขาจำเป็นจะต้องลืมเรื่องของตารางคะแนนไปก่อน แล้วหันมาก้มหน้าก้มตาเล่นในแต่ละนัด เพื่อทำผลงานให้ออกมาดีที่สุด เพราะหากเสียสมาธิมัวแต่ไปพะวงกับตารางคะแนน มีหวังที่ความกดดันจะตามมาเล่นงานตัวเองจนอาจจะส่งผลร้ายกับการแข่งขัน

จากนี้แฟนฟุตบอลไทยจะได้ดูการลุ้นแชมป์อย่างแท้จริง เพราะในช่วงเวลาแบบนี้ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หากทีมไหนดันมาพลาดท่าทำผลงานสะดุดต่อเนื่องติดๆกันหลายนัด มีหวังอาจจะถูกกาชื่ออกจากสารบบลุ้นแชมป์ เพราะนอกเหนือจากทั้งสองสโมสรที่กล่าวมาแล้ว ต้องไม่ลืมว่าทีมอย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ช่วงหลังเริ่มโกยคะแนนได้อย่างต่อเนื่อง จนเผลอแปปเดียวขยับมารั้งอันดับ3 ก็แอบหวังที่จะเป็นตาอยู่ ขึ้นมาฉกชิงตำแหน่งแชมป์กับเขาเช่นเดียวกัน...

ขอบคุณภาพจาก : BURIRAM UNITED // การท่าเรือ เอฟซี Port FC

"บิ๊ก กิโล10"