ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่่ผานมาสื่อหลายสำนักต่างคาดการณ์ว่า "แฟรงค์ แลมพาร์ด" จะเข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของทีม "สิงห์บลูส์" แต่นี่คือ 3 เหตุผลที่กองกลางระดับตำนานรายนี้ยังไม่เหมาะกับการเป็นนายใหญ่ของ เชลซี ในฤดูกาลหน้า

1. ประสบการณ์ยังน้อย


ก่อนหน้าที่ แลมพาร์ด จะได้รับหน้าที่เป็นกุนซือของ "แกะเขาเหล็ก" ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษเคยทำหน้าที่ในทีม เชลซี มาก่อนทั้งในชุดรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และ 23 ปี ซึ่งทำให้บอร์ดบริหารของทัพ "สิงห์บลูส์" เลือกให้เขาเป็นตัวเต็งที่จะเข้ามาเป็นคนกุมบังเหียนในฤดูกาลหน้า แต่การที่เจ้าตัวเพิ่งมีประสบการณ์คุมทีมในเดอะแชมเปี้ยนชิพเพียงแค่ 1 ฤดูกาล ก็อาจจะเร็วเกินไปที่จะให้ แลมพาร์ด เข้ามาคุมทีมในพรีเมียร์ลีกในซีซั่นหน้า

 

2. ความคาดหวังที่สูงจนเกิดความกดดัน


การที่สโมสรหนึ่งเลือกให้นักเตะที่เคยเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของทีมเข้ามารับหน้าที่กุนซือถือว่าเป็นอะไรที่เสี่ยงมาก เนื่องจากความคาดหวังของแฟนบอลที่มากจนเกินไปจนทำให้ตัวกุนซือกดดัน เห็นได้ชัดจากกรณีที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่งตั้งให้ โอเล กุนนาร์ โซลชา เข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือ ซึ่งในช่วงแรกผลงานของนายใหญ่ชาวนอร์เวย์ถือว่าสุดยอดมากๆ แต่หลังจากนั้นความคาดหวังของแฟนบอลก็เริ่มสูงขึ้นจนทำให้ทีมฟอร์มหลุดในช่วงหลัง และสุดท้ายก็จบซีซั่นด้วยการคว้าเพียงแค่อันดับที่ 6 ของตาราง และถ้าหาก เชลซี เลือก แลมพาร์ด เข้ามาคุมทีมจริงก็อาจจะซ้ำรอยกับทัพ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลที่แล้วได้

 

3. ยังมีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่านี้


นอกจาก แลมพาร์ด ยังมีกุนซืออีกหลายคนที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น เอริค เทน ฮาก นายใหญ่คนเก่งของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, นูโน่ เอสปิริโต้ ของวูล์ฟแฮมป์ตัน และ ราล์ฟ รังนิก กุนซือของแอร์เบ ไลป์ซิก รวมไปถึง โจเซ่ มูรินโญ่ ที่ในตอนนี้ยังว่างงานอยู่