ตอนนี้เชื่อว่าแฟนบอลชาวไทย คงไม่สบอารมณ์กับผลงานของ ทีมชาติไทย สักเท่าไหร่

ร้อนไปถึง พล.ต.อ.สมยศ พ่มพันธุ์ม่วง ในฐานะ "นายกสมาคมฟุตบอลฯ" ที่ต้องเป็นคนรับผิดชอบคนแรก ในฐานะแม่ทัพใหญ่ของวงการลูกหนังไทย

เวลานี้กระแสแฟนบอลหลายคนในโลกโซเชี่ยล เริ่มอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง "นายกสมาคม" เพราะไม่เชื่อมือ "บิ๊กอ๊อด" ว่าจะพาฟุตบอลไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้

จะว่าไป ตลอดระยะเวลา 3 ปีกว่าๆ พล.ต.อ.สมยศ พ่มพันธุ์ม่วง ก็มีทั้งข้อดี และข้อด้อย แถมผลงานก็มีมิใช่น้อย

แต่เมื่อไปมองที่เป้าหมายหลัก นั่นคือ ผลงานของทีมชาติไทย ซึ่งเสมือนเป็นยอดของปิรามิด ก็ต้องยอมรับความจริงว่า ผลงานในข้อนี้ของ "บิ๊กอ๊อด" สอบไม่ผ่าน!!

และจุดอ่อนใหญ่ที่สุด ที่ผมมองเห็นในตัวของ พล.ต.อ.สมยศ พ่มพันธุ์ม่วง ก็คือ "การเลือกใช้คน"!!

พล.ต.อ.สมยศ มีข้อผิดพลาด และข้อวิพากษ์วิจารณ์มากมาย เกี่ยวกับการแต่งตั้งตัวบุคคลเข้ามาทำหน้าที่ในส่วนต่างๆ

เริ่มตั้งแต่ฝ่ายบริหาร การตั้ง "บิ๊กเจี๊ยบ" พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เพื่อนซี้สมัยนักเรียนตำรวจ มานั่งตำแหน่ง เลขาธิการสมาคมฯ

สุดท้าย เพื่อนรัก ก็หักเหลี่ยมโหด!! เกิดการแตกหักกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นออกมาแฉ เรื่องความไม่โปร่งใสภายในสมาคมฯ ทั้งเรื่องการรับเงินเดือน และการโกงภาษี!!

ต่อด้วยการแต่งตั้งตำแหน่ง ประธานไทยลีก ที่ พล.ต.อ.สมยศ ให้นายตำรวจรุ่นน้อง ที่เวลานั้นขึ้นเป็นใหญ่ถึง ผบ.ตร. อย่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา มาทำหน้าที่ประธานไทยลีก

แต่ด้วยปัญหาต่างๆมากมาย และคำวิจารณ์จากคนในวงการลูกหนัง แถม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็ไม่มีเวลาว่างมาดูแลงานเรื่องฟุตบอล สุดท้ายตำแหน่ง ประธานไทยลีก ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง

และคนที่เข้ามาแทน ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะคนนั้นก็คือ พล.ต.อ.สมยศ พ่มพันธุ์ม่วง นั่นเอง!!

เรียกว่า "บิ๊กอ๊อด" นั่งควบ 2 ตำแหน่ง รับ 2 ทางเลยทีเดียว ทั้ง นายกสมาคมฯ และ ประธานไทยลีก

ต่อด้วยการแต่งตั้งตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท ซึ่งก็วางตัวให้ พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน อดีตนายตำรวจใหญ่ มารับหน้าที่

นอกจากนั้นก็ยังมีตำแหน่ง โฆษกสมาคมฯ ที่แต่งตั้งให้ พาทิศ ศุภะพงษ์ มาเป็นตัวยืน แต่สุดท้ายก็ถูก "บิ๊กเจี๊ยบ" แฉยับ จนต้องมีการปรับเปลี่ยน

และคนที่เข้ามาเป็น โฆษกคนใหม่ ตอนแรกก็นึกว่าจะได้คนฟุตบอลมาคอยเป็นกระบอกเสียง

แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นคือ "บิ๊กนวย" พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน ที่ควบ 2 ตำแหน่งอีกเช่นกัน

เรียกว่าตำแแหน่งสำคัญๆใน สมาคมฟุตบอลฯ มีแต่นายตำรวจใหญ่ทั้งนั้น จนผู้คนอาจเผลอคิดไปว่า นี่คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สาขา 2

หมดจากตำแหน่งด้านบริหาร ก็มาต่อกันที่ ทีมชาติไทย

ทันทีที่ได้รับตำแหน่ง นายกสมาคมฯ บิ๊กอ๊อด ก็แต่งตั้ง "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล เป็นประธานฝ่ายเทคนิคทันที

แน่นอนว่า "โค้ชเฮง" แกข้อมูลแน่นปึ้ก ทฤษฎีเต็มร้อย

แต่พอเวลาถึงภาคปฏิบัติจริง กลับไม่ประสบความสำเร็จ ทีมชาติไทย หลายๆชุด ต่างล้มเหลว จนโดนสื่อมวลชนพากันแซวว่าแกเป็นได้แค่ "เสือกระดาษ" 

และสุดท้ายก็ต้องออกจากตำแหน่งที่แกใฝ่ฝันไว้กว่า 20 ปีในที่สุด

ต่อการการแต่งตั้ง "เฮดโค้ช" ทีมชาติไทย ในหลายๆชุด 

เริ่มที่ ชุดใหญ่!! หลังจากที่ ทีมชาติไทย บุกไปแพ้ ญี่ปุ่น 4-0 ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก พล.ต.อ.สมยศ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ จนเกิดวลี "ผมอาย" อันเป็นตำนาน

สุดท้าย "โค้ชซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็ต้องลาออกจากตำแหน่งไป

คนที่ พล.ต.อ.สมยศ และสมาคมฯ แต่งตั้งเข้ามาทำหน้าที่แทนคือ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย

ดูตอนแรกก็เหมือนจะดี แต่ทำไปทำมา ชักเพี้ยน!!

แฟนบอลเริ่มไม่สบอารมณ์ตั้งแต่ ราเยวัช เอาแผน "รถบัส" มาใช้กับ ทีมชาติไทย เรียกว่าตอนนั้น ไม่ว่าเจอใคร พี่ไทยก็อุดอย่างเดียว แถมยังทำงามหน้า ตกรอบรองชนะเลิศ ซูซูกิคัพ อีกด้วย

แต่ฟางเส้นสุดท้าย ก็มาขาดลงตรงที่ ราเยวัช พา ทีมชาติไทย แพ้ อินเดีย 4-1 ในเอเชียนคัพ และช็อตอันเป็นตำนาน ก็คือการเปลี่ยนตัว "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักเตะเบอร์ 1 ของประเทศออกจากสนาม และส่ง "ปีโป้" สิโรจน์ ฉัตรทอง ลงไปเล่นแทนในช่วงท้ายเกม

ส่วนคนที่ พล.ต.อ.สมยศ แต่งตั้งมาแทน ราเยวัช ก็คือ "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย

ซึ่งตอนแรกก็เหมือนจะดี ทั้งในรายการ เอเชียนคัพ และ ไชน่าคัพ

แต่สุดท้าย "น้าโต่ย" ก็มาตกม้าตายกับรายการ คิงส์คัพ เพราะดันทะลึ่งไปแพ้ เวียดนาม ในบ้านตัวเอง แถมยังแพ้ อินเดีย ซ้ำไปอีกดอก เรียกว่าสะเทือนกันไปทั้งสมาคมฯ

จากชุดใหญ่ ก็มาถึงชุด U23 ตอนแรก พล.ต.อ.สมยศ แต่งตั้ง "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ มาคุมทีม

แม้ "โค้ชโย่ง" จะพา ทีมชาติไทย ได้แชมป์ซีเกมส์แบบกะท่อนกะแท่น แต่ พล.ต.อ.สมยศ ก็ทนเสียงด่าของแฟนบอลไม่ไหว ต้องสั่งให้มีการปรับเปลี่ยน

และตั้ง โซรัน ยานโควิช มือขวาของ ราเยวัช มาคุมทีมแทน

แต่อนิจจา โซรัน ทำผลงานได้ห่วยแตกมากๆ เพราะดันไปแพ้ เวียดนาม 2-1 ที่บุรีรัมย์ ในรายการ M150 คัพ ต่อด้วยตกรอบแรก ชิงแชมป์เอเชีย 2018 แบบแพ้รวด 3 นัด จนโดนไล่ออกไปในที่สุด 

ร้อนจน พล.ต.อ.สมยศ ต้องกลับไปง้อ "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ ให้มาคุมทีม U23 อีกครั้ง แต่รอบนี้ "โค้ชโย่ง" ไปไม่รอด เพราะดันพาทีมไปตกรอบแรก เอเชียนเกมส์ เมื่อปีที่แล้ว จนต้องออกจากตำแหน่งไปอีกหน

คราวนี้ พล.ต.อ.สมยศ ใช้เวลาพอสมควรกับการเฟ้นหาโค้ชคนใหม่ของ U23 จนสุดท้ายก็ได้ อเล็กซานเดร กามา เข้ามาคุมทีม

แต่ทว่า กามา ก็ทำผลงานไม่ดี ทั้งการแพ้ อินโดนีเซีย 2-1 ในรายการชิงแชมป์อาเซียน ได้แค่รองแชมป์

แพ้ เวียดนาม (อีกแล้ว) 4-0 ในรายการชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก 

และล่าสุดก็แพ้ สิงคโปร์ ในรายการเมอร์ไลออนคัพ ได้แค่รองแชมป์อีกตามเคย

แถมจบทัวร์นาเมนท์ กามา ยังประกาศชิ่ง ทีมชาติไทย U23 ลาออกไปคุมทีม เอสซีจี เมืองทองฯ อีกต่างหาก

เรียกว่าช็อตนี้ทำให้ พล.ต.อ.สมยศ และ สมาคมฟุตบอลฯ ต้องหน้าชาไปพอสมควร!!

ส่วนใน ทีมชาติไทย ชุดเล็ก ก็ยังเจอปัญหาตลอด ทั้งการแต่งตั้ง เอคโคโน่ ให้มาดูแล ทีมชาติไทย ชุดเยาวชน ทั้งระบบ ไล่ตั้งแต่ U16, U19, U21

แต่ก็อย่างที่รู้กัน เอคโคโน่ ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะขนาดแค่ในอาเซียน หลายๆชุด ก็ไปไม่รอด เพราะพวกเขาไม่เชี่ยวชาญเรื่องการคุมทีม แต่พวกเขาเก่งเรื่องการวางระบบการฝึกซ้อมมากกว่า

จนต้องเปลี่ยนมาใช้โค้ชคนไทยคุมทีมเยาวชน แต่ก็ไม่รุ่ง โดยเฉพาะชุด U16 ของ ธงชัย รุ่งเรืองเลิศ 

เรียกว่าที่กล่าวมาทั้งหมด การใช้คน และการแต่งตั้งบุคลากร ของ พล.ต.อ.สมยศ พ่มพันธุ์ม่วง ในฐานะนายกสมาคมฟุตบอลฯ ค่อนข้างจะพบกับความล้มเหลว!!

จนเกิดกระแสเรียกร้องจากแฟนบอลชาวไทย ให้ "บิ๊กอ๊อด" ลาออกจากตำแหน่งไปซะ!!

แต่ผมเชื่อว่า พล.ต.อ.สมยศ คงไม่ลาออก เพราะวาระการดำรงตำแหน่งของท่านใกล้จะครบกำหนดแล้ว ขออยู่ทำงานต่อไปอีกสัก 8 เดือนดีกว่า

ทว่าผมอยากฝากให้ ท่านสมยศ ช่วยทำงานชิ้นสุดท้ายให้ประสบความสำเร็จเสียที และงานนั้นคือการแต่งตั้งเฮดโค้ช ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ คนใหม่ ที่จะพาทีมสู้ศึก ฟุตบบอลโลก รอบคัดเลือก ในเดือนกันยายนนี้

การแต่งตั้งเฮดโค้ชครั้งนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะมันเป็นการชี้ชะตาฟุตบอลไทย ว่าจะได้ไปฟุตบอลโลกหรือไม่

เนื่องจากการคัดบอลโลกในปีนี้ จะมีแข่งถึง 5 นัด จากทั้งหมด 8 นัดในรอบที่ 2 ซึ่งมันก็พอจะตัดสินได้กลายๆแล้วว่า ทีมชาติไทย จะได้ผ่านเข้ารอบ 3 หรือรอบ 12 ทีมสุดท้ายของเอเชียหรือเปล่า

หากตั้งโค้ชใหม่ แล้วผลงานยังลงเหว ผมก็ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วกัน กับการทำงานของ ท่านสมยศ

 

 

ปล. สำหรับแฟนบอลเลเวล 1 ที่ชอบขุด "บังยี" วรวีร์ มะกูดี ขึ้นมาแขวะ ก็ขอย้ำอีกครั้งว่า "บังยี" ประกาศเลิกยุ่งกับฟุตบอลไทยไปนานแล้ว

แล้วฟุตบอลไทย ก็ไม่ได้มีตัวเลือกแค่ "บังยี" - "สมยศ" แค่ 2 คนเท่านั้น ยังมีคนดี คนเก่ง คนที่รู้จริงเรื่องฟุตบอลไทยอีกมากมาย ที่พร้อมจะเข้ามาทำงาน