แฟนฟุตบอลไทยกำลังอยู่ในช่วงอารมณ์ความผิดหวัง หลังจากที่ทัพ"ช้างศึก" ทีมชาติไทย ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการแข่งขันรายการคิงส์คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยทัพ "ช้างศึก" ชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทัพของ "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ทำผลงานพาทีมแพ้รวดชนิดที่ยิงใครไม่ได้ทั้งสองเกมด้วยสกอร์เดียวกัน 0-1 ส่งผลให้จบอันดับสุดท้ายของการแข่งขัน

ขณะที่ทัพ "ช้างศึกU23" ภายใต้การคุมทัพของ อเล็กซานเดร กาม่า ที่ออกไปชิงชัยในต่างแดนกับรายการ "เมอร์ไลออน คัพ" ณ ประเทศสิงคโปร์ ก็พลาดท่าทำได้เพียงแค่ตำแหน่งรองแชมป์ หลังแพ้ชาติเจ้าภาพในนัดชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 0-1


สิงคโปร์ 1-0 ช้างศึกU23

แน่นอนว่าด้วยผลงานของทัพ "ช้างศึก" ที่เกิดขึ้นกับทั้งสองชุด มันทำให้แฟนฟุตบอลไทยเริ่มที่จะแสดงความเห็นไปต่างๆนาๆในทิศทางด้านลบ เพราะพวกเขาย่อมไม่พอใจกับผลงานที่เกิดขึ้นเป็นธรรมดา

จากมาตรฐานที่เราเคยทำได้ดีเวลาเจอกับทีมในระดับอาเซี่ยน มาถึงตอนนี้ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป เพราะเวลาลงสนามเราต้องออกแรงเหนื่อยหนักกว่าเดิม ขณะที่แฟนบอลจากที่เคยเชียร์แบบสบายใจและมีความสุขกับรูปแบบการเล่น ก็ต้องมาคอยลุ้นเหนื่อยแทบทุกนัดในช่วงหลัง
 
ถึงตรงนี้คงต้องยอมรับกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ว่าทีมอย่างเวียดนาม ที่เคยตามหลังเราหลายก้าว มาเวลานี้เขาได้นำหน้าทีมชาติไทยไปแล้ว ทั้งเรื่องอันดับโลก รวมไปถึงรูปแบบการเล่นที่มีสไตล์เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน

อย่างในเกมนัดชิงชนะเลิศคิงส์คัพ ทัพ"ดาวทอง" ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ด้วยรูปแบบการเล่นที่เป็นสไตล์ของตัวเอง สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนเล่นงานทีมชาติกูราเซา ได้เป็นอย่างดี แม้จะโดนนำไปก่อน แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังคงเล่นด้วยความมุ่งมั่น ก่อนที่จะตามตีเสมอได้จากการเข้าทำที่สวยงามและเป็นระบบ


ทีมชาติไทย 0-1 เวียดนาม

ตัดภาพกลับมาที่ทีมชาติไทย ไม่อยากจะนึกภาพว่าถ้าเปลี่ยนเป็นเราที่ได้เข้าชิงไปเจอกับ กูราเซา รูปเกมที่ออกมาจะเป็นไปอย่างไร และจะทำได้ดีเหมือนทีมชาติเวียดนาม เขาหรือไม่ เพราะลำพังแค่เจอกับทีมชาติอินเดีย ในนัดชิงที่3 ก็ยังไม่รอด

อย่างไรก็ตามหากลองมองในแง่ดีกับความล้มเหลวในรายการนี้ ก็ยังพอมีอยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยๆเราก็มาผิดหวังกับเกมอุ่นเครื่อง ไม่ใช่เป็นทัวร์นาเมนท์อย่างเป็นทางการที่เราต้องเน้นผล แม้ลึกๆแล้วเราก็แอบหวังที่จะเก็บถ้วยคิงส์คัพให้อยู่ในแผ่นดินสยามต่อไป

ความผิดหวังครั้งนี้ทำให้ทีมชาติไทย ต้องหันกลับมามองตัวเอง และต้องพยายามทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้ศรัทธาของแฟนบอลกลับมาอีกครั้ง ก่อนที่จะถึงโปรแกรมสำคัญในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งแน่นอนว่ารายการนี้หากเราดันมาพลาดท่าตั้งแต่รอบแรกๆ มีหวังกระแสฟุตบอลไทยคงจะตกลงไปอีกอย่างแน่นอน

ส่วนขุนพลช้างศึกU23 กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงกุนซือ ภายหลังจากที่ อเล็กซานเดร กาม่า ตัดสินใจขอยุติบทบาทการคุมทีมกลางคัน น่าสนใจว่าทางสมาคมฯจะตัดสินใจดึงใครเข้ามาคุมทัพแทน ก่อนจะถึงโปรแกรมสำคัญในศึกU23ชิงแชมป์เอเชีย ในช่วงต้นปีหน้า ที่เราจะรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ

พักจากชุดใหญ่ และ ชุดU23 ถึงคิวของทัพ "ช้างศึกU19" ภายใต้การคุมทัพของ "โค้ชหระ" อิสสระ ศรีทะโร ที่จะได้ออกโรง ในศึกชิงแชมป์อาเซียน ช่วงเดือนสิงหาคมนี้ แม้จะเป็นชุดน้องเล็ก แต่พวกเขาก็เป็นความหวังเดียวในชั่วโมงนี้ ที่พอจะเรียกขวัญกำลังใจของแฟนบอลกลับมาได้บ้าง หากทำผลงานได้ดีในรายการนี้


ทัพช้างศึกU19

หนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือสังเวียนแข่งขันของทัพช้างศึกU19 จะไปชิงชัยกันที่ประเทศเวียดนาม จะว่าไปแล้วแฟนบอลไทยคงยังหลอนกับชื่อทีมชาตินี้ไม่หาย เพราะช่วงหลังพวกเขาเป็นฝ่ายที่ทำผลงานได้ดีกว่าเราอย่างชัดเจน

ในมุมกลับกัน ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้แสดงให้เห็นว่าทีมชาติไทย ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และขอฝากความหวังไว้ที่น้องๆU19 ทุกคน ที่จะกอบกู้สถานการณ์ของทีมชาติไทยให้กลับมามีที่ยืนอีกครั้ง เพราะในเวลานี้แฟนบอลเวียดนามกำลังผยองกับความสำเร็จที่นำหน้าทีมชาติไทย

อย่างน้อยๆหากทัพ "ช้างศึกU19" บุกไปทำผลงานได้ดีถึงดินแดนเวียดนาม ก็จะเป็นการประกาศให้พวกเขาได้รู้ว่าเราเองก็ยังมีของดีอยู่ แม้ว่าจะเป็นทีมชุดเล็ก แต่พวกเขานี่แหล่ะก็คืออนาคตอันใกล้ของทีมชาติไทยชุดใหญ่

แต่หากบทสรุปสุดท้ายผลงานช้างศึกU19 ออกมาล้มเหลอย่างต่อเนื่อง ก็บอกได้คำเดียวเลยว่า "ตัวใครตัวมัน!"

"บิ๊ก กิโล10"