หลังจากที่แฟนบอล ทีมชาติไทย รู้สึกผิดหวังกับผลงานของทัพ ช้างศึก ในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ที่เพิ่งปิดฉากไป ณ สนามช้าง อารีน่า จังหวัดบุรีรัมย์

การแพ้ให้กับเวียดนาม 0-1 และ อินเดีย 0-1 รั้งอันดับสุดท้ายโดยยิงประตูไม่ได้เลย ก็มาหลายสื่อหลายสำนัก บรรดาโค้ช , นักเตะ และผู้คร่ำหวดในวงการฟุตบอลออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกัยเรื่องนี้มากมาย

วันนี้เรามาดูมุมมองของอดีตตำนานกองหน้าทีมชาติไทย อย่าง "เดอะตุ๊ก" ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ว่ามีความรู้สึกอย่างไรกับทีมชาติไทยชุดนี้ และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภายใต้การควบคุมของ "บิ๊กอ๊อด" พล.ตร.อ. สมยศ พุ่มพันธุุ์ม่วง ควรจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ก่อนที่มันจะสายเกินแก้

ผลงานของทีมชาติไทยชุดคิงส์คัพ ในสายตา เดอะตุ๊ก 

ถ้าพูดถึงผลงานโดยรวมก็ต้องยอมรับว่าล้มเหลว ด้วยการจบอันดับ 4 และไม่สามารถทำประตูไดุ้์ลย ทางสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยต้องกลับมาพูดคุยและประชุมกับผู้ฝึกสอนชุดคิงส์คัพ ว่าเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคัดเลือกตัว แนวทางการเล่น วิธีการเล่น รวมถึงการลงสนามในแต่ละนัดก็ต้องมานั่งวิเคราะห์หาจุดเด่นจุดด้อยเพื่อมาแก้ไขสถานการณ์ก่อนที่ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกจะมาถึง

เรื่องระยะเวลาการเก็บตัวมีผลหรือไม่

คือฟุตบอลในโลกสมัยนี้ ก็ต้องยอมรับว่าการแข่งขันฟีฟ่าเดย์มันมีระยะเวลาการเก็บตัวและมีข้อกำหนดอยู่แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับว่าประเทศนั้นๆจะมีการจัดการบริหารระบบแบบไหน เราจะต้องมาดูว่าการจัดโปรแกรมในประเทศเหมาะสมหรือไม่ เราควรจะทำให้สอดคล้องกับฟีฟ่าเดย์ หากเราต้องการเก็บตัวมากขึ้นเราอาจจะใช้ระยะเวลาในการเก็บตัวเพิ่มก็สามารถทำได้ หากมีการวางระบบที่เหมาะสม

มองเวียดนาม ในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง 

ปาร์ค ฮัง ซอ ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่นของ เวียดนาม โดยสิ้นเชิง ผมได้พูดคุยกับเค้าตลอด สิ่งที่เค้าทำคือการปรับทัศนคติของนักเตะเวียดนามก่อน คือความกลัวทำให้เสื่อม ดังนั้นอย่ากลัว ดังนั้นคุณเล่นกับใครเราต้องมีวิธีการเล่นที่ชัดเจน เสริมศักยภาพที่เวียดนามขาดหายไป อะไรที่ขาดหายเค้าจะไปนั่งวิเคราะห์เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดถึงแม้ว่าบางครั้งอาจจะยังไม่ได้ดีแต่เค้าพยายามเติมไปเรื่อยๆ แล้วก็สามารถพัฒนาเด็กๆในทุกๆรุ่นอายุให้ขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ได้

โดยเฉพาะรุ่นยู23 เค้าจะรู้เลยว่านักเตะคนไหนสามารถขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ได้ วิธีการเล่นของทั้งสองชุดเหมือนกันทุกอย่าง เพียงแต่ชุดใหญ่อาจจะมีความดุดันมากกว่า แต่ในรูปแบบอื่นๆบอกเลยว่าเค้าบริหารจัดการได้ดีมาก และก็ทำให้แนวทางการเล่นของเวียดนามในเวลานี้มีความสนุกตื่นเต้น ถึงแม้บางครั้งผลการแข่งขันจะออกมาไม่ดี แต่ก็สามารถสร้างความประทับใจได้ เเละการที่เวียดนามชนะบ่อยๆก็ทำให้เค้าได้ใจ และการชนะบ่อยๆก็ทำให้เหมือนกับติดปีกโดยธรรมชาติ 

นี่ก็คือคำสัมภาษณ์ของกองหน้าที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย หลายคนอาจจะเห็นด้วย แต่หลายคนก็ไม่เห็นด้วย

นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าที่ว่า สมาคมฯจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ่้นอย่างไร อีกไม่กี่วันจะมีการเรียกทีมงานชุดคิงส์คัพ เข้ามาสรุปผลงาน และวันนั้น  "บิ๊กอ๊อด" คือคนที่ทุกฝ่ายจะจับจ้องที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

ภาพ: TOYOTA Spirit of Football