อเล็กซานเดร กาม่า ออกมาให้สัมภาษณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ หลังพาลูกทีมทำได้เพียงแค่รองแชมป์ศึกเมอร์ไลออน คัพ 2019 ที่ประเทศสิงคโปร์

ว่าเขากับทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ต้องปิดฉากลงแต่เพียงเท่านี้ ทัวร์นาเมนท์ที่แดนลอดช่องจะเป็นรายการสุดท้ายของเขาในการคุมทัพช้างศึกU23 โดยจะขอชี้แจงเหตุผลภายหลัง ซึ่งมีรายงานว่าเจ้าตัวจะเดินทางไปที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ปลายสัปดาห์นี้กับสตาฟฟ์โค้ชอีก 2 คน เพื่อยื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการ

สรุปผลงานของ อเล็กซานเดร กาม่า ตั้งแต่เข้ามาคุมทีมชาติไทยชุดU23 ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 2561 รวมแล้วเป็นเวลา 7 เดือน ได้อันดับที่สอง 3 รายการติดต่อกัน

- กุมภาพันธ์ 2019 : คว้ารองแชมป์อาเซียน ในรายการ AFF U-22 CHAMPIONSHIP 2019

- มีนาคม 2019 : ได้รองแชมป์กลุ่มเค ในรายการ AFC U-23 CHAMPIONSHIP 2020 รอบคัดเลือก

- มิถุนายน 2019 : คว้ารองแชมป์ในรายการ MERLION CUP 2019

ถือว่าเป็นผลงานที่ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่ ของการทำทีมระดับทีมชาติของเขาไม่เหมือนตอนคุมสโมสรในไทยลีก อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่พาทีมคว้าแชมป์เป็นว่าเล่น

ภาพรวมตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่เขาเป็นกุนซือ มีปัญหาให้หนักใจอยู่เรื่อยๆ ทั้งการที่เรียกนักเตะมาติดทีม แต่กลับมีบางคนปฏิเสธ หรือการไม่ได้ใช้นักเตะที่ดีที่สุดในรุ่นU23 เพราะถูกดึงไปติดทีมชาติชุดใหญ่ มันเลยทำให้ทีมโชว์ศักยภาพได้ไม่เต็มที่ในการเเข่งขันรายการต่างๆ

ซึ่งเรื่องนี้อันที่จริง สมาคมฟุตบอล ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย อย่างตัวที่บอกว่าเก่งเกินวัยก็ดันเอาไปเล่นชุดใหญ่ให้เสียเปรียบประสบการณ์ แทนที่จะมาเอาประสบการณ์กับรุ่นเดียวกันให้มันยิ่งใหญ่ค่อยอัพเวลไปให้กระดูกมันสูสีกันก่อนสุดท้ายพังทุกรุ่น

ซึ่งถ้าเอาจริงๆ นักเตะทีมชาติไทยชุดU23 ที่เป็นตัวหลักในสโมสรใหญ่ๆ ของไทยลีก ทุกคนล้วนมีฝีเท้ายอดเยี่ยม ทรัพยากรในชุดนี้มีตัวดีๆ เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น ศุภชัย ใจเด็ด, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, มีโชค มหาศรานุกูล, สุภโชค สารชาติ, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, เอกนิษฐ์ ปัญญา, รัตนากร ใหม่คามิ, ศฤงคาร พรมศุภะ, กรวิชญ์ ทะสา, เควิน ดีรมรัมย์

ซึ่งถ้าได้นักเตะเหล่านี้มาเข้าแคมป์เก็บตัวและฝึกซ้อมร่วมกันสักระยะ ผมเชื่อว่าในสามรายการที่ได้อันดับสอง ไทย ต้องได้แชมป์สักรายการอย่างแน่นอน

คราวนี้ลองมาดูผลงานของทัพช้างศึกU23 กันบ้าง ว่าในยุค กาม่า เล่นกันได้ดีแค่ไหน ขอยกตัวอย่างศึก เมอร์ไลออน คัพ 2019 ที่เพิ่งจบลงไปเลยละกันนะครับ เพราะเพิ่งเห็นฟอร์มการเล่นกันไปและต้องบอกว่า 2 รายการก่อนหน้านี้เล่นได้ไม่แตกต่างกันมากนัก รูปเกมต้องบอกว่าดูน่าอึดอัด โยนบอลมั่ว ออกบอลช้า จ่ายไม่แม่น นักเตะบางคนหวงบอลเกินไป เบียดตัวๆบางทียังสู้นักเตะอีกฝั่งไม่ได้เลย เรียกได้ว่าสอบตกกับการทำหน้าที่กุนซือใหญ่

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานกับทีมชาติไทย ผมอยากขอบคุณแฟนบอลที่ให้การสนับสนุนมาตลอด ที่ผ่านมาเราเจออะไรยากๆมากมาย ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จ ผมเองรู้สึกเสียดาย ส่วนเรื่องอนาคตของผมจะเป็นอย่างไรก็ต้องดูต่อไป”

นี้คือคำพูดของ กาม่า ที่ทิ้งท้ายไว้หลังเดินทางถึงประเทศไทย บางที่ปัญหาที่ได้บอกมาทั้งหมดนี้ตัวเขาอาจจะต้องต่อสู้โดยบอกใครไม่ได้ ได้เเต่เก็บไว้ในใจแล้ววันหนึ่งมันเกินที่จะรับไว้ ก็ขอจากไปดีกว่า ทั้งนี้ก็ต้องรอดูการแถลงของเขาอีกทีว่าสุดท้ายแล้วทำไมจึงตัดสินใจแยกทางกับทีม

สุดท้ายเรื่องของ กาม่า กับทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี อาจจะจบลงไปแล้ว แต่ "โค้ชคนใหม่" ที่สมาคมฟุตบอลจะเลือกเข้ามาคุมทีมในอนาคตยังมีเรื่องให้แก้ไข ปรับปรุงอีกมาก เพื่อให้พร้อมเต็มที่ก่อนลุยศึกหนักทั้งการคุมทีมชิงเหรียญทองในซีเกมส์ 2019 ที่ฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-11 ธ.ค.62 นี้ และการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ที่จะโม่แข้งในเดือนมกราคมปีหน้า 

ต้องบอกว่างานหนักมากถึงมากที่สุด แล้วใครกันนะที่จะเดินเข้ามาสู้กับความท้าทายครั้งนี้ เร็วๆ นี้ ส.บอล น่าจะมีคำตอบ รอติดตามได้เลยครับ!!

ขอบคุณภาพ : ช้างศึก