แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงจุดยืนของตัวเองให้พวกเราได้เห็นอย่างเด่นชัดอีกครั้งด้วยวิธีการที่พวกเขาคว้า ดาเนี่ยล เจมส์ เข้ามาเสริมทัพ

ค่าตัว 15 ล้านปอนด์ พ่วงด้วยค่าเหนื่อยราวๆ 67,000 ต่อสัปดาห์ คือเม็ดเงินที่พวกเขายอมเทให้กับดาวเตะวัย 21 ผู้ซึ่งยังไม่เคยผ่านประสบการณ์ค้าแข้งในลีกสูงสุด ณ ที่แห่งใดมาก่อน

มันไม่สำคัญว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีเงินจ่ายมั้ย? เพราะพวกเขามีมันอย่างเหลือเฟืออยู่แล้ว และมันก็ “ไม่สำคัญ” ว่านี่คือจำนวนเงินที่มากเกินไปหรือไม่

สิ่งที่สำคัญก็คือ…..การจ่ายค่าเหนื่อยเฉียด 7 หมื่นปอนด์ต่อวีค จะทำให้ทีมเดินไปข้างหน้าได้จริงๆ หรือเปล่า ?

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยพยายามอย่างยิ่งยวดในการรักษาเพดานค่าเหนื่อยของสโมสรเอาไว้

ถามว่าการรักษาเพดานค่าเหนื่อยสำคัญยังไง? เราก็ต้องบอกว่ามันสำคัญมากในแง่ของความเท่าเทียมภายในองค์กรณ์

ใครบางคนอาจจะพยายามเถียงว่า ฟุตบอลยุคใหม่มันคือ “โลกทุนนิยม” แบบเต็มๆ ไปแล้วเรียบร้อย และแม้กระทั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ยุค “เฟอร์กี้” เองก็เคยยอมผ่อนปรนทำลายเพดานค่าเหนื่อยของทีมไปบ้างแล้วเช่นกัน

แต่มันมีเหตุผลที่ทำให้เชื่อได้ว่าการจ่ายค่าเหนื่อยให้ ดาเนี่ยล เจมส์ ของ “ปีศาจแดง” ในครั้งนี้ คือตัวเลขที่ก้าวข้ามขั้นมากเกินไปจริงๆ

เมื่อสมัยที่ค้าแข้งให้ สวอนซี ดาวเตะทีมชาติเวลส์ รายนี้ ได้รับค่าเหนื่อยแค่สัปดาห์ละ 4,000 ปอนด์ เท่านั้น และตอนนี้รายได้เขาก็สูงขึ้นกว่าเดิมถึง 16 เท่า

1 ในสิ่งที่ เซอร์ อเล็กซ์ พยายามจะทำมาตลอดเวลาที่ปลุกปั้นดาวรุ่ง นั่นก็คือการคุมความประพฤติทั้งในและนอกสนาม โดยทำให้นักเตะคนนั้นๆ ติดดินอยู่ตลอดเวลา

การจ่ายเงินที่มากเกินไปให้กับวัยรุ่นอายุเพียงแค่ 21 ปี มันมีความเสี่ยงที่จะทำให้เด็กคนนั้นเสียศูนย์ แต่ความเสียหายมันอาจไหลไปไกลกว่านั้นยิ่งกว่า

เราไม่มีทางรู้ได้ว่า ดาเนี่ยล เจมส์ จะกลายเป็นโคตรแข้งที่เก่งกาจหรือไม่ ซึ่งถ้าสุดท้ายแล้วเขากระชากลากเลี้อยทำผลงานได้เหมือนตำนานแข้งของสโมสรอย่าง ไรอัน กิ๊กส์, พอล สโคลส์ หรือ เดวิด เบ็คแฮม มันก็ดีไป ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อให้จ่ายแพงแค่ไหนก็คุ้ม

แต่ถ้ามันไม่เป็นแบบนั้นล่ะ ถ้าหากดาวเตะเลือด “มังกรแดง” ทำผลงานได้พื้นๆ ระดับเดียวกับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เอริค ไบยี่, เจสซี่ ลินการ์ด หรือ มาร์กอส โรโฮ ล่ะ ?

บรรยากาศในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเกิดอะไรขึ้น? เพราะขนาดนักเตะใหม่โนเนมอย่าง เจมส์ ยังได้ค่าเหนื่อยกระฉูดแตกขนาดนี้! แล้วผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ชื่อเสียงดังกว่า ฝีเท้าดีกว่า อยู่มานานกว่า จะว่ายังไงดี

มิวายต้องนับรวมถึงแข้งอีกหลายๆ คนที่มีโอกาสตบเท้าเข้าสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในอนาคตอันใกล้ ว่าพวกเขาจะเรียกค่าเหนื่อยสูงเท่าไหร่

สมมุติเล่นๆ ว่าหาก แมนฯ ยู สนใจคว้าตัว เบน มี หรือ จามาล ลาสเซลล์ เข้ามาเพิ่ม พวกเขาก็จะต้องจ่ายค่าเหนื่อยหลักแสนให้กับพวกนี้เลยหรือไม่ เพราะนักเตะพวกนี้ล้วนมีดีกรีที่เหนือกว่า ดาเนี่ยล เจมส์ ทั้งหมดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ฉะนั้น ปัญหาของค่าเหนื่อย ดาเนี่ยล เจมส์ มันจึงไม่ใช่เรื่องที่ว่านักเตะคนนี้เจ๋งจริงหรือไม่จริง แต่มันคือเรื่องการที่ แมนฯ ยู มองหาสมดุลของค่าเหนื่อยภายในทีมตัวเองไม่ได้เลยอย่างสิ้นเชิง

หาก เฟอร์กี้ อยู่ในสถานการณ์ที่ว่านี้ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะทำยังไง แต่ที่แน่ๆ เลยก็คือ “ป๋า” คงไม่ปลื้มเท่าไหร่กับการที่เห็นเด็กรุ่นกระทง มีเงินใช้จ่ายอู่ฟู่ขนาดนี้

ดาวรุ่งที่ตัดสินใจเลือกย้ายมา แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะมีเป้าหมายหลักเป็นการพิสูจน์ฝีเท้า แล้วหลังจากนั้นค่อยได้รับรางวัลตอบแทน – ไม่ใช่ในทางกลับกันแบบนี้

ค่าเงินสมัยก่อนไม่เหมือนในสมัยนี้ เราไม่ได้บอกว่า เจมส์ ควรต้องได้อาทิตย์ละ 6 พัน หรือ 8 พัน! แต่ที่แน่ๆ คือมันไม่ควรจะได้ 6.7 หมื่น ทันทีที่เข้ามา

2, 3 หรือกัดฟันที่ 4 หมื่นเลยเต็มที่ นั่นควรจะเป็นจำนวนที่มากเกินพอ! และถ้าหากเขาโชว์ฟอร์มได้ดีจริงๆ จะให้เรียกเพิ่มเป็นแสนเลยหลังจากนี้ก็ยังได้

เราก็ต้องมาดูกันครับว่า การตัดสินใจของ แมนฯ ยู ไม่ว่าจะเป็นการเมินแต่งตั้ง ผู้ อำนวยการกีฬา , การให้ เอ็ด วู้ดเวิร์ด ลุยเรื่องฟุตบอลแบบเต็มๆ ต่อ และการเทค่าเหนื่อย 6.7 หมื่นปอนด์ ให้ ดาเนี่ยล เจมส์…..

มันจะช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้อย่างที่พวกเขาหวังไว้หรือไม่