ผิดหวังกันทั้งประเทศ ใช้คำนี้คงไม่ผิดสำหรับผลงานของทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ที่สนามช้าง อารีนา จังหวัดบุรีรัมย์

การแข่งขันปีนี้น่าสนใจและคึกคักกว่าหลายๆปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของกระแสแฟนบอลต่างจังหวัด ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน และรายชื่อผู้เล่นของไทย ที่ดูแล้วยังคงขัดใจแฟนบอลส่วนใหญ่

สมาคมฯ เชิญ เวียดนาม, อินเดีย และ กือราเซา เข้าร่วมการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน 2562 แน่นอนว่า เวียดนาม จ้าวอาเซียน กับ ไทย คือคู่ปรับตลอดกาล ระยะหลังบอลรุ่นเยาวชนเราแพ้เค้าตลอด แต่ชุดใหญ่ไม่เคยกลัว ส่วน อินเดีย ก็ชนะไทย 4-1ในศึกเอเชียนคัพ 2019 การเจอกันครั้งนี้จึงเหมือนกับการล้างแค้น

แต่ผลที่ออกมาเราแพ้ เวียดนาม 0-1 และแพ้ อินเดีย 0-1 จบอันดับบ๊วยโดยยิงประตูไม่ได้เลย

เป็นคิงส์คัพที่น่าผิดหวังที่สุด ซึ่งเกิดขี้นในปีที่บรรยากาศยอดเยี่ยมที่สุด

คนที่ตกเป็นเป้าที่สุดคงหนีไม่พ้น "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กันซือใหญ่ของทีม ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาขอโทษแฟนบอลที่ทำให้ผิดหวัง และพูดเต็มปากเลยว่า ปัญหาของทีมชาติไทยชุดนี้คือการจบสกอร์ 

อย่างที่เราได้เห็นกันว่า ธีรศิลป์ มีอาการบาดเจ็บติดตัว, อดิศักดิ์ ไกรษร ฟอร์มตกน่าใจหาย และเรียกมาก็ไม่ได้ใช้งาน, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ยังเด็กเกินไป, สุรชาติ สารีพิมพ์ ก็ไม่ได้ลงเล่นเลย จะมีก็แค่ ศุภชัย ใจเด็ด ที่ดูวูบวามและช่วยทีมได้ดี แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าขาดความเฉียบคม

การขาด ชนาธิป สรงกระสินธิ์ อันนี้สำคัญที่สุด แดนกลางอย่าง สุมัญญา ปุริสาย ยังคงทำหน้าที่แทนไม่ได้ เช่นเดียวกับ สุภโชค สารชาติ ที่ได้โอกาสเป็นตัวจริงกับเวียดนาม และ ตัวสำรองในครึ่งแรกกับ อินเดีย ก็ยังไม่แน่นอน

ถ้าถามผมนักเตะที่เล่นได้ดีที่สุดในสายตาคือ ธีราทร บุญมาทัน ที่เล่นได้โดดเด่นทั้งเกมรุกและเกมรุก มีการเปิดบอลสวยๆให้เพื่อนลุ้นทำประตูหลายครั้ง และวิ่งพล่านไปเชื่อมเกมกลางสนามบ่อยๆ

หลังจากนี้ต้องมาดูกันว่า "บิ๊กอ๊อด" พล.ตร.อ.สมยศ พุ่มพ้นธ์ม่วง จะออกมาพูดว่าอย่างไร และ "โค้ชโต่ย" จะได้คุมทีมในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกหรือไม่

ไม่แน่เหมือนกัน อินเดีย อาจทำให้เราต้องเปลี่ยนโค้ช 2 ครั้ง ในรอบปีก็เป็นได้