ในที่สุด เจอร์เกน คลอปป์ ยอดกุนซือชาวเยอรมันก็สามารถนำทัพ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พบกับความสุขสมหวังจากการสถาปนาตัวเองเป็น "แชมป์ยุโรปสมัยที่ 6" ได้เสียที

นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามานั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ในปี 2015 หลังจากนั้น เจอร์เกน คลอปป์ ยังไม่เคยนำทัพ "หงส์แดง" ประสบความสำเร็จได้เสียที เพราะทำได้เพียงแค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาเท่านั้น และเคยสวมบท "พระรอง" จากการเข้าป้ายรองแชมป์รายการต่างๆ มาแล้วถึง 4 ครั้ง ไล่ตั้งแต่ รองแชมป์ลีก คัพ กับ รองแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก ในปี 2016, รองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปีก่อน และรองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาล 2018/19 ที่เพิ่งผ่านมานี่เอง

จึงเหลือเพียงตำแหน่ง "เจ้าสโมสรยุโรป" เป็นความหวังสุดท้ายให้ได้ลุ้นคว้าแชมป์ติดมือปิดท้ายในฤดูกาล 2018/19 แต่หากลองมองย้อนกลับไปดูสถิติการคุมทีมของ คลอปป์ ในช่วงก่อนเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งจะต้องดวลแข้งกับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส จะพบว่า โค้ชชาวเยอรมันไม่ค่อยถูกโฉลกกับเกมนัดชิงเสียเท่าไรนัก เพราะเป็นฝ่าย "ผิดหวัง" จากเกมนัดชิงมาแล้วถึง 6 ครั้งติดต่อกัน นับตั้งแต่สมัยที่คุมทัพ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โน้นเลย

ครั้งสุดท้ายที่ คลอปป์ พบกับความสมหวังจากเกมนัดชิงคือ เกมที่นำทัพ "เสือเหลือง" พิชิตชัยเหนือ บาเยิร์น มิวนิค 5-2 แล้วผงาดคว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ในปี 2012 ได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นโค้ชชาวเยอรมันต้องจำใจสวมบทเป็น "พระรอง" จากความพ่ายแพ้ในนัดชิงมาแล้วถึง 6 ครั้งซ้อน โดยแบ่งออกเป็นตอนสมัยที่ยังอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ ทั้งหมด 3 ครั้ง และสมัยที่ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล อีก 3 ครั้ง

สมัยคุมทัพ "เสือเหลือง"
ปี 2013 แพ้ บายิร์น มิวนิค 1-2 ในนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
ปี 2014 แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 0-2 ในนัดชิงเดเอฟเบ โพคาล
ปี 2015 แพ้ โวล์ฟสบวร์ก 1-3 ในนัดชิงเดเอฟเบ โพคาล

สมัยคุมทัพ "หงส์แดง" 
ปี 2016 แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3 ในนัดชิงลีก คัพ 
ปี 2016 แพ้ เซบีญ่า 1-3 ในนัดชิงยูฟ่า ยูโรปาลีก 
ปี 2018 แพ้ รีล มาดริด 1-3 ในนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

แต่ตอนนี้ คลอปป์ น่าจะลบ "ฝันร้าย" จากเกมนัดชิงทั้ง 6 ครั้งดังกล่าวได้แล้ว เพราะได้พบกับความ "สมหวัง" ในนัดชิงครั้งที่ 7 จากเกมที่พิชิตชัยเหนือ สเปอร์ส 2-0 พร้อมคว้าแชมป์รายการแรกร่วมกับ ลิเวอร์พูล ในฐานะ "แชมป์ยุโรปสมัยที่ 6" ได้สำเร็จ  

ลุงป๊อบ แฟนพันธุ์แท้