มันมีคนพูดถึงทฤษฏีของความแค้นที่ฝังอกของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ซึ่งอาจถูกระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่งในซีซั่นหน้า

กล่าวก็คือ ความผิดหวังของการพลาดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นนี้ จะเป็นแรงเหวี่ยงที่ทำให้ “หงส์แดง” กลับมาทวงทุกอย่างคืนแบบทบต้นทบดอก

แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากตัวอย่างหลายๆ ครั้งที่เกิดขึ้นในอดีต โดยมีตัวอย่างเด่นๆ เป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เสียแชมป์ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงวินาทีสุดท้ายจากประตูของ กุน อเกวโร่ ฤดูกาล 2011-12

ผลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ทำให้ “ปีศาจแดง” ของ “เฟอร์กี้” กลับมาทวงแชมป์ในซีซั่นถัดมาด้วยการทำแต้มฉีก “เรือใบสีฟ้า” แบบยับเยิน 11 คะแนน

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะภาวะ “แค้นฝังหุ่น” แบบนี้ ยังเคยเกิดขึ้นกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่โดน ดอร์ทมุนด์ ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ขโมยถาดแชมป์ บุนเดสลีกา ไปติดต่อกัน 2 ฤดูกาลซ้อน

การโดนทัพ “เสือเหลือง” ลูบคมในแบบที่ไม่เคยโดนใครทำมาก่อน ได้ทำให้ “เสือใต้” จัดการปฏิวัติทีมครั้งใหญ่ และกลับมาทวงแชมป์คืนในฤดูกาลถัดมาด้วยการมีแต้มเหนือกว่าถึง 25 คะแนน

นี่คือตัวอย่างของผลแห่งความแค้น ที่หลายๆ คนพูดถึง และมองว่า ลิเวอร์พูล มีโอกาสที่จะทำแบบนี้ได้ในฤดูกาล 2019-2020

การชวดแชมป์ทั้งๆ ที่มี 97 คะแนน ถือเป็นความเจ็บปวดที่หนักหนาสาหัสประมาณหนึ่ง แต่การจะกลับมาประสบความสำเร็จในซีซั่นหน้าได้ มันก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง

กำแพงใหญ่อย่างแรกเลยก็คือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังคงอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และมันมีโอกาสที่พวกเขาจะรักษามาตรฐานเดิมๆ เอาไว้ได้

นั่นแปลว่าทีมใดก็ตามที่อยากจะคว้าแชมป์ในซีซั่นหน้า พวกเขาไม่ควรตั้งเป้าต่ำกว่า 90 คะแนน

ด่านที่ 2 เลยก็คือ ตัวแปรภายในของทีม ลิเวอร์พูล เอง ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงอะไรในทีมบ้าง ทั้งเรื่องของการซื้อและขายนักเตะ

พลพรรค “เร้ด แมชชีน” ไม่ควรจะเสียแข้งคนสำคัญของสโมสรไป แต่มันก็ขึ้นอยู่กับตัวของผู้เล่นด้วยเช่นกัน ว่าจะใจแข็งกล้าปฏิเสธข้อเสนอหรือเปล่า ถ้าหากถูกทีมอย่าง มาดริด , บาร์ซ่า หรือ เปแอสเช ตามจีบ

ไม่ว่าจะเสียเยอะหรือเสียน้อย พวกเขาจำเป็นจะต้องหาจุดสมดุลของการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ให้ได้ มันไม่ควรจะเป็นการซื้อเยอะเกินไปหรือน้อยเกินไป

หากเรามองถึงขุมกำลังที่ คล็อปป์ มี ณ เวลานี้ จริงๆ แล้วมันอาจไม่จำเป็นต้องใช้เงินซื้อใครมาเพิ่มมากมายเลยด้วยซ้ำ

หากไม่เสียกำลังสำคัญจริงๆ ลิเวอร์พูล จะยังคงมี ซาล่าห์ , มาเน่ , ฟีร์มีโน่ ในแนวรุก ขณะที่กองกลางจะมี เฮนเดอร์สัน , ฟาบินโญ่ , นาบี เกเอิต้า , ไวนัลจ์ดุม และ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ที่กำลังจะกลับมา เป็นขุมพลังมิดฟิลด์หลักๆ

แนวรับ เทรนด์ อาร์โนลด์ , แอนดี้ โรเบิร์ตสัน คือตัวจริงถาวรในตำแหน่งฟูลแบ็ค ส่วนเซ็นเตอร์ก็มีพี่ใหญ่อย่าง ฟาน ไดค์ ที่จะยืนคู่ใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ลอฟเรน , มาติป หรือ โกเมซ

ผู้รักษาประตู โดดเด่นเป็นสง่า อลิสซอน ยึดไปยาวๆ

ฉะนั้น ถ้าไม่มีใครฟอร์มตกอย่างน่าใจหายไปจริงๆ นี่คือกลุ่มผู้เล่นที่นับว่ายอดเยี่ยมมากๆ อยู่แล้วของ “หงส์แดง” โดยมีสิ่งที่ต้องเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้านิดหน่อยก็คือ หลายๆ ทีมจะไม่ยอมเปิดโอกาสให้พวกเขาได้โจมตีท่าไม้ตายถนัดๆ ของตัวเองบ่อยๆ

อาวุธที่พูดถึงเหล่านี้ ก็อาทิเช่น การใช้แบ็ค 2 ฝั่งครอสบอลอันตราย , การเปิดพื้นที่ให้ มาเน่ มากไป หรือลูกสูตรในจังหะตั้งเตะต่างๆ

ลิเวอร์พูล ชุดเดิมๆ นี้ มีโอกาสที่จะเล่นได้ยากขึ้น แต่มันก็เป็นอุปสรรคที่ยอดทีมทุกๆ รายจะต้องฝ่าฟันไปให้ได้

หากจะมีการเสริมทัพจริงๆ มันอาจเป็นการเติมขุมกำลังแนวลึก อาทิเช่นตัวสำรองแบ็คซ้ายและขวาที่ฝีเท้าโอเคหน่อย , โกล์สำรองสักคนคอยสแตนบาย อลิสซง (เพราะ มินโญเล่ต์ จะไปแล้ว) เช่นเดียวกับกองหน้าสักราย ที่พร้อมจะฉวยโอกาสในยามที่ 3 ประสานเกมรุกของทีมฝืด

ฤดูกาลที่ผ่านมา อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีของ ลิเวอร์พูล แต่ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่! เราต้องยอมรับว่าท่ามกลางการพังประตูในจุดต่างๆ ของสนามมากมาย แต่พวกเขากลับแทบไม่ได้ประตูจากลูกยิงไกล

5 ลูก! นั่นคือจำนวนประตูที่ “หงส์แดง” ยิงเข้าจากนอกกรอบเขตโทษในลีกซีซั่นล่าสุด

นี่คือสิ่งที่ทีมดังแห่ง เมอร์ซี่ไซต์ จะต้องหวังพึ่งมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยในฤดูกาลหน้า คนที่มีศักยภาพในการยิงปืนไกลในช่วงที่ตันๆ หาช่องโจมตีไม่ได้

เมื่อพูดถึงคุณสมบัตินี้ ชื่อของ คูตินโญ่ จะถูกหยิบยกขึ้นมาเสมอ แต่ ลิเวอร์พูล ก็ไม่จำเป็นต้องไปเจียดเงินทุ่มทุนขนาดนั้น เฉกเช่นเดียวกับนิสัยของ คล็อปป์ ที่ไม่นิยมร่วมงานกับอดีตลูกทีมของตัวเองอยู่แล้ว

แฮร์รี่ วิลสัน ที่ย้ายไปได้ดิบได้ดีกับ ดาร์บี้ ลั่นสกอร์นอกกรอบเขตโทษไปนับไม่ถ้วน อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจต่อการลงทุนปั้นในซีซั่นหน้า

ท่ามกลางบรรยากาศอันน่าตื่นเต้นที่รออยู่ในซีซั่นหน้า แฟนๆ อาจไม่ได้เห็น ลิเวอร์พูล เสริมทัพแบบสะใจโก๋อะไรมากมายนัก ซึ่งนั่นก็อาจจะดีแล้ว

เต็มที่ 3-4 คน เพื่อเติมเต็มขุมกำลังในแนวลึก หรืออาจมีซูเปอร์สตาร์สักคนให้แฟนๆ ได้ชื่นใจ อันนี้ก็สุดแล้วแต่

ก็ต้องมารอดูกันว่า คล็อปป์ และบอร์ด “หงส์แดง” มีแผนการเบื้องต้นสำหรับซีซั่นต่อไปไว้อย่างไรครับ