ก่อนที่การแข่งขันศึกไทยลีก2ฤดูกาล 2019 จะออกสตาร์ท ทีมที่เป็นเต็ง1แบบนอนมาคือ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ตกชั้นลงแบบแบบเซอร์ไพรส์สุดๆ

การที่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ตกชั้นลงมาถ้ามองในภาพรวมถือว่าส่งผลดีต่อฟุตบอลไทยลีก2 เพราะทำให้มีทีมแม่เหล็กที่ดึงดูดแฟนบอล รวมถึงเรียกความสนใจจากสื่อมวลชนได้ด้วย เพราะส่วนใหญ่นักข่าวที่ทำข่าวกีฬาฟุตบอลไทยก็จะโฟกัสแค่ไทยลีกซึ่งเป็นลีกสูงสุดน้อยมากที่จะมาสนใจลีกรองหากไม่มีประเด็นอะไรสำคัญ

เป้าหมายของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในปีนี้แน่นอนพวกเขาหวังที่จะคว้าแชมป์เพื่อชดเชยความผิดหวังให้กับแฟนบอลที่ต้องเปลี่ยนบรรยากาศมาชียร์ในลีกรองแบบช็อกความรู้สึก ซึ่งผลงานโดยรวมก็ถือว่าทำได้น่าพอใจ จะมีตำหนิอย่างเดียวคือแพ้ไปแล้ว1เกม ทำห้หมดลุ้นเป็นทีมแรกของลีกรองที่ไร้พ่าย

(ขุมกำลัง ศรีสะเกษ เอฟซี ปีนี้ไม่ธรรมดา)

พูดถึงทีมทีไร้พ่ายถ้าใครที่ไม่ได้ติดตามฟุตบอลไทยลีก2แบบจริงจรัง ถ้าถามว่าถึงตอนนี้มีทีมใดที่ยังไร้พ่าย ส่วนใหญ่ก็ต้องบอกว่าคือ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด แต่ไม่ใช่ครับตอนนี้ทีมยังรักษาสถิติไร้พ่ายคือ ศรีสะเกษ เอฟซี 

"กูปรีอันตราย" ในปีนี้มีการเตรียมทีมที่ดีมาก หลังจากที่ต่อสัญญากับ "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม สำเร็จพวกเขาก็เดินหน้าเสริมศักยภาพทีมได้น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะแข้งต่างชาติที่ดึงเข้ามาแต่ละรายสามารถยกระดับได้เลยไล่ตั้งแต่ คาตาโนะ ฮิโรมิชิ , โดมินิค อาดิเยียร์ , บาโบ้ มาร์ค แลนดรี้ และ วิลเล่น โมต้า

("น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม กับเป้าหมายที่แบกไว้บนบ่าคือต้องเลื่อนชั้น)

ทั้งสี่รายเข้ามามีส่วนสำคัญทำให้ "กูปรีอันตราย" มีผลงานที่ดีในฤดูกาลนี้ หลังออกสตาร์ทมาแล้ว11นัด ชนะ 6 เสมอ 5 เก็บไป 23 คะแนน รั้งอันดับ 3 ตามหลังอันดับสอง อาร์มี่ ยูไนเต็ด 2คะแนน และตามหลัง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง 5คะแนน

จุดเด่นที่ทำให้ ศรีสะเกษฯ เป็นทีมที่อยู่ในกลุ่มลุ้นตั๋วไทยลีกปีนี้คงหนีไม่พ้น เกมรับที่เหนียวแน่นอน เพราะ 11นัดที่ผ่านมา พวกเขาเป็นทีมที่เสียประตูน้อยสุดในลีก เมื่อโดนคู่แข่งเจาะตาข่ายไปเพียงแค่ 7ประตูเท่านั้น ส่วนจ่าฝูงอย่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด โดนส่องตาข่ายไป 11ประตู

หลายคนอาจจะบอกว่าสไตล์การเล่นของลูกทีม "น้าฉ่วย" น่าเบื่อ เพราะเน้นผลการแข่งขันมากเกินไป แต่สถิติที่ออกมา "กูปรีอันตราย" เกมรุกไม่ได้ขี้เหร่เลยนะ เพราะยิงประตูเป็นอันดับ3ในลีก โดยส่องตาข่ายคู่แข่งไปแล้ว 18ตุง จะมีแค่สามทีมที่ยิงประตูได้มากกว่าพวกเขาคือ บีจีพียู 33ประตู และ อาร์มี่ ยูไนเต็ด กับ โปลิศ เทโร เอฟซี ที่ส่องประตูคู่แข่งไปทีมละ 20ประตูเท่ากัน

(แข้งต่างชาติใหม่จุดแข็งของ ศรีสะเกษ เอฟซี)

ในฤดูกาลนี้แน่นอนเป้าหมายที่ บอร์ดบริหาร สต๊าฟโค้ช นักเตะ และ แฟนบอล ของ ศรีสะเกษ เอฟซี ตั้งไว้คือการติด 1 น 3 เพื่อเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในศึกไทยลีกให้ได้ เพราะฉนั้นในมุมมองส่วนตัวของผมมองว่าการที่ น้าฉ่วย เน้นเกมรัดกมุมเน้นผลการแข่งขันเหมาะกับทีมดีนะครับ คือไม่จำเป็นต้องไปเล่นบู๊สนั่นแบบ บีจีพียู ที่มีคุณภาพนักเตะดีกว่าทีมอื่นพอสมควร

ลองคิดดูนะครับหาก ศรีสะเกษ เอฟซี เปลี่ยนไปเล่นสไตล์ต่อบอลสวยงามแบบประทับใจแฟนบอล แต่จบฤดูกาลไม่สามารถเลื่อนชั้นได้ก็ไม่มีความหมายเลย ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าสไตล์การทำทีมของ น้าฉ่วย เป็นอย่างไรจะให้มาเปลี่ยนตอนนี้เพื่อให้ถูกใจทุกคนคงยาก และผลเสียอาจจะมากกว่าผลดี ถ้าไม่ได้ทำฟุตบอลสไตล์ที่ตัวเองถนัด

(บรรยากาศแฟนบอล กูปรีอันตราย ที่ยังมีเสน่ห์เสมอยามเล่นในบ้าน)

แม้ว่าตอนนี้ "กูปรีอันตราย" จะเป็นทีมไร้พ่าย แต่การที่จะลุ้นสร้างสถิติไม่แพ้ใครทั้งฤดูกาลลืมไปได้เลย คงไม่มีทางเป็นไปได้ และก็คงไม่ใช่เป้าหมายที่ทีมตั้งไว้ด้วย จากนี้ต้องมาดูกันนะครับว่าจบฤดูกาลพวกเขาจะทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่ ถ้าถามผมตอนนี้คงไม่กล้าฟันธง แต่ที่ผมมั่นใจคือพวกเขาจะได้ลั้นจนจบฤดูกาลแน่ 

สุดท้ายผมเชื่อว่าหลายๆคนชื่นชอบและเอาใจช่วย ศรีสะเกษ เอฟซี ให้กลับมาสร้างสีสันบนลีกสูงสุดอีกครั้ง เพราะบรรยากาศที่สนามศรีนครลำดวน ที่แฟนบอลเข้ามาเชียร์เต็มสนาม ยังติดตาตรึงใจแฟนบอลอยู่ หวังว่าปี 2020 จะได้เห็นพวกคุณในลีกสูงสุดอีกครั้งนะครับ...