"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยักษ์หลับแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์สโมสรยุโรปในฤดูกาลนี้ต่อไป หลังสร้างความ "มหัศจรรย์" ในศึกฟุตบอลระดับทวีปได้อีกครั้ง

แม้แต่ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ซึ่งกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดที่ว่าแน่ๆ แล้วยังต้องยอมหลีกทางให้ "อดีตแชมป์ยุโรป 5 สมัย" ซึ่งเคยสร้างวีรกรรมด้วยการฮึดสู้แล้วเป็นฝ่ายชนะได้แบบเหลือเชื่อได้เหมือน 5 เกมดังต่อไปนี้จากเมื่อครั้งวันวาน

ลิเวอร์พูล 4-0 บาร์เซโลน่า

เป็นวีรกรรมแบบสดๆ ร้อนๆ จากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 ในปี 2019 หลังจากนัดแรกบุกไปแพ้ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่จากสเปนแบบยับเยินถึง 0-3 จึงตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝาแบบสุดกู่ โดยจำเป็นต้องเปิดบ้านเอาชนะด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 4 ประตู เพื่อจะได้พลิกกลับมาเป็นฝ่ายเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แม้จะเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา แต่ ลิเวอร์พูล ซึ่งอยู่ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ เจอร์เกน คลอปป์ สามารถทำได้สำเร็จ เพราะเป็นฝ่ายชนะ 4-0 และได้ผ่านเข้าชิงแบบเหลือเชื่อด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-3     

ลิเวอร์พูล 3-3 เอซี มิลาน

เป็นเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 2005 หรือที่เรียกกันว่า "ปาฏิหาริย์อิสตันบูล" ตามชื่อเมืองหลวงของประเทศตุรกีที่เป็นสังเวียนแข้งนั่นเอง โดยตอนนั้นอยู่ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ ราฟาเอล เบนิเตซ ต้องเผชิญหน้ากับ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่จากอิตาลี แม้ในช่วงครึ่งแรกจะเป็นฝ่ายตามหลังถึง 3 ลูก แต่เมื่อเริ่มกลับมาลูกฮึดจนสามารถไล่ตีเสมอในช่วงจบ 90 นาทีด้วยสกอร์ 3-3 ได้แบบเหลือเชื่อ ก่อนจะคว้าชัยในช่วงหลังจบ 120 นาทีจากการเฉือนตอนดวลจุดโทษตัดสินพร้อมกับผงาดยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" เป็นสมัยที่ 5 ได้อย่างยิ่งใหญ่   

ลิเวอร์พูล 8-0 เบซิคตัส

เป็นเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 4 กลุ่ม เอ ในปี 2007 โดยตอนนั้นอยู่ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ ราฟาเอล เบนิเตซ และจวนเจียนจะตกรอบอยู่แล้ว หลังไม่พบกับชัยชนะจาก 3 นัดแรก จึงจำเป็นต้องคว้าชัยจากเกมนี้ให้ได้สถานเดียว เพื่อต่อลมหายใจในการลุ้นผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนจะเปิดบ้านไล่ถล่มทีมดังจากตุรกีไปแบบขาดลอยถึง 8 ลูก พร้อมกับจุดประกายการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ได้สำเร็จ เพราะเก็บชัยจาก 2 เกมที่เหลือได้ทั้งหมด แต่ก็ไปได้ไกลที่สุดเพียงรอบตัดเชือก เพราะพลาดท่าแพ้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี คู่อริร่วมเกาะอังกฤษนั่นเอง 

ลิเวอร์พูล 5-4 อลาเบส

เป็นเกมนัดชิงยูฟ่า คัพ ในปี 2001 โดยตอนนั้นอยู่ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ เชราร์ อุลลิเยร์ ต้องเผชิญหน้า อลาเบส ทีมม้ามืดจากสเปน แม้จะเป็นฝ่ายยิงประตูขึ้นนำได้ตลอด แต่คู่แข่งจากเมืองกระทิงดุไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะไล่ตีเสมอได้ตลอด จบ 90 นาที เสมอ 4-4 ก่อนจะพลาดท่าทำเข้าประตูตัวเองในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ถ้วยเบอร์ 2 ของยุโรปเป็นสมัยที่ 3 ได้แบบหืดจับเลยทีเดียว

ลิเวอร์พูล 4-3 ดอร์ทมุนด์

เป็นเกมยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ในปี 2016 โดยตอนนั้นอยู่ภายใต้การคุมทัพของ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือคนปัจจุบัน หลังจากนัดแรกบุกไปเสมอ 1-1 แม้จะเป็นฝ่ายไล่ตามในช่วงหลังจากการที่เกมผ่านไปหนึ่งชั่วโมงถึง 1-3 แต่มีลูกฮึดในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย เพราะยิงแซงชนะจากลูกโหม่งของ เดยัน ลอฟเรน ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บด้วยสกอร์ 4-3 ได้แบบหน้าตาเฉย จึงได้ผ่านเข้ารอบตัดเชือกด้วยสกอร์รวม 2 นัด 5-4 และทำได้ดีที่สุดเพียงตำแหน่งรองแชมป์ โดยพลาดท่าแพ้ เซบีญ่า ทีมดังจากสเปนในนัดชิงด้วยสกอร์ 1-3

ลุงป๊อบ แฟนพันธุ์แท้