หลัง ชลบุรี เอฟซี ต้องร่วงตกรอบศึก ช้าง เอฟเอคัพ โดยพ่ายจุดโทษต่อทีม ไทยฮอนด้า เอฟซี ที่อยู่ในลีกต่ำชั้นกว่า ทั้งที่ตั้งเป้าหมายขอลุ้นแชมป์รายการนี้!!

ตอนนี้แฟนบอลของทัพ ฉลามชล เริ่มแสดงออกถึงความไม่พอใจผลงานทีมรักมากขึ้น ประกอบกับการเล่นในเกมลีกนัดล่าสุดที่บุกแพ้ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 0-4 ทำให้หลายคนไม่พอใจเริ่มวิจารณ์ถึงนโยบายการทำทีมในปีนี้ รวมถึงเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือ

มันจึงเป็นปัญหาที่น่าหนักใจยิ่งของ “โค้ชโบ้” จักรพันธ์ ปั่นปี ที่ต้องเร่งหาทางแก้ไขฟอร์มการเล่นของทีมโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะไม่เหลือเวลาอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องการเล่นเกมรับของทีมในตอนนี้

ชลบุรี เอฟซี ออกสตาร์ทไทยลีกฤดูกาลนี้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งปัญหาใหญ่ของพวกเขาที่เห็นได้ชัดตั้งแต่นัดแรกของซีซั่น นั่นก็คือเกมรับที่พร้อมถูกคู่แข่งทะลวงตาข่ายได้ทุกเวลา

ทัพ ฉลามชล ปีนี้โดนยิงไปแล้วถึง 23 ประตูจากการลงสนาม 9 นัดแรก เฉลี่ยแล้วแผงเกมรับมักจะเสีย 2.5 ประตูต่อหนึ่งเกม!!

ในซีซั่นนี้ทัพ ฉลามชล ไม่เสียประตูเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น คือเกมที่บุกไปเสมอกับ สุโขทัย เอฟซี 0-0 นอกนั้นอีก 8 เกมที่เหลือโดนยิงอย่างต่ำ 2 ลูกทุกนัด

เรื่องเกมรุกไม่ต้องเป็นห่วงพวกเขายิงได้เยอะที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีกที่ 18 ประตู เป็นรองเเค่จ่าฝูงอย่าง การท่าเรือ เอฟซี ที่ยิงได้ 20 ลูก ทีมเดียวเท่านั้น

แต่มันก็แค่นั้น ถึงแม้พวกเขาจะยิงได้เยอะแค่ไหน มันก็ไม่เพียงพอต่อการเป็นผู้ชนะได้ ถ้าแนวรับยังเสียประตูเยอะอยู่แบบนี้

เห็นได้ชัดว่าหากวันใดเกมรุกของทีมเล่นไม่ได้ตามแท็คติค หรือยิงประตูไม่ได้ขึ้นมา การเสียประตูของ ชลบุรี ก็การันตีความพ่ายแพ้ในนัดนั้นได้เลย

ตัวเลขสถิติที่เกิดขึ้นเป็นตัวบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า ชลบุรี เอฟซี ของ “โค้ชโบ้” เสียประตูมากเกินไป และต้องเร่งปรับแก้อย่างเร่งด่วนในช่วงเวลาที่เหลืออีก 6 เกมก่อนจะจบเลกแรก

ในช่วง 5 เกมหลังสุด “โค้ชโบ้” ใช้คู่เซ็นเตอร์แบ็คตัวต่างชาติอย่าง ซอว์ มิน ตุน และ คิม คยอง มิน โดยมี กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล ยืนเฝ้าเสา ซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจาก 4 เกมแรกที่ลงเล่น

ถึงแม้จะเก็บชัยได้ถึง 3 จาก 5 นัด ก็จริง แต่ทว่าก็โดนยิงไปถึง 13 ประตู นั่นทำให้มีแฟนบอลหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่านักเตะในแผงหลังที่ใช้อยู่นี้ดีจริงๆ แล้วหรือ

ซึ่งถ้าเราลองย้อนกลับไปดูในช่วง 4 เกมแรก ชลบุรี เอฟซี ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ผู้รักษาประตูเปลี่ยนจาก ชนินทร์ แซ่เอียะ มาเป็น กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล หรือกองหลังอย่าง กฤษดา กาแมน มาเป็น คิม คยอง มิน ก็โดนเจาะตาข่ายทุกนัดเช่นกัน และโดนเกิน 2 ลูกอย่างต่ำด้วย

เพราะฉะนั้นบางทีการแก้ปัญหาในตอนนี้ของ โค้ชโบ้ ก่อนที่จะโดนไล่ออก อาจเป็นการกำชับแผงหลังของทีมต้องมีสมาธิกับเกมให้มากขึ้น กระตุ้นผู้เล่นเกมรับต้องตัดสินใจให้ดีมากขึ้นกว่านี้ พร้อมสั่งให้กองกลางลงมาช่วยเล่นเกมรับให้มากขึ้น

รวมไปถึงทีมงานสตาฟฟ์โค้ช นักเตะ ก็ต้องหาข้อผิดพลาดและจุดบกพร่องที่แท้จริงให้ได้โดยไว้ แล้วจัดการแก้ไขปัญหานี้ซะ และถ้าเป็นไปได้ควรทำให้แล้วเสร็จก่อนลงเล่นเกมไทยลีก 1 พบกับ ตราด เอฟซี  ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ด้วย

เกมในวีคนี้อาจเป็นนัดชี้ชะตาของ โค้ชโบ้ ในฐานะกุนซือใหญ่ฉลามชล ซึ่งการเจอกับ ตราด ในบ้านตัวเองคงไม่มีทางเลือกอย่างอื่นนอกจากคำว่า 3 แต้มเท่านั้น เพื่อปลุกฉลามให้ตื่น และเพื่อเซฟเก้าอี้ของตัวเองด้วย...

ขอบคุณภาพ : Chonburi Football Club