ความเคลื่นไหวของทีมในศึกดิวิชั่น 1 ช่วงนี้หลายๆทีมยังคงอยู่ที่การเตรียมทีมเพื่อลุยศึกซีซั่นหน้า ซึ่งแต่ละทีมได้เริ่มเดินหน้ากันอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังแต่จะทำทีมให้ประสบความสำเร็จ ให้ตรงตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ก่อนเปิดฤดูกาล

 

"อินทรีอันดามัน" กระบี่ เอฟซี มีกุนซือใหม่แต่หน้าเดิมอย่าง สวาท ขอนแก้ว ขยับขึ้นมารับบทกุนซือคนใหม่ของทีม หลังจากการจากไปของ ''โค้ชพงษ์'' ธนเดช ฟูประเสริฐ ซึ่งที่ผ่านมากุนซือป้ายแดงของกระบี่ เอฟซี ผ่านการทำงานร่วมกับอดีตกุนซือผู้ล่วงลับมาร่วม 20 ปี ดังนั้นจากนี้ไปจึงพร้อมจะเป็นผู้ที่สานต่องานที่ยังค้างอยู่ เพื่อให้อินทรีอันดามันบินสูงได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ...ในการขยับสู่ไทยพรีเมียร์ลีก
 
ถือว่าเป็นการประเดิมงานในฐานะกุนซือใหญ่อย่างเต็มตัวของ สวาท ขอนแก้ว กับการรับบทบาท เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนให้กับกระบี่ เอฟซี หลังจากที่ผ่านมากว่า 20 ปีในการเก็บสั่งสมประสบการณ์มาจากปรมาจารย์ลูกหนังอย่าง ''โค้ชก๊อก'' พงษ์พันธุ์ วงษ์สุวรรณ และ ''โค้ชพงษ์'' ธนเดช ฟูประเสริฐ 2 กุนซือผู้ล่วงลับจากทีมไปแล้ว จึงเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะสานต่องานนี้ต่อ จากโค้ชพงษ์ที่วางแผนงานไว้ให้กระบี่ เอฟซีก่อนที่จะจากไป
 
สวาท ขอนแก้ว เริ่มต้นการเป็นโค้ชในปี 2535 หลังจากที่ผ่านการเล่นให้กับทีมชาติ และในช่วงปลายการค้าแข้งให้กับทีมองค์การโทรศัพท์ ซึ่งในเวลานั้นโค้ชก๊อกเป็นเฮดใหญ่ของทีม และมี ''โค้ชพงษ์'' ธนเดช ฟูประเสริฐ เป็นผู้ช่วย ก่อนที่จะดึง สวาท ขอนแก้ว เข้ามาเป็นผู้ช่วยอีกราย
 
และหลังจากนั้นเป็นต้นมาเส้นทางการทำงานในการเป็นโค้ชของ สวาท ขอนแก้ว ก็เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับสะสมประสบการณ์เรื่อยมาเคียงคู่โค้ชก๊อกกับโค้ชพงษ์ จนในที่สุดก็เริ่มจริงจังกับการเป็นโค้ช จนเข้าฝึกอบรมในการเป็นโค้ชต่อ กระทั่งสามารถที่จะจบเอไลเซนส์ในที่สุด
 
แต่ด้วยความสนิทสนมและความไว้เนื้อเชื่อใจกันกับ 2 อดีตยอดกุนซือ สวาท ขอนแก้ว ก็ยังทำหน้าที่เคียงข้างกันเรื่อยมาจากองค์การโทรศัพท์หรือทีโอทีในปัจจุบัน เป็นเวลาร่วม 10 ปี ก่อนที่จะมาสู่อาร์มี่ ยูไนเต็ด ต่อด้วยบุรีรัมย์ พีอีเอ และมีโอกาสกลับไปอยู่กับอาร์มี่ ยูไนเต็ดอีกครั้ง ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อต้องเพลย์ออฟเพื่อไม่ให้ตกชั้นจากไทยพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนที่ ''โค้ชพงษ์'' ธนเดช ฟูประเสริฐ จะถูกชักชวนมาอยู่กระบี่ พร้อมกับชวนเอา ''โค้ชก๊อก'' พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ เข้ามารับหน้าที่เป็นประธานที่ปรึกษาให้กับทีม พร้อมด้วย สวาท ขอนแก้ว ในฐานะผู้ช่วยที่รู้ใจ
 
ผ่านไปเพียงฤดูกาลเดียวกับการจากไปของโค้ชก๊อกในช่วงต้นปี 55 และการสูญเสียอีกหนึ่งคนที่เปรียบเสมือนอาจารย์อย่างโค้ชพงษ์ในช่วงเดือนกันยายนปีเดียวกัน สวาท ขอนแก้ว ก็ต้องรับหน้าที่ในการสานต่อความสำเร็จให้กับกระบี่ เอฟซี หลังจากที่ผ่านมาทั้งสองคนที่จากไปได้ร่วมกันวางรากฐานเพื่อที่จะพา กระบี่ เอฟซี ก้าวเลื่อนชั้นให้ได้ ซึ่งจากการทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปีของทั้ง 3 คน เวลานี้คงไม่มีใครที่เหมาะสมกว่า สวาท ขอนแก้ว อีก
 
ตอนนี้กระบี่ เอฟซี ก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป สิ่งหนึ่งที่ทำให้การทำทีมเดินหน้าอย่างราบรื่น ก็ด้วยการวางรากฐานมาแล้วในช่วงที่ โค้งพงษ์ (ธนเดช ฟูประเสริฐ) ยังทำทีมอยู่ด้วยกัน ทุกอย่างเราช่วยกันคิดช่วยกันวางโครงการกันมาตลอด ทำให้แผนงานทุกอย่างนั้นพร้อมที่จะดำเนินเดินหน้าต่อเนื่องต่อไปได้
 
แม้ว่าวันนี้ที่กระบี่ เอฟซี จะเป็นที่แรกในฐานะการเป็นเฮดโค้ชของโค้ชวาท แต่ที่ผ่านมาการทำงานทุกอย่างก็มีประสบการณ์กับโค้ชที่ดีที่สุดถึงสองคน ซึ่งกระบี่ก็ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนเต็มที่ การทำงานอยู่ที่นี่ในการเป็นโค้ชสามารถที่จะทำงานได้อย่างที่ต้องการ และมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ทำให้งานเดินหน้าอย่างสบาย ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายและโครงการที่เคยวางเอาไว้ ก็พร้อมที่จะสานต่อให้เสร็จอย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้เช่นเดิม
 
กับบทบาทใหม่ของ สวาท ขอนแก้ว เปลี่ยนแค่ชื่อนำหน้าของตำแหน่ง ขยับจากผู้ช่วยขึ้นมาเป็นโค้ชใหญ่ แต่ที่ผ่านมาในการทำงานร่วมกับโค้ชพงษ์ ก็เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดที่รู้ใจ ดังนั้นโครงการที่จะพากระบี่ เอฟซีเลื่อนชั้นของ ''โค้ชพงษ์'' ธนเดช ฟูประเสริฐ ผู้ล่วงลับ สวาท ขอนแก้ว คือคนที่เหมาะสมที่สุด
 
แต่อย่างไรก็ตามในการทำงานเพื่อคุมทีมต่อไป ก็ต้องหวังหลายๆฝ่ายเพื่อช่วยกันทำให้ประสบความสำเร็จ และไม่รู้ว่าผลการทำงานนั้นจะไปในทิศทางแบบไหน ซึ่งก็ทำให้แฟนบอลถึงกับต้องคอยลุ้นกับแฮคโค้ชรายนี้ กับผลงานในฤดูกาลหน้า
 
by: ซุปเปอร์บาส