ศึกฟุตบอลไทยลีกในยุคที่เต็มไปด้วยบรรดาแข้งนอกฝีเท้าดีตบเท้าเข้ามาวาดลวดลายกันเป็นว่าเล่น แน่นอนว่ามันทำให้สีสันของการแข่งขันเพิ่มความน่าสนใจจากเดิมหลายเท่าตัว

การเพิ่มโควต้านักเตะต่างชาติถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยให้บรรดาสโมสรระดับกลางได้เพิ่มศักยภาพทีมในการต่อกรกับบรรดายักษ์ใหญ่ เพราะลำพังจะให้ดึงดูดแข้งไทยระดับแถวหน้าของวงการก็คงจะเป็นเรื่องที่เกินกำลัง

นอกจากโควต้าแข้งต่างชาติที่จะเข้ามาแบกทีมแล้ว อีกหนึ่งโควต้าที่ถูกเพิ่มจำนวนขึ้นมาในฤดูกาลนี้ ก็คือโควต้านักเตะอาเซียน ทำให้หลายสโมสรต่างมีทางเลือกมากขึ้น กับการเสริมทัพนักเตะจากประเทศเพื่อนบ้าน

ฤดูกาลนี้จึงมีหลายสโมสรในเวทีลีกสูงสุดของไทยที่หันมาใช้บริการนักเตะจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก็กระจัดกระจายกันไปหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เมียนมา, ฟิลิปปินส์, ลาว, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์

ครั้งนี้...เราจะพาสาวกลูกหนังไทยเจาะลงไปดูผลงานของบรรดานักเตะทีมชาติเมียนมา ที่ถือว่าเข้ามาเปิดตลาดในแวดวงฟุตบอลไทยได้อย่างน่าชื่นชม และเวลานี้พวกเขาก็กำลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในแต่ละต้นสังกัดของตนเอง  

อ่อง ธู (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
หากเอ่ยชื่อของ อ่อง ธู น่าจะเป็นคนที่เข้ามาเปิดตลาดนักเตะเมียนมาในลีกไทยได้อย่างฮือฮามากที่สุด เพราะย้อนไปเมื่อซีซั่นที่แล้วการเข้ามาของกองหน้าตัวจี๊ดรายนี้ถือเป็นการปลุกกระแสแฟนบอลชาวเมียนมา ให้หันมาสนใจฟุตบอลลีกของไทย ชนิดที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ในทุกๆเกมที่โปลิศเทโรฯลงสนาม จะมีแฟนบอลชาวเมียนมาหลั่งไหลเข้ามาเชียร์ถึงขอบสนามกันอย่างบ้าคลั่ง และถือเป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทย


อ่อง ธู กำลังเรียกความมั่นใจในสีเสื้อเมืองทอง

ขณะที่กระแสในโซเชียลก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนไปพร้อมๆกัน แฟนเพจของสโมสรโปลิศเทโรฯมียอดกดไลค์เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ข่าวสารหรือคลิปที่เกี่ยวกับ อ่อง ธู ก็ได้รับกระแสนิยมตามไปด้วย ในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ยิ่งบวกกับผลงานการเล่นของเจ้าตัวที่ปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นกำลังหลักของสโมสร มันยิ่งทำให้การเสริมทัพครั้งนี้ของโปลิศเทโรฯถูกขนานนามว่าเป็นการเสริมทัพแห่งปี

มาถึงฤดูกาลนี้ อ่อง ธู เรียกเสียงฮือฮาด้วยการโยกไปค้าแข้งให้กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แม้ผลงานโดยรวมอาจจะยังไม่เปรี้ยงเท่ากับตอนเล่นให้โปลิศเทโรฯ แต่ก็ถือว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และในช่วงหลังเจ้าตัวก็ได้รับโอกาสลงสนามในฐานะตัวจริงมากขึ้น ถึงตรงนี้คงต้องให้เวลากับเจ้าตัวในการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ว่าสุดท้ายแล้วจะดีพอที่จะอยู่กับทีมต่อไปหรือไม่


คยอ โคโค่ (สมุทรปราการ ซิตี้)
กองหน้าทีมชาติเมียนมา รายนี้ถูกดึงเข้ามาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับ อ่อง ธู แต่ความโชคร้ายคือเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บในขณะที่กำลังเค้นฟอร์มเก่งออกมากับสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่งการเจ็บครั้งนั้นส่งผลให้เจ้าตัวต้องพักยาวร่วมปี ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในฐานะนักเตะของสโมสรสมุทรปราการ ซิตี้


คยอ โคโค่ เรียกมั่นใจอีกครั้งกับ สมุทรปราการ ซิตี้

การคัมแบ็คครั้งนี้ของ คยอ โคโค่ ถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าจับตามองในสีเสื้อเขี้ยวสมุทร แม้สภาพร่างกายจะยังไม่เต็มร้อย แต่เมื่อได้รับโอกาสลงสนามในฐานะตัวสำรอง เจ้าตัวก็เริ่มฉายฟอร์มเก่งออกมาเรื่อยๆ และมีส่วนสำคัญในการเพิ่มมิติเกมรุกให้ต้นสังกัด จากนี้น่าสนใจว่าเมื่อเขามีสภาพร่างกายที่กลับมาฟิตเต็มถังอีกครั้ง จะสามารถระเบิดฟอร์มเก่งออกมาได้ทันเวลาหรือไม่


ซอว์ มินตุน (ชลบุรี เอฟซี)
หนึ่งเดียวในฐานะนักเตะเมียนมาที่ไม่ได้เล่นในตำแหน่งตัวรุก เพราะเจ้าตัวเป็นผู้เล่นในตำแหน่งกองหลัง ถือว่าสโมสรชลบุรี เอฟซี มีความกล้าที่จะคว้าตัวเข้ามาและใช้งานในทันที แม้หลายสโมสรส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้โควต้าอาเซียนไปกับการเติมผู้เล่นในเกมรุกก็ตาม


ซอว์ มินตุน ปราการหลังกัปตันทีมชาติเมียนมา

การมาของ ซอว์ มินตุน ถือว่าเรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควร เพราะก่อนหน้านี้แฟนบอลไทยหลายคนแทบจะไม่เคยได้ยินชื่อว่าเขาคือใคร แต่นักเตะรายนี้เป็นถึงกัปตันทีมชาติเมียนมา ซึ่งแน่นอนว่าความนิ่งและคุณภาพฝีเท้าต้องไม่ธรรมดา

ผลงานของเจ้าตัวในการคุมเกมรับให้กับฉลามชลอาจจะยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวสักพัก เพราะในช่วงออกสตาร์ท ชลบุรี เอฟซี ถือเป็นหนึ่งทีมที่เสียประตูเยอะที่สุด แต่ในขณะเดียวกันอีกหนึ่งจุดเด่นนอกเหนือจากเกมรับ คือการเติมขึ้นมาลุ้นทำประตูยามที่ทีมได้ลูกตั้งแตะ โดยเวลานี้เจ้าตัวมีชื่อทำไปแล้ว 1 ประตู จากลูกโหม่ง จากนี้คงต้องรอเวลาให้เขาได้พิสูจน์ตัวเองมากขึ้นในฐานะตำแหน่งกองหลัง


สี ธูอ่อง (ชลบุรี เอฟซี)
เป็นอีกหนึ่งนักเตะเมียนมาที่ ชลบุรี เอฟซี เสริมทัพเข้ามารวดเดียวในช่วงปิดฤดูกาล โดยรายนี้เข้ามาเติมเต็มในตำแหน่งตัวรุก แม้ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะได้รับโอกาสลงสนามน้อยไปสักนิด แต่เจ้าตัวก็ยังคงใจจดจ่อรอโอกาสอย่างใจเย็น และมุ่งมั่นใจการฝึกซ้อมต่อไป จนโอกาสของตัวเองมาถึงในเกมลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา(21 เม.ย. 62)


สี ธูอ่อง ได้รับโอกาสมากขึ้นในสีเสื้อฉลามชล

สี ธูอ่อง ได้รับโอกาสลงสนามช่วงครึ่งหลัง ในเกมที่ต้นสังกัดเปิดบ้านเอาชนะ เชียงใหม่ เอฟซี 7-5 แม้จะมีเวลาอยู่ในสนามไม่นาน แต่เจ้าตัวก็ไม่ทำให้โอกาสหลุดลอย ด้วยการแผลงฤทธิ์ ยิง 1 ประตูสุดสวย พร้อมจ่ายอีก 1 ลูกแบบเนียนๆให้กับเพื่อนร่วมทีมพังประตู ทำให้ทุกสายตาของแฟนบอลไทยเริ่มที่จะหันมาจับจ้องในความสามารถของเจ้าตัวมากขึ้น

จากนี้เชื่อว่าด้วยฟอร์มที่โดดเด่นของเขา น่าจะทำให้ยิ่งได้รับโอกาสในการลงสนามมากขึ้น ซึ่งก็น่าสนใจไม่น้อยว่าเมื่อเขาได้มีเวลาอยู่ในสนามแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย จะช่วยสร้างมิติในเกมรุกให้กับทัพฉลามชลได้ดีขนาดไหน และในการแข่งขันระยะยาวจะสามารถสร้างชื่อในวงการฟุตบอลไทยลีกได้หรือไม่

แม้ทักษะด้านลูกหนังของนักเตะเมียนมาอาจจะถูกมองว่าเป็นรองนักเตะไทยอยู่บ้าง แต่ถ้าเทียบเรื่องหัวจิตหัวใจ เชื่อเหลือเกินว่ายังไงๆก็ไม่มีทางเป็นรอง มิหนำซ้ำความใจสู้ ความไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ อาจจะทำให้ดีกว่าด้วยซ้ำไป

ฤดูกาลนี้คงเป็นฤดูกาลที่บรรดา 4 นักเตะเมียนมา จะได้พิสูจน์ตัวเองอย่างแท้จริง ว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาจะมีดีพอยืนหยัดอยู่บนลีกสูงสุดของไทยหรือไม่ ซึ่งถ้าพวกเขาทำได้ ในอนาคตอันใกล้เราอาจจะได้เห็นนักเตะเมียนมารายอื่นๆ ตบเท้าเข้ามาค้าแข้งในบ้านเราเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน...

"บิ๊ก กิโล10"