เชื่อว่าตอนนี้ คงไม่มีนักเตะของทีมไหน จะเหนื่อยล้ามากไปกว่านักเตะของทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เพราะพวกเขาต้องลงเล่นรายการสำคัญถึง 2 ถ้วยแบบไม่ได้หยุดพัก ทั้ง ไทยลีก และ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก

จึงทำให้ผลงานที่ออกมา ยังทำได้ไม่ค่อยสักเท่าไหร่

ในไทยลีก พวกเขาสะดุดทำแต้มหล่นหายไปหลายนัด แม้ถึงตอนนี้จะยังไม่แพ้ใคร แต่ก็เสมอไปถึง 4 จาก 7 เกม

แมตช์ที่ควรจะชนะ ก็ดันพลาดออกเสมอ อาทิเกมล่าสุดกับ ตราด เอฟซี ทั้งที่เล่นในบ้าน เจอทีมน้องใหม่ท้ายตาราง แต่ก็ได้ผลการแข่งขันแค่ 1-1

ซึ่งจะเห็นว่า บุรีรัมย์ โรเตชั่นผู้เล่นหลายคน ศุภชัย ใจเด็ด, สุเชาว์ นุชนุ่ม, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, รัตนากร ใหม่คามิ และ ศศลักษณ์ ไหประโคน มีชื่อเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น

เนื่องจากในวันพุธนี้ บุรีรัมย์ จะะต้องออกไปเยือน ปักกิ่ง กั๋วอัน ที่ประเทศจีน ฉะนั้นพวกเขาจำเป็นต้องเก็บนักเตะตัวหลักๆ ไว้เล่นในรายการ แชมเปี้ยนส์ลีก

ทว่าการเลือกโรเตชั่นผู้เล่นหลายคน กลับทำให้ บุรีรัมย์ เร่งเครื่องไม่ขึ้น

นี่จึงเป็นการบ้านข้อใหญ่ของ บุรีรัมย์ ที่จะต้องแก้ให้ได้ ว่าจะทำอย่างไรให้ทีมมีผลงานที่ดีทั้ง 2 ถ้วย

ปีนี้ บุรีรัมย์ ทำการขยายขนาดทีมให้ใหญ่ขึ้น ด้วยการเสริมอะไหล่เข้ามามากมาย แต่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทดแทนนักเตะแกนหลักได้

ส่วนแข้งต่างชาติตัวใหม่ที่เสริมเข้ามา ก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิดไว้ ทั้ง โมดิโบ ไมก้า ที่กระเด็นออกจากทีมไปแล้ว หรือแม้แต่ เปโดร จูเนียร์, เลือง ซวน เชือง หรือ สเตฟาน ปัลลา ก็ทำได้แค่ประคองตัว

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเมื่อ บุรีรัมย์ โรเตชั่น ผลงานจึงมักจะออกมาไม่ดีอย่างที่คิดไว้

บุรีรัมย์ เลือกที่จะเก็บนักเตะชุดใหญ่ไว้ลงเล่นใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อหวังจะเข้ารอบที่ 2 ให้ได้

แต่ผลงานในถ้วยเอเชีย ก็ยังไม่ดีนัก เพราะผ่านไปครึ่งทาง 3 นัดของรอบแรก พวกเขามีเพียง 3 แต้ม รั้งบ๊วยของกลุ่มจี

อย่างไรก็ตาม อีกครึ่งของเส้นทางที่เหลือ พวกเขายังมีหวัง แต่ก็ต้องพยายามให้มากที่สุด เนื่องจากมีโปรแกรมต้องเล่นเกมเยือนถึงอีก 2 นัด

ทว่าเมื่อเหลือบมาดูโปรแกรมในไทยลีก พวกเขาก็ถึงกับต้องปาดเหงื่อ เพราะมันคาบเกี่ยวกับการแข่งขันในประเทศทุกนัดเลย

เรียกว่าในรอบ 1 เดือนนับจากนี้ บุรีรัมย์ ต้องเจอโปรแกรมแบบโหดมหาหิน

เริ่มจากวันพุธนี้ 24 เม.ย. จะต้องไปเยือน ปักกิ่ง กั๋วอัน ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก

จากนั้นวันอาทิตย์ที่ 28 เม.ย. ต้องไปเยือน ราชบุรี มิตรผลฯ ในไทยลีก

ต่อด้วยวันพุธที่ 1 พ.ค. ต้องเปิดบ้านพบ พีทีที ระยอง ในศึก ช้าง เอฟเอคัพ

มาที่วันอังคารที่ 7 พ.ค. เปิดบ้านพบ อูราวะ เรด ไดมอนส์ ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก

จากนั้นวันเสาร์ที่ 11 พ.ค. เปิดบ้านพบ นครราชสีมา มาสด้าฯ ในไทยลีก

ตามด้วยวันอังคารที่ 21 พ.ค. ต้องไปเยือน ชุคบุค ฮุนไดฯ ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก

และวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค. เปิดบ้านทำศึกบิ๊กแมตช์กับ เอสซีจี เมืองทองฯ ในไทยลีก

ปิดท้ายที่วันพุธที่ 29 พ.ค. ออกไปเยือน ชัยนาทฯ ในไทยลีก

นี่ยังไม่รวมช่วงกลางเดือน พ.ค. ที่อาจจะมีรายการฟุตบอลถ้วย ช้าง เอฟเอคัพ หรือ ลีกคัพ เข้ามาแทรก (ตอนนี้โปรแกรมยังไม่ออกมา)

เรียกว่าโปรแกรมการแข่งขันต่อไปนับจากนี้ของ บุรีรัมย์ ค่อนข้างหนัก และชุกเลยทีเดียว

พวกเขาจำเป็นต้องโรเตชั่น และหมุนเวียนนักเตะให้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นการแข่งหลายถ้วยของพวกเขา อาจจะไปไม่สุดเลยสักรายการ...