นับตั้งแต่ โชเซ่ มูรินโญ่ ตบเท้าเดินออกไป เราต่างก็ไม่เคยคิดกันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสร้างสถิติห่วยแตกในแบบที่แย่เกินรับได้ขึ้นมาเพิ่มเติมอีก

แต่แล้วในที่สุด ความพ่ายแพ้ต่อ เอฟเวอร์ตัน 0-4 ที่ กูดิสัน พาร์ค ก็ตอบคำถามที่ค้างคาใจทุกอย่าง

ปีศาจแดง ภายใต้การกุมบังเหียนของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ยังคงมีจุดอ่อนให้ต้องแก้ไขอีกเพียบ ไม่ว่าจะเรื่องการซื้อนักเตะเพิ่ม หรือการกำจัดนักเตะที่ “ไม่มีใจ” ออกจากทีมไป

เกมที่พวกเขาพ่าย “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” มีสิ่งหนึ่งที่เผยให้เห็นอย่างชัดเจน (จากปกติที่ก็มีคนเห็นอยู่แล้ว) นั่นก็คือความทุ่มเทของผู้เล่น ที่ไม่แสดงออกมาให้เห็นเลย

ไม่วิ่ง ไม่สู้ ไม่มีใจ ไม่มีอะไรดีสักอย่าง! นั่นคือ 1 ในตัวแปรสำคัญที่ทำให้ฟอร์มการเล่นของพวกเขาก้าวเข้าสู่จุดตกต่ำในแบบที่ไม่เคยเป็นมานานแล้ว

เนื่องในโอกาสอันดีนี้ เราจึงขอรวบรวมสถิติ “ห่วยบรมห่วย” ของ “ผีแดง” หลังจบเกมล่าสุดมาฝากกัน – ส่วนจะมีอะไรบ้าง เราไปติดตามกันได้เลยครับ

  1. ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียประตูติดต่อกันรวมทุกรายการมาแล้ว 11 นัดซ้อน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 1998 ที่กองหลังของพวกเขาเสียเยอะขนาดนี้
  2. เบ็ดเสร็จแล้ว “ปีศาจแดง” โดนทะลวงตาข่ายใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ไปแล้ว 48 ประตู ซึ่งเป็นการเสียประตูต่อ 1 ซีซั่นที่เยอะที่สุดในรอบ 40 ปี โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาโดนเจาะมากขนาดนี้ก็คือฤดูกาล 197879 ที่โดนซัดไป 63 ลูก
  3. ชัยชนะนัดนี้ของ เอฟเวอร์ตัน คือการชนะ แมนฯ ยู ถล่มทลายที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 198485 ที่เคยแพ้ยับ 50 ซึ่งช่วงนั้น “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” คือยอดทีมของ อังกฤษ และคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จในซีซั่นดังกล่าว
  4. แมนฯ ยู แพ้เกมเยือนมาแล้วติดต่อกัน 5 เกมซ้อนรวมทุกรายการ เป็นสถิติแพ้เกมเยือนต่อเนื่องที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ มี.ค. 1981 ในยุคกุนซือ เดฟ เซ็คตัน
  5. หากนับเฉพาะเกมลีก แมนฯ ยู แพ้นัดเยือนไปแล้ว 3 เกมซ้อน ซึ่งครั้งสุดท้ายที่พวกเขาบุกไปโดนคู่แข่งในลีกอัดยับต่อเนื่องขนาดนี้ เกิดขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค. 1995 ถึง ม.ค. 1996
  6. สถิติระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีค่าเฉลี่ยวิ่งน้อยกว่า เอฟเวอร์ตัน ในเกมนี้ถึง 8.03 กิโลเมตร
  7. ก่อนหน้านี้ ในเกมที่แพ้ ท๊อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 03 ยุค มูรินโญ่ เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา “ปีศาจแดง” ก็มีสถิติวิ่งน้อยกว่า “ไก่เดือยทอง” ในเกมสูงถึง 10.2 กิโลเมตร   

นั่นคือสถิติที่ดูไม่จืดเลยของ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งหากไม่แก้ไขในอีกเร็วๆ นี้ ความกดดันจากแฟนๆ จะถาโถมใส่พวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับตอนนี้ "แพะรับบาป" ที่ตกเป็นเป้ามากที่สุดก็คือนักเตะหลายๆ คน ที่ดูไม่มีใจ และไม่คู่ควรต่อการสวมเสื้อของทีมที่มีอดีตอันเกรียงไกรอย่าง “ปีศาจแดง” เอาเสียเลย

แต่ถ้าหากมีการเคลียเรื่องนักเตะกันไปหมดแล้ว และปรากฏว่าทีมยังทำผลงานไม่กระเตื้องขึ้นแล้วล่ะก็……

มันก็อาจถึงเวลาที่ โซลชาร์ จะโดนตั้งคำถามและถูกกดดันเป็นรายต่อไป

เฉกเช่นเดียวกับที่คนอย่าง เดวิด มอยส์ , หลุยส์ ฟาน กัล และ มูรินโญ่ ต่างก็เคยรับมือไม่ไหวจนต้องถูกถีบตกเก้าอี้กันมาแล้วทั้งนั้นครับ