"สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี เป็นหนึ่งสโมสรที่กำลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นบนเวทีลีกสูงสุดของไทย กับฤดูกาลที่ว่ากันว่าโหดที่สุด!!!

ความหฤโหดของศึกไทยลีก1 ในปีนี้ดูได้จากการแข่งขันในหลายๆนัดที่ผ่านมา สโมสรที่ถูกยกให้เป็นกลุ่มลุ้นแชมป์ต่างก็ล้วนเคยพลาดท่าทำแต้มหลุดมือไปกับทีมเล็กๆทั้งสิ้น ทำให้ภาพรวมในตารางคะแนนยังแทบจะมองไม่ออก

แต่สโมสรอย่าง การท่าเรือ เอฟซี กลับเดินหน้าติดเครื่องโกยคะแนนได้แบบเป็นกอบเป็นกำ แม้จะมีหนึ่งเกมที่พลาดท่าด้วยการบุกไปโดน สุโขทัย เอฟซี ยัดเยียดความปราชัย 3-1 แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับมาอยู่ในเส้นทางได้อย่างรวดเร็วด้วยการเก็บชัยชนะ 3 เกมติดต่อกัน ซึ่งจุดนี้คือคุณสมบัติของทีมที่จะลุ้นแชมป์!

เมื่อไรก็ตามที่ทีมเกิดทำแต้มหลุดมือ แต่สามารถเรียกสมาธิกลับมาได้เร็วด้วยการเก็บชัยชนะในเกมต่อมา ก็จะทำให้สโมสรยังไม่ถึงกับเสียสมดุลไปมากนัก แต่ในทางกลับกันหากพลาดแล้วพลาดอีกก็คงเป็นเรื่องยากที่จะกลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์


จเด็จ มีลาภ เฮดโค้ชการท่าเรือ เอฟซี

ภายใต้การคุมทัพของ จเด็จ มีลาภ กุนซือที่มีประสบการณ์โชกโชนในเวทีลีกสูงสุดของไทยกับหลายสโมสร อาจจะเริ่มต้นฤดูกาลแบบกระท่อนกระแท่น แต่ก็เก็บแต้มได้เรื่อยๆ ก่อนจะมาพีคในช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาลเพราะทีมเริ่มมีความลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

ปัญหาสำคัญในหลายๆฤดูกาลที่ผ่านมาของ การท่าเรือฯ คือเรื่องนักเตะตัวหลักบาดเจ็บ ทำให้พวกเขาไม่สามารถยืนระยะได้ดีเท่าที่ควร ซึ่งปีนี้ทีมก็ยังคงเจอกับปัญหาเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือพวกเขามีขุมกำลังที่สามารถขึ้นมาทดแทนกันได้ ชนิดที่ไม่ได้ลดประสิทธิภาพลงไปเลย


ทัพนักเตะการท่าเรือ เอฟซี

ทัพนักเตะของการท่าเรือ เอฟซี ในซีซั่นนี้สามารถยืดหยุ่นกันได้ทุกคน มีผู้เล่นที่แข็งแกร่งคอยสแตนด์บายทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ผู้รักษาประตูยันกองหน้า ไม่แปลกใจที่บ่อยครั้งเรามักจะได้ยินกุนซือของพวกเขาบ่นปวดหัวกับการจัดทัพ เพราะแต่ละคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นที่มีคุณภาพทั้งสิ้น

อีกหนึ่งข้อดีของการมีอาวุธหนักอยู่ในทีมหลายคน คือรูปแบบการเล่นจะยิ่งมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ละเกมที่ลงสนามจึงเป็นเรื่องยากที่คู่แข่งจะจับทางได้ หรือบางเกมที่ตื้อๆ ก็จะทิ้งไพ่เด็ดลงสนามเพื่อไปปิดบัญชี


สู้ด้วยทีมเวิร์ค

ถ้าลองสังเกตดีดีแต่ละประตูที่การท่าเรือฯทำได้ จะไม่กระจุกอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง เพราะทุกคนสามารถขึ้นมาทำประตูได้ทุกตำแหน่ง นั่นหมายความว่าพวกเขาต่อสู้ในสนามด้วยคำว่า "ทีมเวิร์ค"

นอกจากขุมกำลังที่ดีแล้ว บุคคลที่อยู่เบื้องหลังก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะคอยขับเคลื่อนทีม และหัวเรือใหญ่ของ การท่าเรือ เอฟซี ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรคนสวยที่เป็นทุกอย่างให้กับสิงห์เจ้าท่า


"มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี

การที่ทีมมีคนอยู่เบื้องหลัง คอยเติมเต็มในสิ่งที่สโมสรขาด และทำฟุตบอลด้วยหัวใจรักจริง มันทำให้นักเตะทุกคนพร้อมที่จะสู้แบบถวายหัว และลงสนามไปเล่นให้ด้วยใจล้วนๆ

และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือเรื่องของผู้เล่นคนที่12 สโมสรการท่าเรือฯขึ้นชื่อว่ามีแฟนบอลที่เหนี่ยวแน่นและเชียร์มันที่สุดในเมืองไทย ยิ่งเกมไหนได้ลงเล่นในบ้านพวกเขาก็จะแสดงให้เห็นถึงพลังของ นักเตะคนที่12 ออกมาอย่างแท้จริง ไม่แปลกใจที่ทำไมผลงานถึงติดลมบน


พลังใจจากสาวกสิงห์เจ้าท่า

มาถึง ณ เวลานี้ ด้วยปัจจัยรอบด้านที่มีคุณสมบัติครบถ้วน คงต้องพูดได้อย่างเต็มปากว่าในฤดูกาลนี้พวกเขาพร้อมแล้วกับการขอก้าวขึ้นไปเขย่าบัลลังก์แชมป์!!!

"บิ๊ก กิโล10"