ช่วงนี้ทำอะไรก็ดูดีไปหมด สำหรับฟอร์มของทัพ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ว่าที่แชมป์ 2 รายการสำคัญอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (รายการที่ห่างความสำเร็จกว่า 30 ปี) และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก (ดีกรีแชมป์ 5 สมัย) จับตาดูกันว่าเวลาที่เหลือพวกเขาจะทำได้หรือไม่?

          สบายๆๆๆๆ สำหรับเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ด้วยการคว้าชัยเหนือ ปอร์โต้ 4-1 เมื่อคืนวันพุธที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา และชนะด้วยสกอร์รวม 6-1 เกมนี้ หงส์แดง เด็ดขาดกว่าเยอะ แม้ ปอร์โต้ จะมีโอกาสยิงเพียบแต่หนักไปทางยิงทิ้งยิงขว้างทำให้หงส์แดงผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศพบ บาร์เซโลน่า ในวันอังคารที่ 30 เมษายนนี้

          เกมนี้เราจะเห็นแดนกลางสนามของ หงส์แดง เปลี่ยนไป 2 คน โดยใช้ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม แทน นาบี้ เกอิต้า, เจมส์ มิลเนอร์ แทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วน ฟาบินโญ่ ยังได้เล่นแบบต่อเนื่องซึ่งถือเป็นนักเตะสำคัญของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของทีม ซึ่งการเลือกส่งสองแข้งลงมาแน่นอนว่าเป็นเรื่องของแท็คติกที่อยากใช้งานผู้เล่นที่ได้พักเต็มที่ แต่กลายเป็นว่าแผงมิดฟิลด์ของ "หงส์แดง" อ่อนลงไปพอสมควร

          เกมนี้ ไวจ์นัลดุม กับ มิลเนอร์ แทบจะไม่มีบทบาทมากนักตลอดครึ่งแรก อาจเป็นเพราะแท็คติกของเกมทำให้ทั้งสองคนไม่ได้ค่อยโชว์ศักยภาพมากนัก พอเปลี่ยน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงมาเกมดูดีขึ้นทันทีและช่วยให้ทีมได้ประตู

         ส่วนแนวรุกถือว่าเซอร์ไพร์ทพอสมควรที่ส่ง ดีว็อค โอริกี้ ลงมาเล่นแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ แต่ผลงานยังน่าผิดหวังจนต้องเปลี่ยนออกในครึ่งหลังแล้วเอา ฟีร์มีโน่ ลงเล่นและไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังด้วยการโขกประตูให้ทีมได้สำเร็จ ส่วน ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาล่า ทั้งคู่ กำลังเล่นด้วยความมั่นใจผลงานสุดยอดเหมือนเดิม ซึ่งดูจากการเล่นของทีมในเกมนี้แล้วนัดที่จะไปเยือน คาร์ดิฟฟ์ ในวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายนนี้แดนกลางสนามคงใช้ชุดที่ชนะ เชลซี ลงสนามทั้งหมด และหงส์แดงจะพลาดไม่ได้ยิ่ง "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี้ตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ไปทำให้ต้องมุ่งมั่นในเกมลีกเต็มที่

 

MR.X (มิสเตอร์เอ็กซ์)