5.เฟร็ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, 52 ล้านปอนด์)

แม้ว่า เฟร็ด จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในเกมที่บุกชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้ 3-1 แต่โดยภาพรวมก็ต้องบอกว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่ล้มเหลว

ด้วยค่าตัวที่สูงถึง 52 ล้านปอนด์ ถือว่าค่อนข้างสูงทีเดียวสำหรับนักเตะกองกลางสักหนึ่งคน ที่ไม่ได้เป็นซูเปอร์สตาร์ และยิ่งเก็นได้ชัด เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด มีการเปลี่ยนกุนซือมาเป็น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เขาก็ยังคงทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจ ในขณะที่คนอื่นๆ หลายคนมีฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในเกมลีกที่มีข้อผิดพลาดถึง 2 เกมติดต่อกัน ทั้งการเสียท่าทำฟาวล์ในเขตโทษ เกมพ่าย อาร์เซน่อล 0-2 และล่าสุดในนัดที่บุกไปโดน วูล์ฟ เฆี่ยนมา 2-1 เขาก็เป็นคนเสียบอลให้ทีมเสียประตูแรกของเกม

4.แจ็ค วิลเชียร์ (เวสต์แฮม, ฟรี)

สุดท้ายแล้ว วิลเชียร์ ก็ยังคงเป็น วิลเชียร์ คนเดิม เจ้าตัวย้ายไปร่วมทัพ “ขุนค้อน” แบบที่ถูกแฟนบอลตั้งความหวังไว้ค่อนข้างสูง ว่าจะมาช่วยเติมศักยภาพเกมรุก ร่วมกับ มาร์โก อเนาโตวิช, ฟิลิเป้ อันแดร์สัน และ มิคาอิล อันโตนิโอ แต่ผลปรากฏว่าฟอร์มก็ไม่ได้โดดเด่นอย่างที่ควรจะเป็น

เท่านั้นยังไม่พอ ตามความคาดการณ์ของกองแช่ง แข้งเลือดผู้ดีรายนี้ ก็ได้รับบาดเจ็บ จนต้องพักยาว ผลงานในลีกของเขาก็คือการลงสนามไปแค่ 5 นัด พร้อมกับอีก 2 ใบเหลือง โดยเกมล่าสุดที่ได้ลงสนาม เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ปีที่แล้วโน่น ข้อดีของเขาคือ ไม่ต้องเสียเงินในการคว้าตัวมาเท่านั้น

3.อดาม่า ดิยากาบี้ (ฮัดเดอร์สฟิลด์, 9 ล้านปอนด์)

แข้งดาวรุ่งที่ ฮัดเดอร์สฟิลด์ สามารถไปคว้าตัวจาก โมนาโก ยอดทีมในฝรั่งเศส มาได้ โดยถือเป็นความหวังในแดนหน้าที่จะมีดาวยิงอนาคตไกลอยู่ในทีม แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยอะไรทีมได้เลย

แข้งวัย 22 ปี ได้ลงสนามไปเพียง 11 นัดในลีก เป็นตัวจริงเพียง 6 เกม และไม่สามารถทำประตูได้ ล่าสุดยังโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน พักยาวมาแล้ว 2 เดือนด้วยกัน

2.โจ ฮาร์ท (เบิร์นลี่ย์, 3.5 ล้านปอนด์)

สโมสรที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวแน่นในเกมรับ ไม่ว่าจะเป็น นิค โป๊ป หรือ ทอม ฮีตัน ฤดูกาลที่แล้วด้วยเกมรับนี่แหละ ที่พา เบิร์นลี่ย์ จบอันดับ 7 และได้เล่นถึงรอบเพลย์ออฟ ยูฟ่า ยูโรปาลีก ซีซั่นนี้ แต่การเข้ามาของ โจ ฮาร์ท ทำให้อะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป

ลูกทีมของ ฌอน ไดซ์ กลายเป็นทีมเสียประตูง่าย เกมรับไม่มีความแน่นอน และยังมีความผิดพลาดส่วนบุคคลของผู้รักษาประตูอีกด้วย เขาเสียไปถึง 41 ประตู กับการลงสนามให้ต้นสังกัดเพียง 19 เกม ซึ่งมันทำให้ทีมชนะได้แค่ 3 นัด และเก็บเพียง 12 แต้ม ในเวลาที่เขาเฝ้าเสา

แต่หลังจาก ฮีตัน กลับมา ทุกๆ อย่างของ เบิร์นลี่ย์ ก็เริ่มเข้ารูปเข้ารอยขึ้น เสียประตูยาก และสามารถเก็บแต้มได้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะการเล่นในถิ่น เทิร์ฟ มัวร์ บ้านของตัวเอง ไม่อยากจะโทษว่าเป็นเพราะเขาคนเดียว แต่สถิติมันก็บ่งชัดถึงขนาดนี้ ก็ไม่รู้จะปกป้องยังไง

1.การซื้อทั้งหมดของ ฟูแล่ม 100 ล้านปอนด์!!

ซีซั่นนี้ ฟูแล่ม เปิดตัวอย่างร้อนแรง ใช้เงินมากมาย ซื้อนักเตะดังๆ เข้ามาร่วมทัพหลายต่อหลายคน ทำสถิติเป็นทีมน้องใหม่ที่ใช้เงินถึง 100 ล้านปอนด์ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่สำคัญคือใช้เยอะกว่า อาร์เซน่อล ด้วยซ้ำ!

แต่ก็อย่างที่เราเห็น นักเตะอย่าง แม็กซิม เลอ มาร์ฌองด์, ฌอง มิเชล เซรี, อังเดร-ซัมโบ้ อ็องกีสซ่า, อันเดร ชูร์เล่, เซร์คิโอ ริโก้ และ ลูเซียโน่ เวียตโต้ ไม่มีใครที่ทำผลงานได้น่าประทับใจเลยสักคน

กลับเป็นนักเตะตัวยืมอย่าง คัลลั่ม แชมเบอร์ส ที่จะทำผลงานในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับจำเป็น ได้ดีกว่าพวกที่ซื้อมาเล่นตามตำแหน่งตัวเองเสียอีก และแน่นอนด้วยการซื้อผู้เล่นยกชุดที่ล้มเหลวแบบนี้ สุดท้ายมันก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ “เจ้าสัว” อยู่รอดปลอดภัยไปถึงซีซั่นหน้า