จบไปแล้วสำหรับรายการแข่งขันแรกในนามทีมชาติของทัพวอลเลย์บอลสาวไทย ซึ่งก็ทำผลงานผลัดกันแพ้ชนะกับทีมออลสตาร์เกาหลี แต่เรื่องที่น่าสนใจนั้นมีให้เราได้เห็นเพียบ ผมจึงขออนุญาตนำมุมมองที่ได้เห็นมาแชร์ให้กันได้ทราบครับ

อยากแรกขอสรุปผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นของรายการ “เกาหลีไทย โปร วอลเลย์บอล ออลสตาร์ ซูเปอร์ แมตช์ 2019 Presented by Mitsubishi Xpander”ก่อนเป็นอันดับแรก

สนามแรกที่เทอร์มินอล 21 โคราช ทีมไทยชนะออลสตาร์เกาหลีไป 3-2 เซต

สนามสองที่อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก ทีมออลสตาร์เกาหลี ชนะ ทีมไทย 3-0 เซต 

 

เรื่องของผลการแข่งขันนั้น ผมเชื่อว่าทุกคนมีมุมมองขอตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น

ดังนั้นส่วนนี้ผมขอไม่ขยายความอะไรมาก เพราะคิดว่าแต่ละคนคงมีธงในใจอยู่แล้ว

แต่ถ้าส่วนตัวมองเกมที่สองก็ลุ้นอยากให้ทีมไทยตีตื้นขึ้นมาสักเซตเพื่อจะได้อรรถรสในการชมเพิ่มขึ้น

 

เอาละเรื่องที่อยากจะพูดถึงจากการชมเกมก็คือ ฟอร์มการเล่นของนักกีฬารายบุคคล

ซึ่งส่วนนี้ขอพูดถึงกลุ่มคนที่ไม่ค่อยได้เห็นลงสนามในนามทีมชาติแบบเต็มๆ

ได้แก่

จุฑารัตน์ มูลตรีพิลา

วณิชยา หล่วงทองหลาง

ยุพา สนิทกลาง

อำพร หญ้าผา 

กุลภา เปี่ยมพงษ์สาน

คนแรก “อุ๊” จุฑารัตน์ มูลตรีพิลา สาวชาวอุดรวัยกำลังสดใส “32ขวบ” เป็นอีก 1 ผู้เล่นที่มีแฟนติดตามเยอะไม่น้อย ด้วยการเล่นที่ดุดัน ตีบอลมันส์ผสมความมั่นหน่อย เลยทำให้โดนใจคอวอลเลย์บอลที่ชอบแนวนี้

 

สำหรับ อุ๊ แล้ว ครั้งสุดท้ายที่เล่นทีมชาติก็ต้องย้อนกลับไปในปี 2014 ตอนนั้นเธอติดชุดวีทีวีไปแข่งที่เวียดนาม แล้วจากนั้นก็เงียบหายไปจากรั้วทีมชาติ 

 

แต่ครั้งนี้การกลับมาอีกครั้งถือว่าสมเหตุสมผลไม่น้อย เพราะการเล่นของเธอนั้นแลดูมีความหลากหลายมากขึ้น จากที่เน้นตีบอลหนักใส่บล็อคอย่างเดียว ก็มีความเก๋า วางหยอดแปะ และ ฟอร์มส่วนตัวในลีกถือว่าทำได้ดี จึงได้รับโอกาสเข้ามาเก็บตัวฝึกซ้อม 

 

สองเกมที่ลงไปในนามทีมชาติกับรายการนี้ 

ถ้ามองกว้างๆ เธอทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี 

คำว่า”ดี”คืออะไร

ในความหมายของผม  ผมเน้นมองการตัดสินใจตีบอลของเธอในจังหวะนั้นๆ

อีกนัยยะคืออยากเห็นความกล้าเล่นกล้าตีแบบในลีก ที่ไม่กลัวใคร

แต่พอนั่งดูแล้ว บางจังหวะยังมีสองจิตสองใจระหว่าง 

ใส่หนักหวังผล กับตีวางเพื่อให้ผ่านบล็อคไปก่อน

ซึ่งสองเกมที่ได้เห็นนั้น  น้ำหนักมันไปทาง”กล้าเล่นในแบบตัวเอง”

ดังนั้นรายการนี้เธอน่าจะทำให้แฟนวอลเลย์บอลประทับใจในตัวเธอเองได้ไม่น้อยทีเดียว

จากนี้ก็ไปลุ้นต่อว่าจะมีโอกาสไปลุยรายการไหนกับทีมชาติต่อ

 

มาที่”ถุงแป้ง”วณิชยา หล่วงทองหลาง สาวโคราชวัย 26 ปี 

ถ้าพูดถึงชื่อนี้ แฟนวอลเลย์บอลที่ติดตามมานานน่าจะคุ้นหู

แต่ถ้าเทียบเอาในช่วง 2-3 ปี ต้องบอกว่า แป้ง ก็สร้างชื่อให้คนดูรู้จักได้จากการเล่นในลีกกับทีมโคราช

 

สาเหตุที่เธอหายไปพักหนึ่งกับระดับทีมชาติ นั้นเพราะต้องเข้ารับการผ่าตัดที่หัวเข่าช่วงปี 2012

และใช้เวลาฟื้นตัวนานพอสมควรที่จะกลับมาเล่นได้ 

รวมถึงสภาพจิตใจที่ยังกังวลว่าเวลากระโดดขึ้นไปตีแล้ว มันจะลงมาเจ็บอีกไหม

นี่จึงเป็นสิ่งที่น้องต้องต่อสู้กับตัวเองมานาน และ อาจจะเป็นอีกเหตุผลที่ยังเค้นฟอร์มของตัวเองออกมาไม่ได้มาก

แต่การที่ทีมชาติยังคงติดตามผลงาน และ ให้โอกาสเธอได้มาพิสูจน์เพื่อเอาชนะจิตใจตัวเองให้ได้

ปี2014 โค้ชอ๊อต หัวหน้าผู้ฝึกสอนในตอนนั้น ได้พาเธอไปแข่งขันรายการชิงแชมป์โลกที่อิตาลีด้วย

แม้ว่าฟอร์มจะไม่เปรี้ยงๆมากนัก แต่ที่เห็นได้ชัดคือการเล่นที่กล้ามากขึ้น

จนมันเริ่มส่งผลต่อสภาพจิตใจของเธอ และ ทำให้ผลงานในลีกเริ่มกลับมาดีขึ้นเรื่อยๆ

บนเวทีทีมชาติครั้งนี้ แป้ง ได้รับโอกาสได้ลงสนาม และ ก็ทำให้เห็นว่าเธอสามารถเล่นได้

ที่สำคัญ ภาพที่ทำให้แฟนวอลเลย์บอลไทยและเกาหลีได้ประทับใจคือจังหวะที่ตีบอลไปโดนผู้เล่นของเกาหลี

แล้วแป้งรีบข้ามไปอีกฟากของสนามเพื่อไปขอโทษ ตอนนั้นทุกคนปรบมือให้กับสปิริตของเธอ

แน่นอน..มันอาจจะเป็นเรื่องปกติที่จังหวะแบบนี้ต้องขอโทษกัน 

แต่ที่เธอทำนั้น...มันแสดงออกได้ชัดถึง”ความมีน้ำใจก้อนโต”

สำหรับแป้งแล้ว...โดยรวมดี มีประโยชน์ต่อทีมที่จะทำให้มีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น

 

“ยุ” ยุพา สนิทกลาง ตัวรับอิสระจากโคราช 

ตำแหน่งนี้ในไทย มีหลายคนเล่นได้ แต่สไตล์แต่ละคนไม่เหมือนกัน

ถ้าต้องการพวกเคลื่อนที่คล่อง

ชื่อของ ยุพา ก็จะเป็น 1 ในลิสต์ที่ต้องจดไว้แน่นอน

 

สำหรับยุพาถือว่าเป็นอีก 1 คนที่เคยได้รับโอกาสเข้ามาติดทีมชาติแล้ว

และการมาครั้งนี้เธอเองก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก เพราะในสโมสรก็เต็มไปด้วยนักกีฬาทีมชาติรุ่นพี่

ดังนั้นการลงไปเล่นครั้งนี้ เธอแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีเท่านั้น

ส่วนตัวมองว่าน้องก็อยู่ในเกณฑ์ดี รับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองได้เยี่ยม

เช่นกัน...ก็ต้องไปลุ้นกันต่อว่ารายการต่อๆไปจะเบียดกับผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันนี้ได้หรือไม่

แต่ถ้าถามว่า น้องมีโอกาสไปต่อไหม 

ก็ตอบได้แค่ว่า “สำหรับผมยุพาคือ1ใน4ตัวรับที่ดีของไทยในตอนนี้”

กุลภา เปี่ยมพงษ์สานต์ ตัวเซตหน้าสวยจากทีมขอนแก่นสตาร์วีซี

น้องกุลมีชื่อติดทีมชาติมาตลอดในช่วง2ปีหลัง ได้รับโอกาสไปซ้อม และ ไปเล่น

สิ่งหนึ่งที่สต๊าฟฟ์โค้ชต้องการนั้น คืออยากให้ไทยมีตัวเลือกตำแหน่งนี้เพิ่มมากขึ้น

ถ้าคุยเรื่องตำแหน่งนี้คงต้องว่ากันยาวๆ เพราะผู้เล่นเซตเตอร์ในไทยที่ใช้งานได้มีน้อยมาก

ยิ่งตอนนี้ พรพรรณ รักษาแผลจากการผ่าตัด และ โสรยา มีปัญหาเจ็บที่หลังด้วย 

 

สำหรับกุลคือผู้เล่นตัวเซตที่ดีในลีก แต่ในระดับทีมชาตินั้นคงต้องใช้เวลาอีกพัก

ส่วนตัวมองว่าน้องกำลังอยู่ในช่วงพยายาม 

การจ่ายบอลแบบเร่ง จ่ายแบบยิง การสื่อกับเพื่อนร่วมทีมมีมากขึ้น

ยิ่งเห็นจังหวะบอลสองที่เล่นออกมาก็ทำให้รู้ว่าน้องเริ่มปลดล็อคอะไรในใจได้บางแล้ว

ขอให้ต่อยอดตัวเองไปเรื่อยๆ ซ้อมให้หนัก กล้ามเนื้อต้องมา!!!!

คนสุดท้าย”แจ็คกี้” อำพร หญ้าผา 

คนนี้ไม่ต้องพูดสรรพคุณอะไรมาก เพราะประสบการณ์เต็มกระสอบอยู่แล้ว

การมาครั้งนี้ของแม่แจ็คคือการทำให้เห็นว่าทุกโอกาสยังเปิดรออยู่เสมอ

หากยังคงรักษาระดับการเล่น และ สภาพร่างกายเอาไว้ได้

แม้ว่าจะไม่คล่องพริ้วแบบเมื่อก่อน แต่การเคลื่อนที่ก็ไม่ถือว่าตกลงไปมาก

และแน่นอน....บอลเข้ามือแต่ละทีก็ยังตีได้หนักปักฝัง

 

การรีเทิร์นสู่รั้วทีมชาติของ อำพร ทำให้ตำแหน่งบอลเร็วยังไม่ต้องมีความกังวลมาก

เพราะถ้าดูจากสถานการณ์ตอนนี้ที่หัตถยายังคงฟื้นฟูร่างกายอยู่

การมี ปลื้มจิตร์,ทัดดาว และ อำพร ยังคงทำให้การหมุนผู้เล่นบอลเร็วยังอยู่ในสมดุล

ส่วนตัวมองว่าขออย่าให้มีอาการบาดเจ็บมารบกวนเป็นพอ และ ถ้าได้ความฟิตที่สมบูรณ์กว่านี้ละก็จะเป็นเรื่องดีมากๆเลย

 

เอาละครับ....การแข่งขันรายการแรกในนามทีมชาติของไทยในปีนี้ได้จบลงแล้ว

แต่ยังมีโปรแกรมให้ลุยอีกมาก

จากนี้ก็ขอส่งกำลังใจให้กับทุกๆคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่ติดขัดอะไร

ส่วนแฟนวอลเลย์บอลนั้น ผมเองก็ขอเป็นตัวแทนฝ่ายจัดการแข่งขันวอลเลย์บอล“เกาหลีไทย โปร วอลเลย์บอล ออลสตาร์ ซูเปอร์ แมตช์ 2019 Presented by Mitsubishi Xpander”ในปีนี้ หากมีอะไรผิดพลาดก็น้อมรับคำติ และ หากมีอะไรประทับใจก็ฝากโพสต์บอกกันได้เลยครับ

เอก ประวิตร